เข้าชม :
31245
|
|
โพสต์เมื่อ: วันพุธ 5 พฤษภาคม 2564 12:32 น.
หุ้น คือ การวิเคราะห์ธุรกิจ คุณจะต้องมีจริต หรือ วิธีคิด แบบคนที่ทำธุรกิจเป็น... โปรดทำความเข้าใจ และ สร้าง Mindset ของคุณ ให้ถูกทาง
ห้าม...กู้เงินมาลงทุนในหุ้น ควรใช้เงินเก็บที่เหลือใช้มาลงทุนในหุ้น จะดีกว่า... หากคุณใช้เงินกู้มาลงทุนแล้วเกิดลงทุนผิดพลาดขึ้นมา มันอาจจะทำให้ชีวิตของคุณพังได้ ดังนั้น คุณจึง..ไม่ควรประมาท... ตลาดหุ้น คือ แหล่งรวมความทุกข์ แนะนำให้ใช้ ธรรมะ นำทางชีวิต อันได้แก่ อริยสัจ 4 / มรรค 8 / โลกธรรม 8 / กาลามาสูตร 10 / ฝึก.. ตัด ความโลภ ออกจากใจ / ฝึกสมาธิ และ ฝึกเจริญสติ อยู่เสมอ ลงทุนหุ้น ห้ามใช้.. หู เช่น เขาว่ากันว่า.. , มีคนนี้.. เขาบอกมา ว่า... บลาๆๆๆ บำรุงสมองให้ดี ถ้าสุขภาพแข็งแรง สมองดี จะทำให้การวิเคราะห์ธุรกิจของหุ้นมีประสิทธิภาพ อโรคยา ปรมาลาภา... ความไม่มีโรค ถือ เป็นลาภอันประเสริฐ, สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต มากกว่า...เงิน ห้าม All In เด็ดขาด ... เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดของการลงทุน การซื้อหุ้นทุกครั้ง จะต้องมีเหตุผลมารองรับเสมอ ถ้าคุณตอบตัวเองไม่ได้ว่า ซื้อหุ้นตัวนี้.. เพราะอะไร ?? คุณก็ไม่ควรใช้อารมณ์.. ซื้อหุ้นตัวนั้น เด็ดขาด.. ถ้า.. คุณลงทุนหุ้น แล้วนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย บ่งบอกว่า คุณลงทุน " ใหญ่ เกินไป " ให้ปรับขนาดพอร์ตการลงทุนให้เล็กลง จนกว่าคุณจะนอนได้หลับสนิท คุณต้องเข้าใจวงจรเศรษฐกิจของโลก ของประเทศ อย่างดี และ รู้ถึงสาเหตุการเกิด "ฟองสบู่แตก" ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร ทำไมจึงเกิด.. วิกฤตฟองสบู่ทิวลิป The Dutch Tulip Mania Bubble เกิดขึ้นได้อย่างไร , วิกฤตต้มยำกุ้ง เกิดจากอะไร, วิกฤติซับไพรม์ หรือ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เกิดได้อย่างไร, วิกฤตเศรษฐกิจ ของ ญี่ปุ่น เกิดขึ้นได้อย่างไร ฟองสบู่ = ราคาระเบิด หมายถึง ราคาโอเวอร์มากๆ มากเกินกว่าที่ควรจะเป็น มากจนมากเกินไป โดย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสินทรัพย์บนโลกใบนี้ เงินเฟ้อ คือ อะไร?? เงินเฟ้อ เกิดจากอะไร?? แล้วถ้าเงินเฟ้อมากๆ จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง คุณต้องรู้ คุณต้องอ่านหนังสือเกี่ยวกับนักลงทุนระดับโลก หลายๆ ท่าน อยู่เสมอๆ จงอ่านมากๆ เพื่อเสริมสร้าง แนวความคิด และ วิธีคิด ให้ถูกทาง คนที่มีความรู้เยอะมาก มาจาก อ่านเยอะ, ฟังเยอะ, ดูเยอะ, เห็นเยอะ คุณควรเรียนรู้ประวัติ ของ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ หุ้นมีกี่ประเภท คุณต้องรู้... หุ้นมี 6 ประเภท ของ Peter Lynch หุ้นแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง คุณต้องศึกษา... เป็นความรู้พื้นฐาน หุ้นประเภทใดที่ตลาดให้ความสนใจมากที่สุด คือ Growth Stock หรือหุ้นเติบโต จะรู้ได้อย่างไรว่า หุ้นตัวนั้นจะมีงบการเงินที่เติบโตขึ้นในอนาคต และการเติบโตนั้นต้องไม่ได้มาจาก "กำไรพิเศษ" จะต้องเป็นการเติบโตที่มาจากการทำธุรกิจจริงๆ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องศึกษาให้มาก.. หุ้นที่อันตรายที่สุดของนักลงทุนสาย VI คือ หุ้นวัฏจักร เช่น เหล็ก, น้ำมัน, สินค้าเกษตร, เดินเรือ, ปิโตรเคมี, รับเหมา ประมูลงานภาครัฐ, ธุรกิจขนส่ง ที่มีต้นทุนเป็นน้ำมัน ฯลฯ เพราะ เมื่อไหร่ที่หุ้นจำพวกนี้งบดีมาก นั่นคือ จุดที่อันตรายที่สุด ถ้าคุณศึกษาเรื่องการลงทุน ทุกอย่างแล้ว จนคุณร้องว่า "อ๋อ" เมื่อไหร่... เมื่อนั้น แสดงว่าคุณเข้าใจเรื่องการลงทุนทุกอย่าง อย่างถ่องแท้แล้ว หรือ เรียกว่า การ "บรรลุ" แล้วนั่นเอง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่... คุณจะต้องทำสิ่งนั้นจนเชี่ยวชาญ และรู้จริง เข้าใจจนถึงแก่นแท้ ตามกฏ 10,000 ชั่วโมง หากคุณศึกษาหุ้นวันละ 4 ชั่วโมง คุณจะใช้เวลา 7 ปี หากคุณศึกษาหุ้นวันละ 8 ชั่วโมง คุณจะใช้เวลาศึกษา 4 ปี มีความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องสะสมประสบการณ์ให้มาก ถ้าคุณผ่านช่วงเวลาที่ SET ปรับฐาน -100 หรือ -300 จุดขึ้นไป มากกว่า 2-3 ครั้ง และคุณสามารถกระโดดออกจากตลาดแล้วถือเงินสดไว้ ได้ก่อนที่ SET จะปรับฐาน หรือ จบรอบ นั่นแสดงว่าคุณมีความสามารถปกป้องเงินต้นของคุณได้ เงินต้นสำคัญที่สุดสำหรับอาชีพนักลงทุน การศึกษาเรื่องการลงทุนในหุ้น คุณอาจจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 7 ปี เพื่อสะสมความรู้และประสบการณ์ โดยใน 7 ปีนั้นคุณจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ตลาด SET ปรับฐานไม่น้อยกว่า -100 หรือ มากกว่า -300 จุดขึ้นไป ถึง 2-3 ครั้ง ซึ่งคุณจะต้องตกผลึกวิชาที่เรียนมาทั้งหมดให้ได้ เข้าใจอย่างกระจ่าง ถ่องแท้ เข้าใจถึงแก่น โดยผลตอบแทนที่ได้ จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถของคุณ.. ว่าคุณเข้าใจตลาดหุ้นได้ถึงแก่นแค่ไหน ??? และไม่ใช่แค่ผลตอบแทนที่ได้มาเพียงอย่างเดียว ที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ จงอย่างประมาท... การป้องกันความเสี่ยง ปกป้องเงินต้นให้ปลอดภัย ก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน ก่อนที่ SET จะปรับฐานครั้งใหญ่ คุณจะต้องปลดพอร์ตและถือเงินสดให้ได้มากที่สุด นั่นจึงจะบอกว่า "คุณอยู่รอดได้ ในตลาดทุน" ทุกครั้งที่ SET ปรับฐานลงอย่างหนัก คุณติดดอย หรือ ว่า ถือเงินสดอยู่... นั่นคือตัวชี้วัดความสามารถของคุณ... แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรหล่ะ ว่า SET จะปรับฐาน หรือ หุ้นตัวนั้นจะจบรอบแล้ว ครั้งใหญ่ ??? กราฟเทคนิคจะมีสัญญาณอะไรเตือนเราบ้าง สิ่งที่จะทำให้คุณอยู่รอดได้ นั่นคือ ความรู้.. การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง การลงทุนที่ดี คือ อย่าโฟกัสที่ผลกำไรเป็นหลัก แต่เราควรโฟกัสที่การป้องกันความเสี่ยง เป็นหลัก ต่างหาก.. กฏเหล็กของ ปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ Warren Buffett สอนเอาไว้ว่า เงินต้น..เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่า..สูญเสียมัน เมื่อเงินต้นของเราปลอดภัย ผลตอบแทนจะตามมาเอง การบริหารเงินทุนที่มีอยู่ เป็นสิ่งสำคัญ คุณควรแบ่งเงินที่มีอยู่ 100% แบ่งออกเป็นสัดส่วน เพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น แบ่งออกเป็น 4 ส่วน หรือ ก้อนละ 25% และ ในเงินแต่ละก้อน จะต้องถูกแบ่งออกเป็นไม้ๆ ในการเข้าซื้อ เช่น แบ่งเป็น 3 ไม้ หรือ มากกว่านั้น ได้ยิ่งดี ยิ่งคุณมีกระสุนเยอะเท่าไหร่ ยิ่งดี คุณจะต้องคิดก่อนเข้าลงทุนเสมอว่า ถ้าวันนี้เราพลาด เราจะยังเหลืออะไรอยู่บ้าง แล้วสิ่งที่เหลือนั้น เราจะนำมันมากู้สถานการณ์ ให้กลับมา.. ได้หรือไม่ คุณต้องรู้ว่า... จังหวะไหนที่ไม่ควรลงทุนที่สุด ควรเน้นถือเงินสดให้มากๆ และ จังหวะไหนสามารถลงทุนได้ โดยประเมินความเสี่ยงต่างๆ แล้ว ว่าราคาหุ้นที่เราเก็บในมูลค่านี้จะไม่แพงจนเกินไป เหมาะสมกับมูลค่าของบริษัทที่จะมีการเติบโตในอนาคต กราฟเทคนิค ที่มีสัญญาณบอกว่าราคาหุ้น ณ ขณะนี้ กำลังจะจบรอบ ครั้งใหญ่ เป็นยังไง แล้วต้องดูตรงไหน และ ใช้อะไรประเมินบ้าง คุณต้องรู้ ดูรายการ BLACK SWAN ใน Youtube ของช่อง ลงทุนแมน ดูรายการ Finansia Stock Update ใน Youtube ทุกวัน รายการจะพูดทุกวันที่มีตลาดหุ้นเปิด ให้เน้นฟังช่วง วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน โดย พี่ปุ๋ย และ พี่ต่าย ให้เรียนรู้ "วิธีคิด" วิธีการประเมินปัจจัยพื้นฐานหุ้นให้เป็น ความรู้ฟรี ๆ มีอยู่ใน Youtube และ เพจ Facebook มากมาย คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน ขอเพียงคุณเลือกครู.. ที่รู้จริง.. ให้เป็น.. เพราะพวกเขาอาจทำให้คุณ "หลงทาง" ได้ หลายปี.. ถ้าคุณเข้าซื้อหุ้นในราคาที่ถูกจังหวะแล้ว คุณจะทำอย่างไรให้ขายได้ในราคาจุดที่ดี.. โดยไม่ขายหมู.. สัญญาณกราฟเทคนิคอะไรที่จะช่วยไม่ให้คุณขายหมู.. การประเมินมูลค่าหุ้น VI แบบไหน ที่ทำให้คุณเห็นเป้าจุดขายได้อย่างชัดเจน และ แม่นมากพอ คุณต้อง Forward P/E ให้เป็น คุณต้องเข้าใจ เรื่อง Dow Theory (ทฤษฎีดาว) ในกราฟเทคนิคเคิล ให้แม่น.. เพราะมันคือพื้นฐานของการอ่านกราฟเทคนิคเคิล ศึกษา ทฤษฎี Wyckoff Logic เพราะ Volume มีความสัมพันธ์ต่อกราฟแท่งเทียน แล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่า หุ้นที่พักตัวลงมาแรงขายหมดแล้ว แท่งเทียนราคา ที่วิ่งขึ้น-ลง อยู่ในกรอบ ออกด้านข้าง คุณจะรู้ได้อย่างไร ว่านี่คือกราฟที่กำลังสะสมตัว Accumulation เพื่อยิงตัวเปลี่ยนเทรนด์เป็นขาขึ้น หรือ กราฟกำลังออกของ ปล่อยของ Distribution แล้วจบรอบ Volume พีค + ราคา พีค หน้าตากราฟแท่งเทียนเป็นอย่างไร คุณต้องฝึกดูให้แม่น มันจะทำให้คุณอยู่รอดในตลาดหุ้นได้ คุณควรดู กราฟแท่งเทียนใน ภาพ day, week, month ให้ครบ ก่อนการประเมินกราฟเทคนิค คุณต้องฝึกดูจุด แนวรับ แนวต้าน ให้แม่น แนวรับสำคัญ ดูยังไง แนวต้านสำคัญ ดูยังไง คุณต้องรู้ และ ต้องแม่น upside คือราคาที่หุ้นอาจจะขึ้นไปถึง / downside คือราคาที่หุ้นอาจจะลงไปถึง คุณต้องคำนวน upside ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน VI ของหุ้น ให้เป็น และ ต้องดู downside ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน VI ให้ออก ให้แม่น การซื้อหุ้นทุกครั้ง คุณจะต้องมีจุดขายหนีตาย หรือ จุด Cut Loss เอาไว้ในใจเสมอ ก่อนเข้าซื้อหุ้น หากหุ้นตัวนั้นไม่เป็นไปในทิศทางตามที่เราคาดไว้ คุณจะต้องทำตามระบบ อย่างมีวินัย นั่นจะทำให้คุณอยู่รอดได้ในตลาดหุ้น อย่าเด็ดดอกไม้ แล้วรดน้ำวัชพืช... หุ้นที่ทำให้พอร์ตแดง และปัจจัยพื้นฐานโครงสร้างธุรกิจของบริษัทกำลังเปลี่ยน หรือ มีแนวโน้มว่ายอดขายจะอิ่มตัว หรือ ยอดขายจะตกลง คุณควรขายมันออก แล้วเก็บหุ้นที่ทำให้พอร์ตเขียว ที่มีปัจจัยพื้นฐานของบริษัทกำลังจะเติบโต คุณควรปล่อยให้ราคาขึ้นไปจนถึงที่สุด หุ้นแบบไหนที่จะถูก Disruption คุณต้องรู้... การลงทุนหุ้นเป็นความสามารถเฉพาะตัว คุณจะต้องมีวิธีประเมินความเสี่ยงในรูปแบบของตัวเอง(เฉพาะตัว) เพราะแต่ละคน มีจริต นิสัย ที่แตกต่างกัน และ รับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน มีเงินทุนไม่เท่ากัน เช่น คุณชอบถือหุ้นยาวนานแล้วรอให้ราคาหุ้นเติบโตไปพร้อมกับกิจการ หรือ เทรดเก็งกำไรเอาส่วนต่างราคาในระยะสั้น สิ่งเหล่านี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบุคคล จึงเป็นสิ่งไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ คุณต้องหาแนวทางเฉพาะตัวของคุณเองให้เจอ อยู่ในตลาดหุ้น สิ่งสำคัญ คือ ใจเย็น คุณต้องใจเย็น..ให้เป็น ควบคุมสภาวะอารมณ์ให้ได้ โดยเฉพาะอารมณ์ "โลภ" และ อารมณ์ "กลัว" เพราะตลาดหุ้นไม่ใช่ว่าจะลงทุนได้ทุกจังหวะ ตลอดเวลา มันจะมีเพียงบางจังหวะเท่านั้น ที่ทำให้สร้างผลตอบแทนได้ คุณต้องใจเย็น และ รอจังหวะให้เป็น "อย่าทำตัวเป็นคนเล่นหุ้น" เพราะหุ้นคือ การลงทุน ไม่ใช่เล่นหุ้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ใน ตลาดหุ้น คือ "ความโลภ" ที่ตัวคุณไม่สามารถควบคุมได้ อย่าโลภ.. จนเกินความรู้ที่มี และ อย่าสอนให้ผู้อื่น " โลภ " คนโลภ จะโดนตลาด.. สั่งสอน.. อย่างหนัก.. อย่าลงทุน.. ในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ ไม่ควรใช้มาร์จิ้น(กู้) หรือ เล่น Leverage (เลเวอเรจ) เพราะมันอาจทำให้ชีวิตของคุณพังได้ ลักษณะนิสัย ที่นักลงทุน.. ลงทุนในหุ้น จะต้องมี คือ มีความอดทนสูง คุณต้องใช้ความอดทนสูงมากๆ คุณจะต้องรอบคอบ ใจเย็น ใฝ่รู้ มีวินัย และ อย่าโลภ... คุณจะต้องมีทุกข้อ ตามที่กล่าวมา ห้ามขาดข้อใดข้อหนึ่งเด็ดขาด.. นี่คือ ลักษณะนิสัยของคนที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนหุ้น ถ้าคุณลงทุนในหุ้น แล้วพลาด... เจ็บตัวกับการลงทุนในหุ้น ให้ถามกับตัวเองว่าพลาดเพราะอะไร ?? ถ้ายังตอบให้กับตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งกลับเข้ามาลงทุนอีก ให้ไปหาความรู้เพิ่ม เพื่อหา..คำตอบให้ได้ เมื่อตอบกับตัวเองได้แล้ว.. ค่อยกลับเข้ามาลงทุนใหม่ จึงจะดีกว่า.. ความผิดพลาด คือ ครูสอนที่ดี.. จงเรียนรู้มัน และหาทางป้องกันความผิดพลาดนั้น.. เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต... ความผิดพลาด เป็น เส้นทางไปสู่ความสำเร็จ คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลย ก็จะไม่เกิดการเรียนรู้ และ ไม่พัฒนาตัว หรือ เคยผิดพลาด แต่ไม่สนใจ ไม่ยอมรับจริง ไม่ยอมรับในความผิดพลาดนั้น ทำเป็นมองๆ ข้ามไป ช่างมันเถอะ ก็จะไม่เกิดการพัฒนาตัว เช่นกัน EPS คือ อะไร คำนวนมาจากอะไร คุณต้องรู้ และต้อง คิด P/E ให้เป็น และ คิดแบบ Forward P/E ให้เป็น ให้ได้ ถ้าหุ้นตัวไหน P/E สูงมากๆ คุณควรคำนึงถึงรายได้ที่บริษัทจะเติบโตให้มากๆ แต่ถ้ามองว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะเติบโตน้อยแล้ว เมื่อเทียบกับ P/E ที่สูงมากๆ หุ้นตัวนั้นถือว่าแพงเกินไป มีปัจจัยอะไรบ้าง ที่ส่งผลกระทบต่อ EPS และ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำส่งผลกระทบต่อตัวเลข จำนวน ผู้ถือหุ้น ของบริษัท คุณต้องรู้ และ สรุปให้ได้ YoY คือ อะไร ?? QoQ คือ อะไร ?? คุณต้องรู้ และเข้าใจให้กระจ่าง เพื่อใช้ในการอ่านงบการเงิน และ ใช้อ่านแนวโน้มธุรกิจในอนาคต งบดีเกินคาด ตลาดจะตอบสนองอย่างไร, งบต่ำกว่าคาด ตลาดจะตอบสนองอย่างไร คุณต้องเรียนรู้ คุณต้องอ่าน demand หรือ ความต้องการของผู้บริโภคให้เป็น demand ล้น แต่ supply ขาด จะเกิดอะไรขึ้น ?? supply ล้น แต่ demand ขาด จะเกิดอะไรขึ้น ?? ถ้าบริษัท ปันผลเป็นหุ้น จะมีผลอะไรต่อบริษัทบ้าง คุณต้องรู้ แจกวอร์แรนต์ Warrant คือ อะไร ?? เพิ่มทุน RO คือ อะไร ?? เพิ่มทุน PP คือ อะไร ?? แล้วหุ้นจะเกิดการ Dilution Effect หรือ เรียกอีกอย่างว่า dilute (ราคาไดรูท) วันไหน วันที่เท่าไหร่ วันที่ขึ้นเครื่องหมาย คือ วันไหน เมื่อไหร่ที่เราควรต้องเฝ้าระวัง ความช่างสังเกตุ ในการอ่านงบการเงิน เวบ set.or.th จะทำให้คุณเห็นอะไรบางอย่างในธุรกิจของบริษัท(หุ้น) นักลงทุนที่มีประสิทธิภาพควรมีความช่างสังเกตุสูง ค่าเสื่อม คือ อะไร ?? ทำไมต้องดู ?? ดูเพื่ออะไร ?? EBITDA คือ กำไรก่อนจะหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย เรามักจะเจอคำ EBITDA นี้ในคำอธิบายงบการเงินของบริษัท(หุ้น) ที่มีหนี้สินเยอะๆ มีภาระที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากๆ ฯลฯ หนี้สินของบริษัท เราต้องเข้าไปดูว่า เป็นหนี้ที่มีดอกเบี้ย หรือ ไม่มีดอกเบี้ย ถ้าเป็นหนี้สินที่เป็นเจ้าหนี้การค้า ถือว่าเป็นหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ย จัดว่าดี ไม่น่ากลัว หุ้นที่รายได้เติบโต แต่ ตัวเลข อัตรากำไรสุทธิ(%) ตกลงมา เกิดจากอะไร บริษัทมีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มขึ้น มีปัจจัยอะไรที่ฉุดงบอยู่ คุณต้องหาคำตอบให้เจอ หุ้นที่มีรายได้สูงมากๆ แต่มี อัตรากำไรสุทธิ(%) ต่ำ หรือ เรียกว่า (%)มาร์จิ้นต่ำ เกิดจากอะไร ให้ไปหาสาเหตุ เช่น มีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ แต่ละไตรมาสบริษัทต้องจ่ายดอกเบี้ยมากแค่ไหน แล้วมากเกินไปหรือไม่ หรือ มีค่าใช้จ่ายอะไร ที่เป็นตัวทำให้ อัตรากำไรสุทธิ(%) ต่ำลงกว่าปีที่ก่อน คุณควรหาให้เจอ หุ้นที่มีรายได้คงที่ แต่มี อัตรากำไรสุทธิ(%) เพิ่มสูงขึ้น คุณควรให้ความสนใจ และ หาสาเหตุสิ่งนั้นให้เจอ เช่น บริษัทปรับปรุงโรงงานยกเครื่องจักรใหม่ในการผลิต ทำให้ผลิตสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น, ต้นทุนลดลงจาก... ฯลฯ ควรระวัง.. หุ้น-บริษัทที่ขายฝัน.. ผู้บริหารที่ดีต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกลถือเป็นเรื่องดี เราควรวิเคราะห์ให้ออกว่า สิ่งที่ผู้บริหารพูดควรทำได้จริง งบกำไรตัวเลขต้องมา ไม่ใช่เรื่องขายฝัน ธุรกิจ ตะวันตกดิน คืออะไร คุณควรต้องรู้วงจรของธุรกิจ ธุรกิจทุกธุรกิจ มีช่วงรุ่งโรจน์ เติบโต อิ่มตัว และ ขาลง สอดคล้องกับคำสอนของศาสนาพุทธ คือ ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ทุกอย่างล้วน เกิดขึ้น... ตั้งอยู่... และ ดับไป... หากธุรกิจใด มีผู้บริหารเก่ง เมื่อผู้บริหารท่านนั้นรู้ว่าธุรกิจของตนเองกำลังเข้าสู่สภาวะตะวันตกดิน ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจ หรือ สร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา เพื่อรองรับความเสี่ยงธุรกิจเดิมที่กำลังจะแย่ลงได้ กลายเป็นธุรกิจ New S-curve ดังนั้นการเลือกลงทุนหุ้นที่มีผู้บริหารเก่งก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้บริหารนั้นคือหัวเรือใหญ่ที่จะเลือกทิศทางธุรกิจให้กับบริษัทว่าจะไปทางไหน... คุณต้องดู Oppday ประชุมผู้ถือหุ้น ใน youtube อยู่เสมอๆ คุณต้องขยันให้มากๆ คุณต้องติดตาม และ อ่านคำอธิบายงบการเงิน ในเวบ set.or.th ของ บริษัท ทุกๆ ไตรมาส และต้องอ่านย้อนหลังไปอีกหลายๆ ไตรมาสด้วย งบการเงินรายไตรมาส จะถูกนำส่ง ก.ล.ต. ภายใน 45 วันนับแต่วันสุดท้าย ของแต่ละไตรมาส ผลประกอบการบริษัท หรือ งบการเงินของบริษัท รายได้, EPS และ ทิศทางของตัวธุรกิจ จะเป็นตัวกำหนดทรงกราฟแท่งเทียน ถ้าคุณดูแต่กราฟแท่งเทียน การลงทุนของคุณจะมีช่องโหว่ มีจุดอ่อน การลงทุนในหุ้น ต้องใช้ความเข้าใจขั้นสูง และ ความรู้ขั้นสูง ถ้าคุณเล่นหุ้นแบบไม่รู้ แล้วใช้ดวงนำทาง ก็ไม่ต่างอะไรกับ การเล่นหวย หรือ การพนัน คุณแค่อยาก " ดูรวย " หรือ คุณอยาก " รวยจริงๆ " หนังสือหุ้นขั้นสูง ที่คุณไม่ควรพลาดในการศึกษาหุ้น โดยก่อนอ่านคุณจะต้องมีความรู้พื้นฐานตามที่กล่าวด้านบนมาทั้งหมด เมื่อความรู้พื้นฐานแน่นแล้ว จึงจะมาอ่านและทำความเข้าใจได้ คือ 1. หนังสือหุ้น เทรดแบบเซียนหุ้น ให้ได้กำไรขั้นเทพ หรือ หนังสือ เทรดอย่างพ่อมดตลาดหุ้น เขียนโดย Mark Minervini (มาร์ค มิเนอร์วินี) แปลจากหนังสือ ต้นฉบับ Trade Like a Stock Market Wizard 2. CAN SLIM คัดหุ้นชั้นยอด ด้วยระบบชั้นเยี่ยม เขียนโดย วิลเลียม โอนีล คุณควรต้องอ่านกราฟในหนังสือเล่มนี้ให้เข้าใจทุกกราฟ ถ้าคุณอ่าน.. แล้วยังไม่เข้าใจ แสดงว่าความรู้พื้นฐานของคุณยังน้อยเกินไป คุณต้องกลับไปศึกษาใหม่เพิ่มขึ้นให้มากๆ ความรู้พื้นฐานต้องแน่นกว่านี้ จึงจะอ่านกราฟในหนังสือเล่มนี้จนเข้าใจ 3. โมเมนตัม มาสเตอร์ : Momentum Masters ความสำเร็จ ไม่มี "ทางลัด" คุณต้องขยัน ขยัน และ ขยัน ให้มากกว่าคนทั่วไปหลายๆ เท่า คุณจึงจะเป็นคนที่มีคุณสมบัติพิเศษมากพอ มากพอที่จะ.. ควรค่าแก่...รางวัลแห่งความสำเร็จนั้น วันนี้คุณขยันมากพอแล้วหรือยัง ?? ลองถามตัวเองดู.. รางวัลแห่งความสำเร็จ มีไว้ให้สำหรับคนที่มีคุณสมบัติพิเศษมากพอ เป็นคุณสมบัติที่ไม่มีอยู่ในคนทั่วไป ซึ่งมี "น้อยคน" นัก ที่จะได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จนั้น โจทย์สุดท้าย ที่คุณจะต้องตกผลึกให้ได้ คือ หุ้นตกหนัก นักลงทุนสาย VI บอกว่า ให้ซื้อสวน ให้ซื้อ งัดของ ให้เก็บของ หรือ เก็บเพิ่ม ซื้อถัวเฉลี่ย หุ้นตกหนัก สายกราฟเทคนิค บอกว่า อย่ารับมีดที่หล่นลงมาจากฟ้า คุณจะมีวิธีคิดอย่างไรให้ วิชา 2 สายนี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ตีกัน ถ้าคุณตกตะกอนความรู้ได้ ตอบตัวเองได้ เราขอยินดีกับคุณด้วย สิ่งสำคัญที่สุด ในการเรียนรู้ คือ คุณจะต้องตกตะกอนความรู้ที่คุณเรียนมาทั้งหมดให้ได้ แล้วนำความรู้ทุกวิชา ทุกแขนง มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยที่วิชาทุกแขนงนั้น จะต้องไม่ตีกัน ถ้าคุณทำไม่ได้ เราเรียกว่า "ธาตุไฟแตก" วิธีแก้ คือ คุณต้องกลับไปศึกษาใหม่ ให้เข้าใจ ให้ลึกซึ้งกว่านี้ จนกว่าคุณจะร้อง " อ๋อ " |
|




