ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น BGC
เข้าชม : 333

D/E เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7 เท่า รุกลูกค้ากลุ่ม CLMV มากขึ้น

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 27 สิงหาคม 2562  13:30 น.
BGC มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามเป้า 8-10% เดินหน้าขยายตลาด-เพิ่มกำลังผลิต

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ส.ค. 62 11:26 น.

 

บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ให้ข้อมูลนักลงทุนในงาน Opportunity Day โดยมี นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ให้ข้อมูล ระบุ มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามเป้า 8-10% หลังครึ่งปีแรกเติบโตแล้ว 11% พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ แย้มสิ้นปีนี้คาดเห็นความชัดเจนดีล M&A มูลค่า 50-1,000 ล้านบาทต่อดีล พร้อมมั่นใจผลการดำเนินงานครึ่งหลังดีกว่าครึ่งแรก หลังบริหารต้นทุนดีขึ้น ดันอัตรากำไรขั้นต้นแตะ 16% จากปัจจุบัน 15.1% โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  - รายได้ปีนี้มั่นใจจะเติบโต 8-10% จากปีก่อนที่มีรายได้ 10,521.82 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก ทำมีรายได้แล้ว 5,662.08 ล้านบาท หรือ เติบโต 11% ส่วนกำไรปีนี้จะดีกว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 496.17 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกมีกำไรแล้ว 244.89 ล้านบาท เป็นผลจากการบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น และ เดินหน้าขยายฐานลูกค้าในตลาดต่างประเทศมากขึ้น ตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้เพิ่มสัดส่วนการส่งออกเป็น 10%จากปัจจุบันอยู่ที่ 9% และ เพิ่มเป็น 20% ภายในปี 67

  “ผลการดำเนินงานครึ่งหลังดีกว่าครึ่งแรก เพราะไตรมาส 3-4 จะเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจเรา ซึ่งเราเห็นยอดขายในเดือนก.ค. และ ส.ค. ก็ดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะยอดขายในประเทศยังมีการเติบโตที่ดี ไม่รวมต่างประเทศที่มีการเติบโตที่ดีเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV

  - นอกจากนี้ตั้งเป้าปีนี้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) จะเพิ่มมาอยู่ที่ 16% จากปัจจุบัน 15.1% มาจากการบริหารต้นทุน และ เพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงานราชบุรี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 75% สิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 86% ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมสิ้นปีนี้อยู่ที่ 9 หมื่นตันต่อปี จากทั้งหมด 5 โรงงาน

  “ก่อนหน้านี้ลดกำลังการผลิตลงเพื่อเร่งระบายสต็อกทำให้ลดค่าเช่าโกดังได้มากขึ้น สิ้นปีก่อนกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.5 แสนตันต่อปี ระดับที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 8 หมื่นตัน และไม่เกิน 1 แสนตันต่อปี การที่บริษัทได้เพิ่มประสิทธิภาพกำลังการผลิตใช้งบลงทุนต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 400 ล้านบาท”

  - ภายในสิ้นปีนี้จะเห็นความชัดเจนของการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ปัจจุบันได้ศึกษาความเป็นไปได้อยู่ 5 ดีล เป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเดิม เช่น บรรจุภัณฑ์รูปแบบต่างๆ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ดีลดังกล่าวใช้เงินลงทุนเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ 50 - 1,000 ล้านบาท และ จะใช้เงินจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน จะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7 เท่า

  “ปัจจุบันเรามีเงินกู้จากสถาบันการเงินอยู่ที่ 7 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ 7.9 พันล้านบาท เรามีการชำระคืนเงินกู้ไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากเราทำดีลสำเร็จ และ ทำให้ D/E เพิ่มเป็น 2 เท่า แต่ไม่เกิน 3 เท่า ก็เป็นระดับที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจเรา”


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ