|
|
โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 15 พฤษภาคม 2563 12:34 น.
ZEN คาดงบ Q2/63 ต่ำสุดของปี-เตรียมแผนกู้เงิน 40 ลบ.พยุงธุรกิจ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 63 10:44 น. ZEN ยอมรับรายได้ปี 63 ทรุด พร้อมมอง Q2/63 เป็นจุดต่ำสุดของปี หลังปิดสาขาทั่วปท.เกือบทั้งไตรมาส เตรียมแผนกู้เงิน 40 ลบ.พยุงธุรกิจ หลังมีเงินสดเหลือ 100 ลบ.พอใช้แค่ 2 เดือน ตั้งเป้ายอดขายเดลิเวอรี่ในปีนี้ทะลุ 500 ลบ. นาย บุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ประเมินรายได้ทั้งปี 2563 มีโอกาสลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 3,144 ล้านบาท โดยช่วงไตรมาส 2/2563 มองว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี เนื่องจากผลกระทบการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องปิดร้านอาหารในเครือนานกว่า 2 เดือน อย่างไรก็ตาม หากห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดบริการได้ตามปกติช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ ยังไม่มีนัยต่อรายได้เนื่องจากต้องจัดระยะห่างภายในร้านตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะทำให้สูญรายได้กว่า 60% ต่อเดือน ขณะที่บริษัทยังมีต้นทุนพนักงาน และซัพพายเออร์ รวมกันกว่า 30 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจากยังคงจ่ายเงินเดือนพนักงานใน 20 สาขาที่ถูกสั่งปิดบริการชั่วคราวตามปกติ ขณะเดียวกันยังมีการลดค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 50% ต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่่ผ่านมา ไปจนกว่าสถานการณ์ปกติ ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ZEN มีกระแสเงินสดอยู่ประมาณ 80-100 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจไปอีก 2 เดือน แต่เมื่อเข้าสู่เดือน ก.ค.2563 บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องกู้เงินประมาณ 40 ล้านบาท จากธนาคารพาณิชย์ เพื่อใช้สำรองและประคองธุรกิจในช่วงไวรัสโควิด-19 และมีความจำเป็นต้องลดการจ้างพนักงานประเภทพาร์ทไทม์บางส่วน เพื่อรักษาพนักงานประจำเอาไว้ แต่ยังเชื่อว่าสถานการณ์ในช่วงครึ่งหลังของปีจะดีขึ้น และจะกลับสู่สภาวะปกติในช่วงไตรมาส 1/2564 ทั้งนี้ ZEN ตั้งเป้าปี 2563 เปิดร้านอาหารใหม่เพิ่มขึ้น 70 สาขา โดยจะเน้นเปิดร้านที่กระจายตัวอยู่นอกห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดเล็ก มุ่งการขายออนไลน์ และซื้อกลับบ้านเป็นหลัก โดยตั้งใจให้หนึ่งร้านสามารถผสมกับหลายแบรนด์ในเครือได้ เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนค่าเช่าร้าน โดยคาดว่ายอดขายแบบเดลิเวอรี่ในปี 2563 มีโอกาสทะลุ 500 ล้านบาท จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง " เราหวังว่ารัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ละเว้นการจ่ายภาษีอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อผู้ประกอบการจะได้นำเงินส่วนดังกล่าวจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงาน และจะทำให้ธุรกิจยังสามารถก้าวต่อไปได้ในช่วงวิกฤติ " โดยวานนี้ ZEN ประกาศผลการดำเนินงานของบจ. ไตรมาสที่ 1 ปี 2563 ขาดทุนสุทธิ 44.21 ล้านบาท ลดลง 237.5% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32.12 ล้านบาท ด้าน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ว่า กำไรของ ZEN แย่กว่าที่คาดไว้ว่าจะมีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท เนื่องจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ติดลบที่ 26.5% ขณะที่การลดลงไตรมาสต่อไตรมาส เป็นเพราะปัจจัยฤดูกาลและการปิดบริการสาขาร้าน โดยคาดว่า ZEN จะขาดทุนหนักขึ้นอีกในไตรมาส 2/2563 และอาจจะฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้ ประเมินผลประกอบการของ ZEN จะถึงจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 2/2563 แต่การฟื้นตัวน่าจะต้องอาศัยเวลา เนื่องจาก SSSG ในไตรมาส 1/2563 ต่ำกว่าประมาณการที่ -9.0% อย่างมาก ดังนั้นจึงเชื่อว่า SSSG น่าจะติดลบอย่างหนักในไตรมาส 2/2563 ภายใต้สมมติฐานว่าร้านอาหารจะกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบได้ในเดือนมิ.ย. 2563 ทั้งนี้ บล.เคจีไอฯ ปรับลดประมาณการลงเพื่อสะท้อนถึงการปิดบริการร้านอาหารเต็มรูปแบบไปจนถึงสิ้นเดือนพ.ค. 2563 และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการนำมาตรฐานบัญชี TFRS16 มาใช้ โดยคาดว่า ZEN จะมีผลขาดทุนสุทธิ 65 ล้านบาทในปี 2563 จากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท อีกทั้งบล.เคจีไอฯ ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-65 ลง 53.3%-69.1% เนื่องจากมองว่าบริษัทจะขยายสาขาได้ช้าลง นอกจากนี้ ยังคาดว่า ZEN จะมีค่าใช้จ่ายทางการเงินอยู่ในช่วง 34-36 ล้านบาทในปี 2563-65 จากภาระสัญญาเช่า ทั้งนี้ เมื่ออิงตามประมาณการใหม่ และขยับไปใช้ราคาเป้าหมายกลางปีหน้าทำให้ได้ราคาเป้าหมาย DCF ใหม่ที่ 7.60 บาท ลดลงจากเดิมที่ 12.00 บาท โดยคาดว่าในปีนี้ ZEN จะถูกกระทบจาก SSSG ที่ติดลบอย่างหนักจากการปิดร้านอาหารตามคำสั่งรัฐบาลเพื่อควบคุมไวรัสโควิด-19 และผลกระทบจากการนำมาตรฐานบัญชี IFRS16 มาใช้ นอกจากนี้ ยังไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นด้านบวกในระยะสั้น ดังนั้น จึงปรับลดคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ขาย ณ เวลา 10.41 น. ราคาหุ้น ZEN อยู่ที่ระดับ 8.40 บ. ลดลง 0.15 บาท หรือ 1.75% มูลค่าการซื้อขาย 0.9 ล้านบาท |
|




