THG เผย Q1/63 กำไร 83 ลบ. รับรู้รายได้ขายเงินลงทุนรพ.ในจีน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 63 15:04 น.
THG เผยไตรมาส 1/63 มีกำไรสุทธิ 83 ล้านบาท จากรับรู้กำไรขายเงินลงทุนกิจการร่วมค้าโรงพยาบาลในจีน คาดหลังสถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นคนไข้เข้าใช้บริการในโรงพยาบาล พร้อมวางมาตรการตรวจ คัดกรองและป้องกันการแพร่ระบาดทุกโรงพยาบาลในเครือ
นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 ยังสามารถรักษาการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและอุปสรรคต่อการเดินทางระหว่างประเทศ
ภาพรวมการดำเนินงานเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวนับจากครึ่งเดือนหลังของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 1,872 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 8 ล้านบาท
ปัจจัยการเติบโตในไตรมาสแรกที่ผ่านมาเกิดจากการดำเนินงานของโรงพยาบาลแห่งใหม่ ได้แก่ โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังเปิดให้บริการศูนย์การรักษาเพิ่มเติมช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการที่ดีขึ้น และการเปิดให้บริการโรงพยาบาลธนบุรี ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งใหม่ของกลุ่ม THG ขณะที่รายได้จากโรงพยาบาลแห่งอื่นๆ อาทิ โรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลธนบุรี 2 ฯลฯ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ มาจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนกิจการร่วมค้าโรงพยาบาล Welly Hospital ในประเทศจีน
ส่วนแนวโน้มการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าคนไข้จะมีความมั่นใจในการเข้าใช้บริการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย และภาครัฐได้ทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง น่าจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชน โดยเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีจากคนไข้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลธนบุรี ในช่วงเดือนพฤษภาคม
ขณะที่การใช้บริการจากคนไข้ต่างชาติที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์โรคระบาดในต่างประเทศคลี่คลาย และเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการเดินทางระหว่างประเทศเนื่องจากประเทศไทยสามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ดี สะท้อนถึงศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ในภูมิภาคนี้ จึงทำให้ชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย
“ทุกโรงพยาบาลในเครือ THG พร้อมให้บริการแก่คนไข้และได้จัดเตรียมมาตรการความปลอดภัย ป้องกันการติดเชื้อในจุดต่างๆ ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่แต่ละโรงพยาบาล เช่น ยกเลิกการใช้บัตรจอดรถแบบใช้ซ้ำ แยกพื้นที่บริการสำหรับผู้มีอาการด้านทางเดินหายใจ รวมทั้งทำความสะอาดฆ่าเชื้อที่พื้นผิวและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ทุกคน” นพ. ธนาธิป กล่าว
---------------------------
บล.โนมูระ พัฒนสิน : THG แนะนำ`NEUTRAL` TP ที่ 21.80 บาท
14/05/2563
THG (NEUTRAL, TP 21.80) กำไรสุทธิ 1Q20 มีตัวช่วยจากรายการพิเศษ
เรามีมุมมอง Negative ต่อผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 1Q20 ของ THG เนื่องจากหากหักรายการพิเศษจากการขายเงินลงทุน รพ.ในจีน จำนวน +86 ล้านบาท และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน +5 ล้านบาท ธุรกิจปกติขาดทุน -9 ล้านบาท แย่กว่าเราคาด เนื่องจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกว่ารายได้รวม (+4%y-y -8%q-q) ซึ่งมีผลกระทบของ COVID-19 ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการเพิ่มศูนย์โรคเฉพาะทางของ รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง และค่าใช้จ่ายของ รพ.ธนบุรี ทุ่งสง แนวโน้ม 2Q20F มีโอกาสขาดทุน เนื่องจากการหยุดบินระหว่างประเทศ เพื่อคุมการระบาดของโรค COVID-19 ส่งผลกระทบต่อลูกค้าต่างชาติ Fly in และ Intensity ค่ารักษาโรคของ รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง ส่วนธุรกิจ Healthcare solution คาดว่ารายได้ลดลงจากธุรกิจโครงการ Jin ยังไม่สามารถทำการตลาดและโอนห้องช่วงเดือน เม.ย.20 ส่งผลให้ประมาณการปีนี้มีความเสี่ยง downside
--------------------------
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : THG แนะนำถือ ราคาเป้าหมายที่ 22.30 บาท
28/05/2563
เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมายที่ 22.30 อิงวิธี DCF (WACC 6%, terminal growth 2.5%) เทียบเท่า PER 318x เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (27 พ.ค. 20) มีประเด็นสำคัญดังนี้
1) คาดรายได้ รพ.บำรุงเมือง 2Q20E ลดลง -50% YoY จากผลกระทบ พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ 90% ของ รพ.บำรุงเมือง,
2) โครงการห้องชุด Jin Wellbeing จะสามารถโอนได้ประมาณเดือนละ 4 ห้อง จากสภาวะเศรษฐกิจหดตัว (ลดลงเฉลี่ยจาก 8 ห้อง/เดือน เมื่อ ปี 2019) และ
3) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับ THG บริษัทตัดสินใจขาย รพ.Welly ในประเทศจีน รวมถึงลดต้นทุนต่างๆ ซึ่งจะเห็นค่าใช้จ่ายส่วน Administrative ที่ลดลง ใน 2Q20
ราคาหุ้นปรับตัวลดลง -4% ใกล้เคียง SET ในช่วง 3 เดือน จากผลกระทบ COVID-19 อย่างไรก็ตามเราคาดว่าราคาปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยลบบางส่วน มีโอกาสปรับคำแนะนำกลับมา ซื้อ เมื่อกลุ่มประเทศตะวันออกกลางกลับมาเปิดประเทศซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงต้นไตรมาส 3 โดย รพ.ธนบุรี บำรุงเมืองจะได้รับประโยชน์จากผู้ใช้บริการรักษาแผลเบาหวานที่เพิ่มขึ้น
Event: Analysts meeting
2Q20E ยังขาดทุนต่อเนื่องจาก COVID-19 เรามีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ (27 พ.ค. 20) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1) เดือน เม.ย. – พ.ค. 20 ได้รับผลกระทบชัดเจน โดยเฉพาะ รพ.บำรุงเมือง ที่คาดว่ารายได้จะหายไปถึง -50% YoY และ รพ. Ar yu ในประเทศพม่าจำนวนผู้ใช้บริการลดลง –30% YoY สืบเนื่องจากผลกระทบ COVID-19 และ พรก.ฉุกเฉิน ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติไม่สามารถเข้าประเทศได้ถึงเดือน มิ.ย.20 ส่งผลกระทบโดยตรงกับ รพ.บำรุงเมือง ที่มีรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติสูงถึง 90% ของ รพ.บำรุงเมือง โดยเฉพาะผลประกอบการรวม 2Q20E ที่เราคาดว่าจะยังขาดทุนต่อเนื่องจากการรับรู้ต้นทุนค่าใช้จ่ายของ รพ.ธนบุรีทุ่งสง ที่เปิดในช่วง พ.ย.19
2) ผู้บริหารคาดว่าโครงการห้องชุด Jin Wellbeing จะสามารถโอนได้ประมาณเดือนละ 4 ห้อง (เป็นไปตามที่เราคาด) เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้ Demand หายไปจากสภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว ปัจจุบันเหลือ backlog 33 ห้อง
3) บริษัทได้มีแนวทางในการลดต้นทุนโดยการเจรจาต่อรองกับ Supplier รวมถึงการลดเงินเดือนของผู้บริหาร ซึ่งจะทำให้ 2Q20E จะเห็น ค่าใช้จ่ายส่วน Administrative ที่ลดลง
4) การขาย รพ.Welly ในจีน เนื่องจากผลประกอบการในช่วง 3 ปี โตค่อนข้างน้อย ประกอบกับเจอ COVID-19 ทำให้ตัดสินใจขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับ THG ซึ่งคาดว่าจะมี Cash flow กลับเข้าบริษัทประมาณ 420 ล้านบาท ในช่วง 2Q20
คงกำไรสุทธิปี 2020E ลดลง –88% YoY เราคงกำไรสุทธิปี 2020E อยู่ที่ 56 ล้านบาท (-88% YoY) ผลกระทบหลักยังคงมาจากผลกระทบ COVID-19 ที่ผู้ป่วยต่างชาติไม่สามารถบินเข้ามารับการรักษาได้เนื่องจากการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อรายได้ของ รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง และการรับรู้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิด รพ.ธนบุรีทุ่งสง ทำให้กำไรสุทธิ 1Q20 พลิกเป็นขาดทุน