ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น THG
เข้าชม : 327

THG มีลูกค้าหลักคือลูกค้าจากชาวตะวันออกกลาง และจีน ทำให้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 31 มีนาคม 2563  13:33 น.
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : THG แนะนำถือ ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 26.00 บาท
17/03/2563

เราปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 26.00 บาท จากเดิม 33.00 บาท อิง DCF (WACC = 6.0%, TG = 2.5%) เนื่องจากเราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงตามสถานการณ์ COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้เรามีมุมมองเป็นลบจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (16 มี.ค.20) โดยผู้บริหารมีการปรับลดเป้ารายได้ปี2020E จะเติบโตเพียง +5% YoY (จากเดิมเราประมาณการไว้ที่ +14% YoY) จากผลกระทบ COVID-19 เนื่องจากรพ.บำรุงเมืองมีลูกค้าต่างประเทศเป็นหลักและศูนย์ IVF ที่มีลูกค้าหลักเป็นชาวจีน  และมีแผนสร้าง รพ.สนาม ขนาด 500 เตียง หากรัฐบาลประกาศ COIVD-19 เข้าสู่เฟส 3  ดังนั้นเพื่อสะท้อนผลจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2020/21E ลง -37%/-37% อยู่ที่ 337 ล้านบาท (+4% YoY) และ 434 ล้านบาท (+29% YoY) ราคาหุ้นปรับลดลง 30% และ outrperform SET 7% เนื่องจากเป็นหุ้น defensive เมื่อเทียบค่าเบต้ากับตลาดแล้วมีสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient) 0.7 อย่างไรก็ตามเราได้ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ถือ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ได้ลุกลามไปหลายไประเทศและมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติลดลงซึ่งกดดันต่อ gross margin ของบริษัท

Event: Analysts meeting
 ผู้บริหารปรับลดเป้ารายได้ลงจากผลกระทบ COVID โดย
1) ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2020 จะสามารถโตได้ +5% YoYแบบค่อยเป็นค่อยไป,
2) ตั้งเป้ารับรู้รายได้จากการโอนโครงการห้องชุด Jin wellbeing จะสามารถทำได้ไม่ต่ำกว่ายอดปี 2019 ที่ 88 ห้อง และ
3) มีแผนสร้าง รพ.สนาม ขนาด  500 เตียง เตรียมรับมือสถานการณ์ COVID-19 หากรัฐบาลประกาศเข้าเฟส 3 เป้ารายได้ถูกปรับลดลงมาก เนื่องจาก รพ. .ธนบุรีบำรุงเมืองมีรายได้หลักจากศูนย์แผลเบาหวาน โดยลูกค้าหลักคือลูกค้าจากชาวตะวันออกกลาง ขณะที่หลายประเทศเริ่มระงับเที่ยวบินการเข้า-ออกประเทศ รวมถึงศูนย์ IVF ที่มีลูกค้าหลักเป็นชาวจีน ที่เริ่มมีการกักตัวหากกลับเข้าประเทศจีน ทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าใช้บริการในช่วงนี้ถึงแม้ว่าสถานการณ์ในประเทศจีนจะดีขึ้น เราจึงประเมินว่ารายได้จาก รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง จะหดตัวลงและอาจต่ำกว่าจุดคุ้มทุน ขณะที่โครงการห้องพัก Jin wellbeing เราประเมินว่าการรับรู้การโอนอาจทำได้เพียงใกล้ระดับยอด Backlog ที่ 43 ห้อง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวรุนแรง
 ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E/21E ลง -37%/-37% เพื่อสะท้อนผลจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักปี 2020/21E ลง -37%/-37% อยู่ที่ 337 ล้านบาท (+4% YoY) และ 434 ล้านบาท (+29% YoY) ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานการรับรู้การโอนห้องจากโครงการ Jin wellbeing ลง -47% เป็น 55 ห้อง จากเดิม 95 ห้อง (จากสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวรุนแรงทำให้ลูกค้าอาจเลื่อนทยอยการโอนออกไปในช่วงครึ่งปีหลัง) และจำนวนเคส IVF ปรับลง -50% เหลือ 150 เคส จากเดิม 300 เคส (จากสมมติฐานลูกค้าชาวจีนหายไป 90% ตั้งแต่เดือน มี.ค.-พ.ค.20 ก่อนจะที่ค่อยๆกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ในเดือน ม.ค.-ก.พ.20 ทำได้เฉลี่ยเพียง 10 เคส/เดือน) และปรับ Gross margin ลงเหลือ 26% จากเดิม 27% เนื่องจากฐานลูกค้า IVF ที่มี margin สูงหายไป 50% รวมถึงในช่วงเดือน ม.ค.20 รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง ได้เปิด 4 ศูนย์ใหม่ ได้แก่ ศูนย์หัวใจ (Heart Center) ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ (Gastrointestinal & Liver Center) ศูนย์จิณณ์ เวลเนส (JIN WELLNESS Clinic) และศูนย์ศัลยกรรมความงามและผิวหนัง (Aesthetics & Plastic Center)

Valuation/Catalyst/Risk
  เราประเมินราคาเป้าหมาย THG ที่ 26.00 บาท อิง DCF (WACC = 6%, TG = 2.5%) แม้ว่าศักยภาพการเติบโตของธุรกิจมาจาก รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง และธุรกิจร่วมกิจการร่วมค้า (Joint venture) มีแนวโน้มขาดทุนลดลง แต่เราได้ปรับลดคำแนะนำลงเป็น ถือ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ได้ลุกลามไปหลายไประเทศและมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติลดลงซึ่งกดดันต่อ gross margin ของบริษัท


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ