เข้าชม :
327
|
|
โพสต์เมื่อ: วันพุธ 17 กรกฎาคม 2562 11:37 น.
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : PORT แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว ราคาเหมาะสม 6.90 บาท
12/07/2562 คำชี้แจง : บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (MBKET) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้น IPO ของ บมจ. สหไทย เทอร์มินอล (PORT) โดย MBKET และ PORT มีกรรมการบางท่านร่วมกัน ได้แก่ นาย ยุทธ วรฉัตรธาร ซึ่งทำหน้าที่ ประธานกรรมการ ของ MBKET และทำหน้าที่ ประธานกรรมการ ของ PORT อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์นี้ได้ถูกจัดทำขึ้นบนสมมติฐานของฝ่ายวิจัยของ MBKET อย่างเป็นเอกเทศ มุมมองเป็น กลาง ต่อการประชุมนักวิเคราะห์ ทิศทางของ PORT ยังเป็นไปตามที่มองไว้ โดยเป้าปริมาณยกตู้ของบริษัทยังอยู่ในกรอบที่ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา ขณะที่พัฒนาการใหญ่ 2 รายการ เดินตามแผนที่เสนอต่อผู้ถือหุ้นไว้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุนระยะยาว” ราคาเหมาะสมปี 2562 ที่ 6.90 บาท/ หุ้น อิง P/E 20 เท่า ล้อไปตาม EPS growth 3 ปีเฉลี่ยที่ 20% ต่อปี แนวโน้มไตรมาส 2/62 จะชะลอตัวตามฤดูกาลปกติ เราคาดว่า PORT จะรายงานกำไรสุทธิ 33 ลบ. ชะลอตัวลง -8.7% QoQ แต่ขยายตัวได้ +27% YoY โดยในไตรมาสนี้ กิจกรรมบนท่าเรือจะลดลงอันเนื่องมาจากวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ของไทยเหมือนทุกปี ซึ่งบริษัทจึงใช้เป็นโอกาสในการปรับพอร์ตลูกค้าใหม่ และ เก่า เพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลของการส่งออกในครึ่งปีหลังนี้ สรุปประเด็นจากการประชุมกับผู้บริหาร แม้ประเด็นสงครามการค้าจะทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวล แต่ปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ายังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ผลักดันจากท่าเรือ BBT ที่ได้ลูกค้ากลุ่ม ONE สนับสนุนหลักตั้งแต่ เม.ย. 2561 เป็นต้นมา โดย ผบห.ตั้งเป้าปริมาณยกตู้คอนเทนเนอร์ปี 2562 เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% YoY (vs เราคาด +12%) ขณะที่อัตราการใช้ท่าเรือปัจจุบันอยู่ที่ 70% +/- ส่วนพัฒนาการอื่นๆ เช่น (1) จับมือกับ Maersk พัฒนา Block chain แห่งแรกของท่าเรือไทย (2) ร่วมกับกลุ่ม Frasers ทำ co-working space รองรับกลุ่มลูกค้าขนาดเล็ก (3) การเพิ่มทุน RO 114 ล้านหุ้น ได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนหนึ่งนำไปคือเงินกู้ ทำให้ IBD/E ลดต่ำกว่า 1 เท่า ที่เหลือก็เพียงพอลงทุนในโครงการ [3.1] ท่าเรือแห่งที่ 3 (BRT – กับ กลุ่มน้ำตาลมิตรผล และ Maersk Line) ปัจจุบันได้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนเอกสารขออนุมัติสร้างท่า [3.2] คลังสินค้า 50,000 ตร.ม. (BLP – ร่วมกับ Frasers) ซึ่ง ผบห.มั่นใจว่าจะมีอัตราเช่าพื้นที่จะไม่ต่ำกว่า 50% ในปีแรก จากเครือข่ายธุรกิจของ Frasers (เช่น ThaiBev BJC BigC) โดยทั้งสองโครงการจะเริ่มสร้างรายได้ปี 2564 นอกจากนี้ บริษัทยังคงอยู่ระหว่างศึกษาโครงการใหม่ๆอีกด้วย ความเสี่ยง ความล่าช้าของโครงการทั้ง 2 จะทำให้การเติบโตระยะถัดจากปี 2564 คลาดเคลื่อนได้ ขณะที่ Dilution effect จะเริ่มเกิดใน 2H62 ทำให้ EPS growth (62-64) คาดจะลดลงมาเหลือ 20% จาก 26% ต่อปี ขณะที่ประเด็นสงครามการค้าทำให้ sentiment โดยรวมของภาคนำเข้า-ส่งออก ยังไม่ดีนัก |
|




