ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น PRM
เข้าชม : 380

Q3/62 จัดซื้อเรือเพิ่มเติมจำนวน 2 ลำ รับรู้ไตรมาสนี้ ปัจจุบันมีเรือรวม 32 ลำ

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 17 กันยายน 2562  13:03 น.
PRM รับกองทุนนอกซื้อบิ๊กล็อต 36 ล้านหุ้น สะท้อนมั่นใจธุรกิจ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 ก.ย. 62 14:29 น.

 

บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM ให้ข้อมูลนักลงทุนในงาน Opportunity Day โดยมี นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี เป็นผู้ให้ข้อมูล ระบุ ยอมรับผู้ถือหุ้นต่างชาติโยนบิ๊กล็อต 36 ล้านหุ้นให้กองทุนต่างประเทศ ในราคาสูงกว่าราคากระดาน สะท้อนความเชื่อมั่นธุรกิจ พร้อมมั่นใจปีนี้รายได้ตามเป้า 10-15% หลังธุรกิจเดินเรือเข้าไฮซีซั่น โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  - จากเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.62) มีรายการซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กล็อต) จำนวน 36.95 ล้าน ในราคาเฉลี่ยที่ 9 บาท/หุ้น มูลค่ารวม 332.55 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดเมื่อวาน 8.65 บาท/หุ้น โดยเป็นการขายหุ้นออกของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่างชาติ ขายให้กับกองทุนต่างประเทศ เป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่อบริษัท

  -สำหรับรายได้รวมปีนี้มั่นใจจะเติบโตตามเป้าหมาย 10-15% จากปี 61 มีรายได้ 4,730.72 ล้านบาท และ 6 เดือนแรกปีนี้มีรายได้ 2,588.16 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจกองเรือขนส่งภายในประเทศ และ กักเก็บน้ำมันแบบลอยน้ำ (FSU) ซึ่งในไตรมาส 3/62 จัดซื้อเรือเพิ่มเติมจำนวน 2 ลำ และ ทยอยให้บริการครบทุกลำในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันมีกลุ่มเรือขนส่งภายในประเทศรวม 32 ลำ พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคน้ำมันภายในประเทศ

  -นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้ และ กำไรจากผลการดำเนินงานของ Big Sea หลังจากที่บริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการเข้าถือหุ้นจากเดิม 70% เป็น 80% และ คาดว่ากลางปี 64 กระบวนการเข้าถือหุ้นจะครบ 100% ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้จาก Big Sea อยู่ที่ 7-8% โดยหากซื้อหุ้นแล้วเสร็จจะทำให้สัดส่วนรายได้ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10%

  “ปีนี้ผลการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ หรือ กำไร จะดีกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายขนาดกองเรือ และ การบริหารจัดการที่สอดคล้องกับทิศทางตลาดทำให้บริษัทสามารถเก็บเกี่ยวรายได้สูงสุดจากการดำเนินงาน โดยจะผลักดันผลการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตได้ตามแผนที่วางไว้"

  - ปีนี้ตั้งงบลงทุน 6,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้แล้ว 3,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ใช้เพื่อขยายกองเรือ และ หากสถานการณ์ หรือ ความต้องการอยู่ในระดับสูง บริษัทก็จะพิจารณาซื้อเรือเล็กเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน(D/E) ที่ 0.85 เท่า และ ภายในสิ้นปีนี้จะไม่ให้เกิน 1 เท่า

  “เราจะซื้อเพิ่มก็ต้องดูจากราคาเหล็ก ราคาเรือ ความต้องการใช้ อายุการใช้งาน ว่าอันไหนคุ้มค่ากว่ากัน ระหว่างซื้อมือ 2 หรือ ซื้อใหม่ เพราะโดยตามหลักเรือใหญ่จะมีอายุการใช้งาน 5 ปี ถ้าราคาเหล็กสูงเราก็อาจขายออกไป ซึ่งที่ผ่านมาเราขายเรือไปได้ 500 ล้านบาทต่อลำ โดยหากเราเทียบราคาระหว่างซื้อกับปรับปรุงอันไหนคุ้มค่ากว่ากันเราก็เลือกทางนั้น”


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ