|
|
โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 30 กรกฎาคม 2562 13:19 น.
SSPโรงไฟฟ้าโตแรง-พีอีต่ำ ดีลลมสิ้นปี-กองทุนนอกจ้อง
22/07/2562 ทันหุ้น “บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)” หรือ “SSP” นับเป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่เข้าข่าย “โตแรง-มีอนาคต-แต่ราคาถูก” ด้วยพีอีย้อนหลัง4ไตรมาสเพียง 15 เท่า ท่ามกลางการเติบโตของปีนี้จะพุ่งราว 30-40% จากการจ่ายกระแสไฟฟ้า (COD) ของโครงการโซลาร์ฟาร์มที่เวียดนาม 49.6 เมกะวัตต์ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 และล่าสุดโครงการโซลาร์ฟาร์มมองโกเลียที่เพิ่งจ่ายไฟไป 16.4 เมกะวัตต์ เมื่อ 6 กรกฎาคม 2562 ซึ่งทำให้ยอดขายไฟปีที่ผ่านมาจากราว 90 เมกะวัตต์ กระโดดขึ้นเป็น 157 เมกะวัตต์ในปัจจุบัน ขณะที่โปรเจกข้างหน้าที่ถือ PPA ยังคงมีอยู่อีกราว 100 เมกะวัตต์ @โตแรง 30-40% ต่อปี “นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP ยอมรับว่า การเติบโตของบริษัทในปีนี้มีเป้าอยู่ราว 30-40% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1,137.38 ล้านบาท จากปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าขายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) ปีที่แล้วเต็มปี และรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่ COD ใหม่ที่เข้ามาเพิ่มในปีนี้ และในปี 2563 การเติบโตก็จะใกล้เคียงกับระดับ 30-40% เช่นเดียวกันเนื่องจากจะมีการรับรู้โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟในปีนี้เต็มปี และปีหน้า 2563 จะมีการ COD เพิ่มอีก คือ โครงการยามากะ ในจังหวัดคุมาโมโต้ ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 34.5 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่ม COD ได้ช่วงเดือน มิถุนายน 2563 ขณะที่ปี 2564 ก็จะคาดว่าจะเริ่ม COD โครงการลีโอ 1 กำลังการผลิต 26 เมกะวัตต์ ในจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะเริ่ม COD ภายในช่วง กรกฎาคม 2564 และต่อเนื่องโครงการลีโอ 2 คาดว่าจะ COD ในช่วงปลายปี 2565 เช่นเดียวกัน @ อนาคตคว้า PPA ยังสดใส ด้วยขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ไม่ใหญ่เกินไปของ SPP กลับกลายมาเป็นจุดเด่นของบริษัทที่จะเร่งการเติบโตได้อีกมากหากได้รับโครงการโรงไฟฟ้าเข้ามาอีก ท่ามกลางที่มีเสียงบอกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนหายากขึ้น แต่บริษัทก็ได้มีการวางเป้าหมายที่จะมีโรงไฟฟ้า 400 เมกะวัตต์ หลังจากทำเกินทะลุเป้า 200 เมกะวัตต์มาแล้ว “นายวรุตม์” บอกว่า โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนยังมีโอกาสอีกมากจากเมกะเทรนด์ของโลก โดยเฉพาะ ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ ประเทศเวียดนาม ที่กำลังศึกษา จะสรุปในสิ้นปีนี้ รวมไปถึง ประเทศมองโกเลียที่มีการลงทุนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งบริษัทมีจุดเด่นในการลงทุนในมองกเลียเป็นบริษัททีได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น และได้รับเงินกู้จากเอดีบี ซึ่งก่อนที่จะให้เงินกู้จะต้องตรวจสอบทางโครงการและบริษัท แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ขณะที่ดินที่ดำเนินโซลาร์ฟาร์มของบริษัทนั้นอยู่ใกล้สนามบินแห่งใหม่ของมองโกเลีย และจากการลงทุนในมองโกเลียทำให้มีสถาบันต่างประเทศที่ลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดติดต่อขอข้อมูลในการลงทุนเข้ามาด้วย นอกจากนี้ยังมีการศึกษา ในประเทศเมียนมาร์, ประเทศอินโดนีเซียด้วย @ IRR ยังสูง 12-13% การลงทุนนอกจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แล้ว ยังรวมไปถึง โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะ หลักการลงทุนของบริษัทนั้นได้ตั้งอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไว้ไม่ต่ำกว่า 12 – 13 % ต่อโครงการ และบริษัทจะต้องมีการศึกษาและเข้าใจในโครงการนั้นๆ อย่างดี รวมไปถึงการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง @ เคาะเป้า 12 บาท ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) แนะนำ “ซื้อ” SSP ราคาเป้าหมาย 12 บาท เนื่องจากการที่ โรงไฟฟ้ามองโกเลียโรงแรก COD เรียบร้อยคาดทำให้ตลาดคลายความกังวลอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ SSP เป็นหุ้น Laggard ที่น่าสนใจโดยปัจจุบันเทรด PER อยู่ที่ราว 11เท่านั้น เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่เทรดราว 20 เท่า พร้อมกับกำไรที่เติบโตโดดเด่นกว่า 30% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 จากกำลังการผลิตที่มี PPA รองรับแล้วทั้งหมด ส่วนผลการดำเนินการไตรมาส 2/2562 คาดกำไรปกติที่ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY, +27% QoQ จาก |
|




