THG เข้าโหมดเก็บเกี่ยวกำไร ดันผลงานปีหน้าเด่นสุดในกลุ่ม
9 ธันวาคม 2562 | 09:24
หุ้น THG กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หลังประกาศงบไตรมาส 3/62 กำไรเติบโตประทับใจ นักวิเคราะห์คาดผลประกอบการอยู่ในช่วงการ "เทิร์น อะราวด์" เก็บเกี่ยวกำไรจากการลงทุนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กด P/E ลดฮวบจาก 100 เท่าเหลือ 58 เท่า
หุ้น บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG กลับมาเคลื่อนไหวโดดเด่นอีกครั้ง หลังปรับลงไปทำนิวโลว์ตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 22.30 บาทเมื่อปลายเดือน ต.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดราคาปิดที่ 27.50 บาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 210% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
THG ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ในลักษณะโรงพยาบาลทั่วไป (General Hospital) ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลธนบุรี มีกลุ่มครอบครัว "วนาสิน" เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยมีหมอบุญ วนาสิน เป็นประธานกรรมการบริษัท
บริษัทฯ เข้าเทรดใน SET เมื่อปลายปี 60 ด้วยราคา IPO ที่สูงถึง 38 บาท ส่งผลให้เปิดเทรดต่ำกว่าราคาจอง และเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ต่ำกว่าราคาจองมาโดยตลอด สอดคล้องกับผลการดำเนินงานที่มีกำไรหดตัวเหลือ 347 ล้านบาทในปี 61 จากปี 60 มีกำไร 553 ล้านบาท
ส่วนปี 62 ไตรมาสแรก THG มีกำไรสุทธิเพียง 8.26 ล้านบาทเท่านั้น แม้รายได้ค่ารักษายังเติบโต แต่โตน้อยกว่าต้นทุนที่พุ่งขึ้นมากจากการเปิดโรงพยาบาลใหม่ ส่วนไตรมาส 2 กำไรกระโดดแตะ 223.70 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรพิเศษขายหุ้น บมจ.โรงพยาบาลราชธานี (RJH) มูลค่า 283.20 ล้านบาท
** กำไร THG เริ่มเติบโตชัดเจนในไตรมาส 3/62
สำหรับผลการดำเนินงานล่าสุดไตรมาส 3/62 พบว่า THG มีกำไรสุทธิ 148 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ชี้แจงว่าเป็นกำไรปกติไม่รวมรายการพิเศษที่ 151 ล้านบาท (+84%QoQ , +54%YoY) ผลประกอบการเติบโต QoQ จากผลของฤดูกาล และเทียบ YoY เติบโตโดดเด่น เนื่องจาก
1) โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง พลิกกลับมามีกำไรไปไตรมาสแรก จากการเติบโตดีของศูนย์เบาหวาน และ โรงพยาบาล Ar Yu International ที่เมียนม่า พลิกกลับมามีกำไรที่ EBITDA
2) เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Jin Well being County เข้ามาราว 96 ล้านบาท จากกการโอนห้อง 22 ห้อง
** คาดโค้งสุดท้ายปีนี้กำไรดีต่อเนื่อง ส่วนปี 63 รายได้โต 2 หลัก
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า THG ให้ข้อมูลแนวโน้มใน 4Q62 คาดว่า ยังเติบโตดีต่อเนื่อง YoY ซึ่งโรงพยาบาลหลักธนบุรี 1 และ 2 คาดว่าจะมีปริมาณคนไข้เพิ่มขึ้นจากการต่อยอดศูนย์ตรวจรักษาเพิ่มขึ้น และได้ผลบวกจากการเติบโตของโรงพยาบาลใหม่ โรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมือง รวมถึงเริ่มรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลใหม่โรงพยาบาลธนบุรีทุ่งสง ส่วนโครงการ Jin Well being County คาดว่ายังมีการรับรู้รายได้การโอนมากขึ้น
ปรับกลยุทธ์โครงการ Jin Well being County มีการเจรจากขายผ่านตัวแทน แบบยกล๊อต ให้กับกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ซึ่งจะมีมาร์จิ้นที่ต่ำกว่าปกติ แต่จะช่วยให้ปิดยอดขายได้เร็วขึ้น และเปิดในส่วนใหม่ ‘Assisted Living’ จำนวน 40 ยูนิต แบบตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที เพื่อให้เช่าแก่ผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลแบบพิเศษตลอด 24 ชั่วโมง ภาพรวมปี 2562 ตั้งเป้ายอดโอนปีนี้ที่ 200 ยูนิท และในปีหน้าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้มากขึ้น
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2563 เติบโต 2 หลัก จากการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นของโรงพยาบาล ธนบุรีบำรุงเมือง และรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงพยาบาลทุ่งสง และเริ่มรับรู้รายได้จาก โรงพยาบาลธนบุรี บูรณา ขนาด 55 เตียง ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ Jin Wellbeing County รวมถึงการขยายธุรกิจ IVF โดยเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรยังดีต่อเนื่องจากผลของรายได้ที่เพิ่มขึ้น และ โรงพยาบาลทุ่งสงที่ถึงจุดคุ้มทุน ซึ่งสามารถชดเชยค่าเสื่อมจากโรงโรงพยาบาลธนบุรี บูรณา ที่เพิ่มเข้ามาได้
** เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยว จับตากำไรหลังจากนี้เทิร์น อะราวด์
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) มองว่า THG มีความน่าสนใจ เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว ด้วยผลประกอบการอยู่ในช่วง Turnaround โดยเป็นช่วงเก็บเกี่ยวกำไรจากการลงทุนในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทที่เข้าลงทุน เริ่มพลิกกลับมามีกำไร
หากอิงประมาณการจาก Bloomberg Consensus คาดกำไรปกติปี 2562 และ 2563 ที่ 252 ล้านบาท (-16%YoY) และพลิกกลับมาเติบโต 84%YoY เป็น 462 ล้านบาท สำหรับราคาหุ้นปัจจุบันแม้จะเทรดที่ P/E สูง 52x ในปี 2562 แต่คาดว่าจะลงมาเหลือ 31x ในปี 2563 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และลงมาเหลือราว 22x ในปี 2564 ตามกำไรที่เติบดีต่อเนื่อง
สอดคล้องกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่มีมุมมอง Slightly positive ต่อผลการดำเนินงาน รพ.ใหม่ โดยเฉพาะ รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง และ รพ.ในพม่า มีแนวโน้มรายได้เติบโตดีต่อเนื่อง ทำให้รายได้ธุรกิจ รพ. มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาด โดยประมาณการปีนี้คาดรายได้ธุรกิจ รพ.เติบโต 7% ส่วนช่วง 3 ปีข้างหน้าคาดรายได้ธุรกิจ รพ.เติบโตต่อปีราว 10%
ปีนี้คาดว่าโครงการจิณณ์จะมียอดโอนราว 120 ห้อง ต่ำกว่าสมมติฐานเราที่ 130 ห้อง หรือราว -8% โดยเราอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการของ THG ในเบื้องต้นเราคาดว่าประมาณการของ THG จะมี upside จากผลการดำเนินงานของ รพ. ธนบุรี บำรุงเมือง พลิกเป็นกำไรได้เร็ว และชดเชย downside จากโครงการจิณณ์ มียอดโอนช้าและต่ำกว่าเป้าหมาย
แนวโน้ม 4Q19F เบื้องต้นคาดผลการดำเนินงานปกติมีกำไรราว 100 ล้านบาท (+376%y-y -34%q-q) เติบโตเด่น y-y จากผลการดำเนินงานธุรกิจ รพ. เติบโตได้ดีตามการใช้บริการ และอานิสงส์กำไร 4Q18 ฐานต่ำ อย่างไรก็ดีเทียบ q-q คาดกำไรอ่อนตัวลงตามธุรกิจ รพ.หลังผ่าน high season ส่วนรายได้โอนห้องชุดคาดเติบโตเล็กน้อย y-y และทรงตัว q-q
คงคำแนะนำ BUY และเลือก THG เป็นหุ้นเด่นร่วมกับ CHG เนื่องจากประมาณการปีนี้มี upside ราว +20% และปี 20F-22F มี upside ราว 3-5% นอกจากนี้เรายังมองว่า THG มีโอกาสเติบโตระยะยาวจากความพร้อมให้บริการทั้งธุรกิจ Hospital และ Non-hospital ทำให้ปี 20F คาดกำไรเติบโตก้าวกระโดดและเด่นสุดในกลุ่มฯ ประเมินราคาเหมาะสมที่ 36.10 บาท
** P/E ลดวูบจาก 100 เท่าเหลือ 58 เท่า
หลังจาก THG ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 ซึ่งกำไรปรับตัวขึ้นมาก ส่งผลให้งวด 9 เดือนมีกำไรราว 380 ล้านบาท มากกว่าปี 61 ทั้งปีที่มีกำไร 347.60 ล้านบาท ส่งให้ล่าสุดค่า P/E ของหุ้น THG ลดลงเหลือ 58.17 เท่า จากในช่วงกลางปีที่ค่า P/E สูงสุดถึง 127 เท่า
อย่างไรก็ตามหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มเดียวกัน THG ยังถือว่ามีค่า P/E สูงเป็นอันดับ 2 รองจาก WPH ที่เทรด P/E ล่าสุด 168 เท่า ขณะที่ P/E กลุ่มอยู่ที่ราว 28 เท่า
หลังจากราคาปรับลงมามาก ในขณะที่ผลการดำเนินงานปกติเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างจริงจัง จึงทำให้ THG เริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบหุ้น "เทิร์นอะราวด์" ซึ่งหากบริษัทสามารถรักษาการเติบได้ตามที่นักวิเคราะห์คาด ก็จะทำให้ค่า P/E ปรับลดลงมาใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของกลุ่มได้