TOA คาด Q2/62 ยอดขายโตต่อ เดินเครื่องโรงงานตปท.หนุนรายได้ทั้งปีพุ่ง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 มิ.ย. 62 15:24 น.
นายประกรณ์ เมฆจำเริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ว่าคาดยอดขาย Q2/62 โตต่อรับตลาดใน - ตปท.สดใส พร้อมตั้งสำรองเลิกจ้าง 74 ลบ. ในไตรมาสนี้ ด้าน 3 โรงงานใหม่เดินเครื่อง แย้มอินโดฯ คืนทุนเร็วสุด หนุนกำลังการผลิตปีนี้รวมแตะ 102 ล้านแกลลอนต่อปี ดันยอดขายรวมปีนี้โต10% ส่วน EBITDA Margin คาดแตะ 17%
- คาดยอดขายในช่วงไตรมาส2/62 ดีกว่าไตรมาส1/62 เนื่องจากปรับเปลี่ยนการทำงานของทีมขายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการทำงานกับคู่ค้า และแก้ปัญหาการจัดส่งล่าช้า นอกจากนี้ภาพรวมของยอดขายทั้งในและต่างประเทศยังมีแนวโน้มเติบโต ช่วยหนุนให้เป้าหมายยอดขายปีนี้โต 10% ตามที่ตั้งไว้ได้
- ด้าน EBITDA Margin ปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 17% จากปีก่อนอยู่ที่ 16% หลังควบคุมต้นทุนการผลิต และควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร(SG&A) ได้ดีมากขึ้น
- ในไตรมาส 2/62 บริษัทจะตั้งสำรองค่าใช้จ่ายชดเชยกรณีนายจ้างเลิกจ้างจำนวน 74 ล้านบาท สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ขึ้นไป ให้ได้รับค่าชดเชยจำนวน 400 วัน ของค่าจ้างอัตราสุดท้าย ตามพ.ร.บคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่
- โดยภาพรวมของยอดขายบริษัทยังมาจากในประเทศเป็นส่วนใหญ่ 87% ส่วนยอดขายต่างประเทศอยู่ที่13% ซึ่งในปีนี้จะมีกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่อีก 3 แห่งเพิ่มเข้ามาโดยใช้งบลงทุนรวมประมาณ 1,200 ล้านบาท คือโรงงานในประเทศอินโดนีเซียหนุนกำลังการผลิตได้ 7.8 ล้านแกลลอนต่อปี ซึ่งเปิดดำเนินงานไปแล้วเดือนเมษายนที่ผ่านมา , โรงงานในเมียนมากำลังการผลิต 3.4ล้านแกลลอนต่อปี เริ่มผลิตได้ช่วงไตรมาส3/62 และโรงงานในกัมพูชากำลังการผลิต 3.3 ล้านแกลลอนต่อปี เริ่มผลิตได้ช่วงไตรมาส4/62 ซึ่งจะช่วยหนุนกำลังการผลิตโดยรวมเป็น 102 ล้านแกลลอนต่อปี จากเดิมอยู่ที่ 88 ล้านแกลลอนต่อปี โดยในอนาคต 4-5ปีนี้ (ปี62-66) คาดหวังสัดส่วนยอดขายต่างประเทศเพิ่มเป็น 20%
- ซึ่งโรงงานในอินโดนีเซียคาดว่าจะคืนทุนได้เร็วมากที่สุด เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่มีโอกาสเติบโตเพราะแนวทางการบริโภคใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยบริษัทเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เกาะชวา และสุมาตราซึ่งมีสัดส่วนการใช้สีประมาณ 75% ของประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด และภาพรวมการใช้สี
- ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีเงินเหลือจากการระดมทุน(IPO) ประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต โดยหากมีแผนการใหม่เพิ่มเติมจะแจ้งให้นักลงทุนทราบ