|
|
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 12 มีนาคม 2563 12:31 น.
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EKH กำไร4Q6 ต่ำกว่าคาด..ปี63หวั่น Covid-19 ฉุด
กำไร 4Q62 ต่ำกว่าคาด...ปี 63 หวั่น Covid-19 ฉุด 28/02/2563 ► ประกาศงบ 4Q62 ที่ 29 ล้านบาท (-40%QoQ +7%YoY) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 14% โดยกำไรลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเทียบไตรมาส 3 เป็น high season ขณะที่เทียบ YoY เติบโตในอัตราที่ลดลง จาก 9M62 ที่ เติบโตถึง 45%YoY เนื่องจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน และค่าใช้จ่ายการตลาด และต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากการเตรียมบุคลากรรองรับการเปิดอาคารใหม่ ► รายได้จากการให้บริการ 4Q62 เติบโต 32%YoY เป็น 224 ล้านบาท จาก 1) กลุ่มคนไข้เงินสด โดยอัตราการใช้บริการ (Occupancy Rate) ของ IPD ปรับเพิ่มขึ้นจาก 4Q61 ที่ 59% เป็น 67% 2)รายได้จากศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 35 เคส/ไตรมาส ปีก่อน เป็น 60 เคส ► ภาพรวมปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 160 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 37%YoY ผลบวกจากการเติบโตทั้ง ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก และผลบวกเต็มปีจากการเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก และมีการขยายศูนย์ใหม่ที่พระราม 9 ส่งผลให้รายได้เติบโต 39%YoY เป็น 911 ล้านบาท . ► บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดปี 2562 ที่ 0.21 บาทต่อหุ้น Yield 3.8% (XD 5 พ.ค. 2563) Our Take : ► เรามองว่าแนวโน้ม 1Q63 มีโอกาสชะลอตัว YoY จากผลกระทบของ การระบาด COVID- 19 ที่ทำให้กลุ่มลูกค้าชาวจีนหายไป เนื่องจากรัฐบาลจีนมีความเข้มงวดในการควบคุมการเดินทางของประชาชนเพื่อป้องกันการระบาด ซึ่ง EKH มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าจีนราว 12% (จากสัดส่วนรายได้ IVF ที่ราว 15% และเป็นลูกค้าจีนราว 90%) ซึ่งในเดือน ก.พ.เริ่มเห็นผลกระทบอย่างมีนัย ► แนวโน้มผลประกอบการปี 2563 เราอยู่ระหว่างทบทวนคำแนะนำ จากประมาณการเดิมเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรเติบโต 12% เป็น 180 ล้านบาท แต่ด้วยหนึ่งใน key driver หลัก มาจากการเติบโตของศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) บนสมมติฐาน เคสรักษา ปรับเพิ่มจาก 300 เคสเป็น 400 เคส แต่ด้วยฐานลูกค้าหลัก IVF ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนดังนั้นหากสถานการณ์ ยืดเยื้อจะมีผลต่อประมาณการของเราอย่างมีนัย ► ระยะสั้นเราแนะนำ ชะลอการลงทุนในหุ้น EKH เนื่องจากเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่หายไป และมี Downside risk ต่อการปรับลดประมาณการ --------------------------- 28/02/2563 บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : EKH แนะนำ“ซื้อ” คงราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท Action เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 9 %, TG = 3%) EKH รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 29 ล้านบาท (+13% YoY, -36% QoQ) โดย YoY ยังคงเติบโตจาก IVF ที่จำนวนเคส/เดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25 เคส/เดือน จากเดิมที่ 10 เคส/เดือน ขณะที่ QoQ ลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยตามฤดูกาลเข้าสู่ช่วง low season ของธุรกิจ นอกจากนี้ยังโดนกดดันจากต้นทุนจากการเปิดให้บริการอาคารกุมารเวชศาสตร์ ในเดือน พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา จากไวรัส COVID-19 เป็นปัจจัยกดดันต่อรายได้ EKH โดยส่งผลต่อลูกค้าชาวจีนที่จะเข้ามารับใช้บริการ IVF ลดลง โดยเราคาดว่าอุปสงค์จากผู้ใช้บริการ IVF ชาวจีน จะหดตัวลงโดยเราประเมินว่าลูกค้าชาวจีนจะหายไปถึง 90% เป็นเวลา 3 เดือน (ก.พ.20-เม.ย.20) ราคาหุ้นปรับตัวลง -9% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเป็นผลจากความกังวลไวรัส COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในประเทศจีน ที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าชาวจีนที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ IVF ลดลง อย่างไรก็ตามเราคาด จะส่งผลกระทบต่อ EKH เพียงระยะสั้นเท่านั้นและปัจจุบันราคาหุ้นได้รับรู้ไปพอสมควรแล้ว โดย EKH เทรดที่ 2020E PER =19.6x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ 33x ในขณะที่กำไรจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งในปี 2021 ที่ +16% จาก IVF ในขณะที่การเปิดศูนย์กุมารเวชศาสตร์ (4Q19)และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (2022) จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว Event: 4Q19 earnings review กำไรสุทธิ 4Q19 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด EKH รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 29 ล้านบาท (+13% YoY, -36% QoQ) โดย YoY ยังคงเติบโตจาก IVF ที่จำนวนเคส/เดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25 เคส/เดือน จากเดิมที่ 10 เคส/เดือน ขณะที่ QoQ ลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยตามฤดูกาลเข้าสู่ช่วง low season ของธุรกิจ นอกจากนี้ยังโดนกดดันจากต้นทุนจากการเปิดให้บริการอาคารกุมารเวชศาสตร์ ในเดือน พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา คงกำไรสุทธิปี 2020E เราคงกำไรสุทธิปี 2020E อยู่ที่169 ล้านบาท (+5% YoY) ระยะสั้นมีปัจจัยกดดันจากไวรัส COIVE-19 ที่ส่งผลต่อลูกค้าชาวจีนในการเข้ามาใช้บริการ IVF ในประเทศไทย โดยเราคาดว่าอุปสงค์จากผู้ใช้บริการ IVF ชาวจีน จะหดตัวลงโดยเราประเมินว่าลูกค้าชาวจีนจะหายไปถึง 90% เป็นเวลา 3 เดือน (ก.พ.20-เม.ย.20) หากสถานการณ์ยาวนานกว่าที่เราประเมินไว้ 3 เดือน มีโอกาสที่เราจะปรับประมาณการกำไรลงในอนาคต Valuation/Catalyst/Risk ราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 9 %, TG = 3%) ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายยังไม่รวมการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อประกอบกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 13 ส.ค.19 และคาดจะเปิดดำเนินการต้นปี 2022 --------------------------------- EKH ตั้งเป้ารายได้ปี 63 โต 5-7% เจาะกลุ่มโรคเฉพาะทาง-ศูนย์กุมารเวชหนุน สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ก.พ. 63 11:25 น. EKH ตั้งเป้ารายได้ปี63 โตไม่ต่ำกว่า 5-7 % เดินหน้ายกระดับรักษาโรคเฉพาะทาง - เปิดให้บริการศูนย์กุมารเวชอย่างเป็นทางการ อวดปี 62 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 160.30 ล้านบาท โต 36.76% จ่ายปันผล 0.21 บาท/หุ้น นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH ประเมินแนวโน้มธุรกิจปีนี้ เชื่อว่ายังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากแผนรุกขยายศูนย์ให้บริการด้านต่าง ๆ อย่างเข้มข้น อาทิ ศูนย์กุมารเวช, ศูนย์ไตเทียม รวมถึงการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย จึงทำให้มั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 5-7% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35-40% ผลประกอบการงวดปี 2562 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562) ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 160.30 ล้านบาท เพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 117.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 36.76% สาเหตุที่ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าว มาจากจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น คณะกรรมการบริษัท จึงได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับงวดปี 2562 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท จำนวน 600 ล้านหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 126.00 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 7 พ.ค.63 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 20 พ.ค.63 “จากที่บริษัทฯได้ดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ ทั้งในเรื่องของ ศูนย์บริการเฉพาะทางอื่น ๆ และการเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ ซึ่งช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมายที่ และต่อจากนี้ไปบริษัทฯ จะยังคงมุ่งขยายธุรกิจในทุกภาคส่วนให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เพื่อทำให้รายได้ และกำไรเติบโตอย่างยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว“ นายแพทย์อำนาจ กล่าว |
|




