|
นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า เลื่อนจ่ายไฟ โรงไฟฟ้า TG8 เข้าระบบปี 62 หลังต้องทำประชาพิจารณ์ ดันกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 440 MW ลุ้นงบปี 62 โตกว่าปี 61 จ่อดึงพันธมิตรร่วมประมูลโรงไฟฟ้าขยะ
- บริษัทคาดผลประกอบการงวดปี 62 จะเติบโตกว่าในปี 61 เนื่องจากช่วงเดือนม.ค.62 โรงไฟฟ้า TG8 ขนาดกำลังการผลิต 150 เมกะวัตต์ (MW) จะจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ ซึ่งเลื่อนการจ่ายไฟจากเดิมในช่วงไตรมาส 4/61 เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องทำประชาพิจารณ์กับชุมชนในพื้นที่ โดยล่าสุดทาง กกพ.ได้อนุมัติใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าแล้ว
- อีกทั้ง บริษัทจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า TG6 ขนาดกำลังผลิต 70 MW และ TG7 ขนาดกำลังผลิต 70 MW ดังนั้นจะส่งผลให้ในปี 62 บริษัทจะมีโครงการโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบรวมทั้งสิ้น 440 MW จากสิ้นปี 61 มีเพียง 290 MW
- รวมถึงบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้เพิ่มมากขึ้นกว่าระดับ 90% จากปัจจุบันที่มีการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 70% จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่จะจ่ายไฟเข้าสู่ระบบ รวมทั้งสิ้น 440 MW ด้วยการลงทุนติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าและเสริมความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัท
- ขณะเดียวกันจะยื่นประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะในเขตพื้นที่ของกรุงเทพฯ ได้แก่ เขตหนองแขม และเขตอ่อนนุช ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตแห่งละ 20 MW โดยบริษัทได้เข้าซื้อซองเพื่อรับทราบทีโออาร์แล้ว และมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูล ทั้งนี้หากบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลคาดว่าจะใช้เวลารับรู้รายได้ในปี 64 เป็นต้นไป
- บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ รวมประมาณ 10 ราย โดยคาดจะได้ข้อสรุปของการคัดเลือกพันธมิตรก่อนวันที่จะปิดซองประมูลในวันที่ 21 ม.ค.62 โดยพันธมิตรใหม่ที่จะเข้ามาบริษัทเปิดกว้างทั้งพันธมิตรที่มีเงินทุน และเทคโนโลยีในการก่อสร้าง
- นอกจากนี้ จะเข้าซื้อซองประกวดราคาในโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติมอีก ในพื้นที่ของจังหวัดชลบุรี ,จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดสงขลา ซึ่งบริษัทมีแหล่งเงินทุนไว้รองรับแล้ว ด้วยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ รวมถึงกู้เงินจากสถาบันการเงิน
- สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทำการศึกษาที่จะเข้าลงทุนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเบื้องต้นพบว่ายังมีความเสี่ยงของพื้นที่ และนโยบายที่ชัดเจน ดังนั้นจึงยังไม่มีแผนที่จะเข้าลงทุนในขณะนี้
|