ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น EKH
เข้าชม : 329

EKH กำไร 4Q6 ต่ำกว่าคาด 14% ส่วน ปี 63 หวั่นไวรัส Covid-19 ฉุดงบ

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 12 มีนาคม 2563  12:31 น.
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EKH กำไร4Q6 ต่ำกว่าคาด..ปี63หวั่น Covid-19 ฉุด

กำไร 4Q62 ต่ำกว่าคาด...ปี 63 หวั่น Covid-19 ฉุด
28/02/2563


 ► ประกาศงบ 4Q62  ที่ 29 ล้านบาท (-40%QoQ +7%YoY) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 14% โดยกำไรลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล ซึ่งเทียบไตรมาส 3 เป็น  high season ขณะที่เทียบ YoY เติบโตในอัตราที่ลดลง จาก 9M62 ที่ เติบโตถึง 45%YoY เนื่องจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อน และค่าใช้จ่ายการตลาด และต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากการเตรียมบุคลากรรองรับการเปิดอาคารใหม่ 
         ► รายได้จากการให้บริการ 4Q62 เติบโต 32%YoY เป็น 224  ล้านบาท  จาก
1) กลุ่มคนไข้เงินสด โดยอัตราการใช้บริการ (Occupancy Rate) ของ IPD ปรับเพิ่มขึ้นจาก 4Q61 ที่ 59% เป็น 67%
2)รายได้จากศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเฉลี่ย 35 เคส/ไตรมาส ปีก่อน เป็น 60 เคส    
         ► ภาพรวมปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิที่  160  ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 37%YoY ผลบวกจากการเติบโตทั้ง ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก  และผลบวกเต็มปีจากการเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก และมีการขยายศูนย์ใหม่ที่พระราม 9 ส่งผลให้รายได้เติบโต 39%YoY เป็น 911 ล้านบาท  .
        ► บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดปี 2562 ที่  0.21 บาทต่อหุ้น  Yield 3.8%  (XD 5 พ.ค. 2563)
                               
Our Take :
         ► เรามองว่าแนวโน้ม 1Q63 มีโอกาสชะลอตัว YoY  จากผลกระทบของ การระบาด COVID- 19 ที่ทำให้กลุ่มลูกค้าชาวจีนหายไป เนื่องจากรัฐบาลจีนมีความเข้มงวดในการควบคุมการเดินทางของประชาชนเพื่อป้องกันการระบาด ซึ่ง EKH มีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าจีนราว 12% (จากสัดส่วนรายได้ IVF ที่ราว 15% และเป็นลูกค้าจีนราว 90%) ซึ่งในเดือน ก.พ.เริ่มเห็นผลกระทบอย่างมีนัย
         ► แนวโน้มผลประกอบการปี 2563 เราอยู่ระหว่างทบทวนคำแนะนำ จากประมาณการเดิมเราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรเติบโต 12% เป็น 180 ล้านบาท แต่ด้วยหนึ่งใน key driver หลัก มาจากการเติบโตของศูนย์ผู้มีบุตรยาก (IVF) บนสมมติฐาน เคสรักษา ปรับเพิ่มจาก 300 เคสเป็น 400 เคส  แต่ด้วยฐานลูกค้าหลัก IVF ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนดังนั้นหากสถานการณ์ ยืดเยื้อจะมีผลต่อประมาณการของเราอย่างมีนัย 
         ► ระยะสั้นเราแนะนำ ชะลอการลงทุนในหุ้น EKH เนื่องจากเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกลุ่มลูกค้าชาวจีนที่หายไป และมี Downside  risk ต่อการปรับลดประมาณการ

---------------------------

28/02/2563
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : EKH แนะนำ“ซื้อ” คงราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท
Action  
  เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 9 %, TG = 3%) EKH รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 29 ล้านบาท (+13% YoY, -36% QoQ) โดย YoY ยังคงเติบโตจาก IVF ที่จำนวนเคส/เดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25 เคส/เดือน จากเดิมที่ 10 เคส/เดือน ขณะที่ QoQ ลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยตามฤดูกาลเข้าสู่ช่วง low season ของธุรกิจ นอกจากนี้ยังโดนกดดันจากต้นทุนจากการเปิดให้บริการอาคารกุมารเวชศาสตร์ ในเดือน พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา จากไวรัส COVID-19 เป็นปัจจัยกดดันต่อรายได้ EKH โดยส่งผลต่อลูกค้าชาวจีนที่จะเข้ามารับใช้บริการ IVF ลดลง โดยเราคาดว่าอุปสงค์จากผู้ใช้บริการ IVF ชาวจีน จะหดตัวลงโดยเราประเมินว่าลูกค้าชาวจีนจะหายไปถึง 90% เป็นเวลา 3 เดือน (ก.พ.20-เม.ย.20)
  ราคาหุ้นปรับตัวลง -9% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาเป็นผลจากความกังวลไวรัส COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในประเทศจีน ที่อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าชาวจีนที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ IVF ลดลง อย่างไรก็ตามเราคาด จะส่งผลกระทบต่อ EKH เพียงระยะสั้นเท่านั้นและปัจจุบันราคาหุ้นได้รับรู้ไปพอสมควรแล้ว โดย EKH เทรดที่ 2020E PER =19.6x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ 33x ในขณะที่กำไรจะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้งในปี 2021 ที่ +16% จาก IVF ในขณะที่การเปิดศูนย์กุมารเวชศาสตร์ (4Q19)และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (2022) จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

Event: 4Q19 earnings review
กำไรสุทธิ 4Q19 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด EKH รายงานกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ 29 ล้านบาท
  (+13% YoY, -36% QoQ) โดย YoY ยังคงเติบโตจาก IVF ที่จำนวนเคส/เดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25 เคส/เดือน จากเดิมที่ 10 เคส/เดือน ขณะที่ QoQ ลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยตามฤดูกาลเข้าสู่ช่วง low season ของธุรกิจ นอกจากนี้ยังโดนกดดันจากต้นทุนจากการเปิดให้บริการอาคารกุมารเวชศาสตร์ ในเดือน พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา
 คงกำไรสุทธิปี 2020E  เราคงกำไรสุทธิปี 2020E อยู่ที่169 ล้านบาท (+5% YoY) ระยะสั้นมีปัจจัยกดดันจากไวรัส COIVE-19 ที่ส่งผลต่อลูกค้าชาวจีนในการเข้ามาใช้บริการ IVF ในประเทศไทย โดยเราคาดว่าอุปสงค์จากผู้ใช้บริการ IVF ชาวจีน จะหดตัวลงโดยเราประเมินว่าลูกค้าชาวจีนจะหายไปถึง 90% เป็นเวลา 3 เดือน (ก.พ.20-เม.ย.20) หากสถานการณ์ยาวนานกว่าที่เราประเมินไว้ 3   เดือน มีโอกาสที่เราจะปรับประมาณการกำไรลงในอนาคต

Valuation/Catalyst/Risk
  ราคาเป้าหมายที่ 8.20 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 9 %, TG = 3%)  ทั้งนี้ ราคาเป้าหมายยังไม่รวมการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่เพื่อประกอบกิจการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 60 ล้านบาท เมื่อวันที่ 13 ส.ค.19 และคาดจะเปิดดำเนินการต้นปี 2022


---------------------------------

EKH ตั้งเป้ารายได้ปี 63 โต 5-7% เจาะกลุ่มโรคเฉพาะทาง-ศูนย์กุมารเวชหนุน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ก.พ. 63 11:25 น.

EKH  ตั้งเป้ารายได้ปี63 โตไม่ต่ำกว่า 5-7 % เดินหน้ายกระดับรักษาโรคเฉพาะทาง - เปิดให้บริการศูนย์กุมารเวชอย่างเป็นทางการ อวดปี 62  มีกำไรสุทธิเท่ากับ 160.30 ล้านบาท โต 36.76% จ่ายปันผล 0.21 บาท/หุ้น  

    นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH   ประเมินแนวโน้มธุรกิจปีนี้ เชื่อว่ายังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา  จากแผนรุกขยายศูนย์ให้บริการด้านต่าง ๆ อย่างเข้มข้น  อาทิ ศูนย์กุมารเวช, ศูนย์ไตเทียม รวมถึงการปรับปรุงห้องพักผู้ป่วย จึงทำให้มั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 5-7%  ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35-40%

   ผลประกอบการงวดปี 2562 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562) ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 160.30 ล้านบาท เพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 117.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 36.76% สาเหตุที่ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นดังกล่าว  มาจากจำนวนผู้เข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก

   ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น คณะกรรมการบริษัท จึงได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับงวดปี 2562 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท  จำนวน 600 ล้านหุ้น รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 126.00 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 7 พ.ค.63 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 20 พ.ค.63

    “จากที่บริษัทฯได้ดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ ทั้งในเรื่องของ ศูนย์บริการเฉพาะทางอื่น ๆ  และการเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ ซึ่งช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมายที่ และต่อจากนี้ไปบริษัทฯ จะยังคงมุ่งขยายธุรกิจในทุกภาคส่วนให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เพื่อทำให้รายได้ และกำไรเติบโตอย่างยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว“ นายแพทย์อำนาจ กล่าว

------------------------------

บล.ฟิลลิป : EKH แนะนำ`ซื้อ` ราคาพื้นฐาน 8.00 บาท
02/03/2563
       ►  4Q62 กำไร 29 ลบ. +3.1% y-y, -40.1% q-q : กำไร 4Q62 อยู่ที่ 29 ลบ. ต่ำกว่าทางฝ่ายคาด 2 ลบ. +3.1% y-y, -40.1% q-q จาก GPM ต่ำกว่าคาดและ SG&A ที่เพิ่มสูงกว่าคาด แม้รายได้ค่ารักษา +32.7% y-y, -10.1% q-q ตามฤดูกาล โดย y-y เติบโตจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งผู้ป่วย OPD และ IPD และการเปิดศูนย์ผู้มีบุตรยาก แต่ว่าต้นทุน +41.6% y-y, +3.0% q-q มากกว่าอัตราเติบโตของรายได้ มาจากค่าแพทย์ ค่าพยาบาล ค่ายาเวชภัณฑ์และค่าเสื่อมอาคารกุมารเวชใหม่ ส่งผลให้ GPM ปรับลดลงมากที่ 36.6% จาก 4Q61 ที่ 40.5% และ 3Q62 ที่ 44.7% และ SG&A +35.3% y-y, +2.3% q-q หลักจากค่าส่งเสริมการขายต่างๆ ประกาศจ่ายปันผล 0.21 บ./หุ้น XD 5 พ.ค.
        ►  ยังแนะนำ "ซื้อ" ราคาพื้นฐาน 8.00 บ. : แนวโน้ม SG&A และ GPM แย่กว่าคาดเล็กน้อย ทางฝ่ายปรับลดกำไรปี 63 เป็น 166 ลบ. +3.4% y-y อย่างไรก็ดียังคงคาดการณ์ IVF ทั้งปี 350 เคส แม้ได้รับผลกระทบหนักจาก COVID-19 จากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ทำให้แนวโน้ม 1Q63 ไม่สดใสนัก ปรับลดลง y-y , ทรงตัว q-q แต่คาดกระทบเพียงช่วงสั้น ก.พ. - เม.ย. ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายคาดลูกค้าจีนจะกลับเข้ามาใช้บริการปกติและมากขึ้น ยังแนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับลดราคาพื้นฐานเป็น 8 บ.


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ