AU ส่งสัญญาณลบ...จากหุ้นขนมหวานกลายเป็นรสขม!
25 กุมภาพันธ์ 2563 | 13:49
AU หุ้นขนมหวานที่กลายเป็นรสขมไปแล้ว หลังราคาร่วงแรงทำนิวโลว์รอบ 1 ปี 1 เดือน แม้กำไรปี 62 จะออกมาโต 61% แต่งบไตรมาส 4/62 ส่งสัญญาณลบออกมาชัดเจน หลัง SSSG ที่พลิกติดลบ และอัตรากำไรที่ทำได้ค่อนข้างแย่ ส่วนไตรมาสแรกปีนี้คาดได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เต็มๆ เหตุนักท่องเที่ยวจีบวูบ กรณีเลวร้ายสุดปีนี้ SSSG อาจติดลบถึง 10%
ราคาหุ้น บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU เปิดตลาดวันนี้ร่วงหนักทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าไปที่ 6.30 บาท นิวโลว์รอบ 1 ปี 1 เดือน ก่อนมาปิดตลาดช่วงเช้าที่ 6.65 บาท ลดลง 1.35 บาท หรือ 16.88% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 751.61% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
AU เป็นอีกหนึ่งในหุ้นที่ราคามีความผันผวนมากในแต่ละปี แม้ผลประกอบการจะเติบโตทำสถิตินิวไฮมาตลอดทุกปีตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 59
| ปี |
กำไรสุทธิ(ลบ.) |
เปลี่ยนแปลง(YoY) |
ราคาหุ้นระหว่างปี(บ.) |
| 59 |
98.77 |
+71.75% |
10.13 - 13.51 |
| 60 |
128.90 |
+30.50% |
7.10 - 15.40 |
| 61 |
147.43 |
+14.37% |
5.30 - 15 |
| 62 |
237.08 |
+60.80% |
6.05 - 17.50 |
อย่างไรก็ดี หลังจากก้าวเข้าสู่เดือนก.พ.63 ได้ไม่นาน ราคาหุ้นกลับปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ที่ระบาดในหลายพื้นที่ แม้จะรายงานกำไรสุทธิปี 62 ออกมาเติบโตอย่างมากก็ตาม
*** กำไรสุทธิไตรมาส 4/62 เติบโตเพียง 2% ส่งสัญญาณชะลอตัว
วานนี้ (24ก.พ.63) AU รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/62 ออกมามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมาอยู่ที่ 49 ล้านบาท แต่ลดลง -22.57% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายที่ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ขณะที่ทั้งปี 62 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 237.08 ล้านบาท โต 60.80% จากปีก่อน
พร้อมประกาศจ่ายปันผลปี 62 เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.29 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 7 พ.ค. 63 และกำหนดจ่ายเงิน 22 พ.ค. 63
*** คาดงบปี 63 ชะลอตัวต่อเนื่อง เลวร้ายสุด SSSG ติดลบถึง 10%
บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/62 ที่ 50 ล้านบาท ถือว่าทำได้ต่ำกว่าที่คาดไปมาก แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ส่วนหลักๆมาจากยอดขายหน้าร้านที่ทำได้แย่กว่าคาด โดยยอดขายต่อสาขาเดิม(SSSG)พลิกกลับมาติดลบถึง 3.4% จากเดิมที่คาดว่าเป็นบวก สะท้อนอานิสงส์จากยอดขายแบบ To go แผ่วลง
ส่วนผลประกอบการหลักอื่นๆ ทำได้ไม่ดี ทั้งอัตรากำไรที่แย่กว่าคาด ได้แก่ อัตรากำไรขั้นต้น(GPM) อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย(EBITDA Margin) และอัตรากำไรสุทธิ(NPM)
อยู่ระหว่างปรับประมาณการกำไรปี 63 - 64 คาดปรับลงปีละ 10 - 15% จากแนวโน้มเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวมากขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการระบาดของโรค COVID-19
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น Under review (จากเดิม Neutral) มองราคาหุ้นระยะสั้นจะยังคง under perform จากผลประกอบการที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดและความกังวลต่อผลกระทบของนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง
บล.บัวหลวง ระบุว่า กำไรจากธุรกิจร้านอาหารกำลังลดลงอย่างทั้ง YoY และ QoQ และคาดยอดขายสาขาเดิมจะหดตัวราว 10% YoY ในไตรมาส 1/63 จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจร้านอาหาร ยอดขายสาขาเดิมจะลดลง YoY เนื่องจากปริมาณลูกค้าในห้างสรรพสินค้าที่ต่ำ
ทั้งนี้การชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศจีนจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ AU (ส่วนแบ่งรายได้จากชาวจีน 13%) ดังนั้นคาดว่าการเปิดตัวสาขาใหม่ในไตรมาส 1/63 AU จะมุ่งเน้นยอดขายที่มิใช่หน้าร้านซึ่งจะมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงกว่ายอดขายจากหน้าร้าน ในช่วงกลางปีจนถึงสิ้นปี 63 AU วางแผนที่จะเปิดสาขาใหม่อีก 5 สาขาในกรุงเทพฯ (รวมทั้งสิ้น 43 สาขา สิ้นปี 63)
เราได้ปรับการประมาณการกำไรหลักลดลง 4% ในปี 63 เพื่อสะท้อนผลกระทบเชิงลบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การคาดการณ์ยอดขายสาขาเดิมจะถูกปรับลดจาก 4% YoY มาอยู่ที่ 7% YoY ในปี 63 เพื่อสะท้อนยอดขายสาขาเดิมที่แย่ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 การประมาณการการเติบโตของยอดขายลดลงจาก 37% ในปี 62 มาอยู่ที่ 6% ในปี 63
สำหรับสมมุติฐานกรณีเลวร้ายที่สุด AU อาจจะกลับมาซ้ำรอยยอดขายสาขาเดิมที่แย่เป็นประวัติการณ์อีกครั้งที่ -10% ความเสี่ยงขาลงของกำไรในปี 63 คาดว่าอยู่ที่เพียง 3% ทั้งนี้ด้วยงบดุลที่แข็งแกร่งด้วย สถานะเงินสด ณ สิ้นปี 63 จึงหนุนโอกาสในการเข้าซื้อกิจการและพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังซบเซา
แนะนำ ซื้อ แต่ปรับราคาลดลงเหลือ 13 บาท อิง PER ที่ 35 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 40 เท่าจากแนวโน้มกำไรที่ชะลอตัวในปี 63
กำไรในไตรมาส 4/62 ที่ชะลอตัวลง ยังไม่ได้รับรู้ผลกระทบจากโรคระบาด ดังนั้นผลงาน AU ในปีนี้ที่จะรับรู้ผลกระทบจากโควิด-19 เต็มที่ อาจทำให้แนวโน้มผลประกอบการปี 63 ถูกกระทบพอสมควร! สะท้อนจากลูกค้าจีน และการทานอาหารนอกบ้านของลูกค้าไทยลดลงไปอย่างมาก