บล.ฟิลลิป : EKH แนะนํา ทยอยซื้อ ราคาพื้นฐาน 8.40 บาท
23/08/2562
กำไรดีกว่าคาด
กําไร 2Q62 ดีกว่าคาดจากรายได้และมาร์จิ้นสูงกว่าคาด: กําไรดีกว่าทางฝ่ายและตลาดคาดที่ 38 ลบ. +72.1%y-y, -14.9%q-q แม้เป็นช่วง Low season ที่ จํานวนผู้ใช้บริการลดลง แต่ว่าศูนย์ IVF มีอัตราขยายตัวที่ดี (คงเป้าทั้งปี 300 เคส) ทําให้รายได้เติบโตสูงกว่าคาดอยู่ที่ 213 ลบ. +50.1%y-y, +6.7%q-q โดยต้นทุน +33.40 y-y, +9.66q-q แต่เทียบเป็น GPM ดีกว่าคาดที่ 43.7% สูงขึ้นจาก 2061 ที่ 36.7% แต่ลดลงจาก 1Q62 ที่ 45.2% แต่ว่า SG&A +70.4%y-y, +15.4%q-q ส่วนใหญ่เป็นคชจ.จากศูนย์ IVF และคชจ.พนักงานตามพรบ.ใหม่ ราว 1 ลบ. เทียบต่อรายได้อยู่ที่ 22.2% ขยับสูงขึ้นจาก 2Q61 ที่ 19.5% และ 1Q62 ที่ 20.5%
คงประมาณการและราคาพื้นฐาน: แม้ 6M62 คิดเป็น 55% ของประมาณการ และ3Q62 ที่เป็น High season รวมทั้งศูนย์ IVF ที่คาดจะเติบโตมากขึ้นหลังจากปรับ ให้บริการที่สาขาพระราม 9 เป็น One Stop Service ตั้งแต่ ก.ค แต่ทางฝ่ายยังคง กําไรเดิม เพราะคาดทั้งต้นทุน (4-5 ลบ./ไตรมาส) และคชจ.ของบริษัทจะเพิ่มขึ้น จากการเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ต้น ก.ย. ซึ่งเทียบฐานสูงในปีก่อน ทําให้ 2H62 เติบโตไม่มาก ลดคําแนะนําลงเป็น “ทยอยซื้อ” จาก “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 8.40 บ. มี มติตั้ง บ.เอกชัย เนอร์สซิ่ง โฮม เพื่อดําเนินธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ จะเริ่มให้บริการ 1Q64
-------------------------------
บล.เคจีไอ : EKH แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.70 บาท
29/08/2562
จิ๋วแต่แจ๋ว
Event
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและขยับไปใช้ราคาเป้าหมายใหม่กลางปี 2563
lmpact
ผลประกอบการ 1H62: แข็งแกร่งมาก
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี FY62-63F ขึ้นอีก 1.1% และ 3.8% เนื่องจากเราปรับเพิ่มสมมติฐานรายได้, margin และสัดส่วน SG&A/รายได้ของ EKH ขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะอยู่ที่ 161 ล้านบาท (+37.4% YoY) และปีหน้าจะอยู่ที่ 184 ล้านบาท (+14.3% YoY) โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปีนี้เป็น 823 ล้านบาท (+29.0% YoY) และปีหน้าเป็น 922 ล้านบาท (+12.0% YoY) ตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากบริการรักษาพยาบาลทั่วไป และบริการ IVF ทั้งนี้ เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2562-63F จะเพิ่มขึ้นเป็น 44.0% และ 44.5% จากเดิมที่ 43.5% และ 44.0% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยหนุนจากการรักษาโรคในส่วนของโรงพยาบาลทั่วไปที่เติบโตดีกว่าคาด นอกจากนี้ เรายังปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A ต่อยอดรายได้ ในปี FY2562-63 ขึ้นเป็น 22% จากเดิมที่ 21.0% เนื่องจากมีการขยายศูนย์ IVF และกุมารเวช
ทั้งนี้ กำไรสุทธิของ EKH ใน 1H62 อยู่ที่ 82 ล้านบาท (+85.2% YoY) ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งมากสำหรับไตรมาสที่หนึ่งและสอง ซึ่งปกติแล้วผลประกอบการจะไม่หวือหวา โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกำไรในครึ่งแรกของปีนี้ได้แก่
i) การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากบริการ IVF (จากที่ยังไม่เปิดให้บริการ IVF ใน 1H61) และ
ii) รายได้จากการให้บริการโรงพยาบาลทั่วไปยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ได้แก่ ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน, ศูนย์กุมารเวช, ศูนย์สูติ-นรีเวช)
รายได้จากบริการ IVF จะยังคงแข็งแกร่งใน 2H62 และในปี 2563
ตามประมาณการของเรา บริษัทจะมีผู้มาใช้บริการ IVF ในปีนี้เพิ่มขึ้นถึง 93.5% YoY เป็น 300 รายในปีนี้ (เท่ากับเดือนละ 25 ราย) ทั้งนี้ รายได้จากบริการ IVF คิดเป็น 15% ของรายได้ของโรงพยาบาลใน 1H62 เราคาดว่ารายได้จากบริการ IVF ของ EKH ในปี FY62-63F จะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาท (+84.3% YoY) และ 160 ล้านบาท (+33.3% YoY) คิดเป็น 15% และ 17% ของประมาณการรายได้ปี FY62-63F ของเรา โดยเราใช้สมมติฐานราคาเฉลี่ยต่อรายที่ 400,000 บาทในช่วงปี 2562-63F ลดลงจาก 420,000 บาทในปี 2561 เรามองว่าจะมีผู้ใช้บริการชาวจีนมาใช้บริการคลีนิค IVF ของ EKH มากขึ้นจากอัตราการประสบความสำเร็จที่สูงถึงประมาณ 60% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งโลกที่ 30-40%
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2563 ที่ 8.70 บาท (หลังจากปรับประมาณการกำไรปี 2562-63F และปรับลดสมมติฐาน risk-free rate ลงจาก 3.7% เหลือ 3.1%) จากเดิม 8.20 บาท เรายังคงเลือก EKH เป็นที่เราชอบมากที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลจากอัตรากำไรที่โดดเด่น การเติบโต และราคาหุ้น ทั้งนี้ ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 50.9% มาถึงจุดสูงสุดที่ 8.15 บาท ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และราคาหุ้นที่ถูกกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม
------------------------------
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : EKH แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 9.00 บาท
03/09/2562
Action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 9.00 บาท อิงวิธี DCF เรายังคงมุมมองเป็นบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ EKH จากการสอบถามผู้บริหาร ล่าสุดอัตราการครองเตียงของตึกเก่าช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. 19 สูงเกือบ 100% ทุกวัน ส่วน IVF ที่พระราม 9 มี agency สนใจเข้าดูงานอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันมีจำนวนเคส IVF (บ.ย่อย EKI) มากกว่า 30 รายต่อเดือน และแนวโน้มจำนวนคนไข้ในเดือน ก.ย. ยังคงดีต่อเนื่องจากฝนตก อากาศชื้น ส่งผลให้คนป่วยเป็นไข้หวัดได้ง่าย ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 181 ล้านบาท เติบโต +55% YoY โดยเราคาดกำไรสุทธิใน 3Q19 จะโตเกิน +20% ทั้ง YoY และ QoQ ผลการดำเนินงาน 2H19E จะโดดเด่นต่อเนื่องได้จากตึกกุมารเวชที่จะเปิดกลางเดือน ก.ย.19 และศูนย์ IVF ที่พระราม 9 ซึ่งเปิดครบวงจรแล้ว ในขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่มาก นอกจากนี้จะมี Big C มาเปิดใกล้โรงพยาบาลเอกชัยประมาณปลายปี 2020 คาดจะช่วยเพิ่มจำนวนคนไข้ให้กับ รพ.ได้
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวลง 4.5% คาดเนื่องจากตึกใหม่เปิดล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมที่จะเปิดช่วงเดือน ส.ค.19 อย่างไรก็ตามเราคาดจะส่งผลกระทบต่อ EKH ไม่มาก ปัจจุบัน EKH เทรด 2019 PER ที่ 24.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซึ่งอยู่ที่ 30 เท่า ในขณะที่การเติบโตของกำไร (CAGR 2018 – 21E) อยู่ที่ 30% ทำให้ PEG อยู่ที่ระดับเพียง 0.82 เท่า
Event: Company update
อัตราการครองเตียง 3Q19 สูงเกือบ 100% คาดกำไรสุทธิโตเกิน 20% ทั้ง YoY และ QoQ ปัจจุบัน EKH มีเตียงที่เปิดให้บริการจำนวน 82 เตียง สำหรับตึกเก่า ส่วนตึกกุมารเวชที่เพิ่งสร้างเสร็จคาดจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการกลางเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนเตียง IPD ได้อีก 60 เตียง ล่าสุดอัตราการครองเตียงของตึกเก่าช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค. 19 สูงเกือบ 100% ทุกวัน ส่วน IVF ที่พระราม 9 มี agency สนใจเข้าดูงานอยู่เรื่อยๆ ปัจจุบันมีจำนวนเคส IVF (บ.ย่อย EKI) มากกว่า 30 รายต่อเดือน และ EKH ถือ EKI อยู่ 80% แต่ยังมีแผนจะขายให้ Partner มากขึ้น ซึ่งสุดท้าย EKH จะถือที่ประมาณ 67% ถึงแม้ว่าสัดส่วนการถือ EKI จะลดลงแต่เราเชื่อว่าจำนวนเคสที่เข้ามาเพิ่มขึ้นจะทำให้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นได้
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 เติบโตที่ระดับ 55% และอาจมี demand เพิ่มขึ้นจาก Big C ที่มาเปิดใกล้เคียงกัน เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2019 ที่ 181 ล้านบาท เติบโต 55% YoY โดยเรามอง 2H19 ผลการดำเนินงานจะโดดเด่นต่อเนื่องได้จากตึกกุมารเวชที่จะเปิดกลางเดือน ก.ย.19 และศูนย์ IVF ที่พระราม 9 ซึ่งเปิดครบวงจรแล้ว ในขณะที่ต้นทุนค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นไตรมาสละไม่เกิน 5 ล้านบาท (หากเปิดตึกกุมารเวชแบบครบวงจร และศูนย์ IVF พระราม 9) ส่วนบุคลากรทางการแพทย์จ้างมาเพิ่มตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว นอกจากนี้จะมี Big C มาเปิดใกล้โรงพยาบาลเอกชัยประมาณปลายปี 2020 คาดจะช่วยเพิ่มจำนวนคนไข้ให้กับ รพ.ได้ทั้งจากพนักงานในห้าง และลูกค้าที่มาใช้บริการ Big C
--------------------------------
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EKH แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 9 บาท
16/10/2562
What's new?
แนวโน้มกำไร 3Q62 คาดยังทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง
ปี 2562 เรายังคงประมาณการกำไรเติบโตโดดเด่น 29%YoY จากศูนย์เฉพาะทางโดยเฉพาะศูนย์ IVF
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์ผู้สูงอายุ รองรับ Aging society แบบเต็มรูปแบบในปี 2564
Our view
เราคงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ ปี 2562 - 2563 ที่ยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง ทั้งจากกลุ่มลูกค้าเงินสด และศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง และ EKH ถือเป็น รพ.เล็กที่กำไรเติบโตเด่น สุด โดยเราคงคำแนะนำ "ซื้อ" และปรับใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2563 ที่ 9.00 บาท
คาดกำไร 3Q62 ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง
คาดกำไร 3Q62 ยังเติบโต QoQ , YoY
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q62 ที่ 48 ล้านบาท (+26%QoQ +6%YoY) ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง โดยกำไรเติบโต QoQ จากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเข้า high season ขณะที่เทียบ YoY เติบโตในอัตราที่ลดลงจาก 1H62 ที่เติบโตถึง 88%YoY เนื่องจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตามรายได้จากการให้บริการยังเติบโตสูง 19%YoY เป็น 223 ล้านบาท จาก
1) กลุ่มคนไข้เงินสด โดยคาดอัตราการใช้บริการ (Occupancy Rate) ของ IPD ปรับเพิ่มขึ้นจาก 3Q61 ที่ 60% เป็น 71%
2) รายได้จากศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 35 เคส/ไตรมาส ปีก่อน เป็น 60 เคส
เตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่ม หนุนรายได้โตต่อเนื่อง
บริษัทมีแผนเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทางต่อเนื่อง โดยเดือน ต.ค. เตรียมเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ ขนาด 60 เตียง ซึ่งจะช่วยลดความแออัด จากที่ศูนย์กุมารเวชเดิมค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเสื่อมราคา แต่คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาชดเชยได้เกือบทั้งหมด โดยบริษัทตั้งเป้าว่าสามารถทำกำไรได้ในปีแรก นอกจากนี้ภายใน 4Q62 ยังเตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทางเพิ่มได้แก่ ศูนย์ ตา หู คอ จมูก และ ศูนย์ทันตกรรม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีรายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น ภาพรวมปี 2562 เราคงประมาณการกำไรสุทธิที่ 152 ล้านบาท เติบโต 30% YoY ขณะที่บริษัทมีแผนจะเปิดศูนย์ผู้สูงอายุในปี 2564 สอดคล้องกับข้อมูลของ United Nations World Population Aging ที่คาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ์ โดยมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หนุนให้ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว