|
|
โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 12 มิถุนายน 2563 11:53 น.
PRIME ลุยผลิตไฟอีก 113 MW หวังดันรายได้ปีนี้แตะ 1 พันลบ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 63 15:32 น. PRIME มั่นใจงบ Q2/63 แจ่ม หลังรับรู้โรงไฟฟ้าไต้หวันเฟสแรก 6 MW เต็มปี ระบุปีนี้ลุยผลิตไฟฟ้าอีก 113 MW ดันรายได้แตะ 1 พันลบ. ส่วนแผน 5 ปีคาดผลิตไฟฟ้าแตะ 1,000 MW แย้มมองโอกาสเติบโตจาก M&A เพิ่ม นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME เปิดเผยว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงQ2/63 คาดว่าจะดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเริ่มรับรู้รายได้การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์(COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Yunlin เฟส 1 ประเทศไต้หวัน ขนาด 6 เมกะวัตต์เข้ามาเต็มปี ส่วนการเติบโตเมื่อเทียบกับ Q1/63 คาดว่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยภาพรวมการเติบโตทั้งปีบริษัทยังย้ำเป้าหมายเดิม คาดรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท จากการขายไฟฟ้าให้ภาครัฐประมาณ 700 ล้านบาท และรายได้จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (EPC) ประมาณ 300 ล้านบาทซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าแล้วกว่า 30 โครงการ ซึ่งครึ่งปีหลังจะเริ่มติดตั้งให้โครงการขนาดใหญ่กำลังผลิตประมาณ 1 เมกะวัตต์ ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ปีนี้ มีเป้าหมายผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 113 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 287 เมกะวัตต์ เพื่อให้ถึงเป้าที่ตั้งไว้ว่าทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 400 เมกะวัตต์ โดยจำนวนดังกล่าวจำหน่ายไฟฟ้าแล้วจำนวน 179 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนเพิ่มขนาดกำลังผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าเป็น 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี(2564-2568) โดยการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เวียดนาม เมียนมา และอุซเบกิสถาน ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm จำนวน 287 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์ ,ประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์ ,ประเทศไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์ และ ประเทศกัมพูชาจำนวน 78 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จและจำหน่ายไฟในQ2/65 PRIME ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 1 พันล้านบาท พอร์ตผลิตไฟฟ้าแตะ 400 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งงบลงทุน 600-700 ล้านบาท เน้นขยายโรงไฟฟ้าฯ และ ซื้อกิจการในประเทศ-ต่างประเทศ นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 658.01 ล้านบาท และ มีกำไร 264.97 ล้านบาท โดยรายได้ปีนี้มาจากสัญญาขายไฟให้กับรัฐ และ การรับเหมาติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมวางกลยุทธ์ “Go Inter” มุ่งลงทุนโซลาฟาร์มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ “Go Local” มุ่งพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในประเทศ ซึ่งเตรียมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนของกระทรวงพลังงาน โดยคาดว่าจะประกาศรายละเอียดในเร็วๆ นี้ “รายได้ 1 พันล้านบาทที่วางไว้ จะมาจากรายได้จากการขายไฟ 700-750 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของรายได้รวม และ อีก 300-350 ล้านบาท คิดเป็น 30% มาจากการติดตั้ง Solar Rooftop นอกจากนี้ เรากำลังศึกษาการลงทุนโครงการในต่างประเทศ และ ในประเทศจำนวนมาก ซึ่งเราวางงบลงทุนไว้ 600-700 ล้านบาท โดยมาจากการกู้ยืมเงินสถาบันการเงินเป็นหลัก เพราะเรามีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ D/E Ratio เพียง 1.13 เท่า” นายสมประสงค์ กล่าว ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดรวม 287 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟแล้ว 179 เมกะวัตต์ และ อยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้น อยู่ในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์ ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์ ในประเทศไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์ ล่าสุด บริษัทเตรียมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์ หลังจากชนะการประมูลระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูลจากทั่วโลกกว่า 100 บริษัท โดยโครงการนี้จะมีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์ ซึ่งจะก่อสร้างที่จังหวัดกัมปงชนัง และ ด้วยประเทศกัมพูชา เป็น 1 ในประเทศกำลังพัฒนา ที่กำลังขยายตัวทั้งภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทำให้มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณมากบริษัทจึงคาดว่าจะมีโอกาสขยายการลงทุนในประเทศกัมพูชาได้เพิ่มเติมในอนาคต “เรามีแผนขยายพอร์ตการผลิตไฟฟ้าเป็น 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี หรือ ปี 68 จากปัจจุบัน 287 เมกะวัตต์ โดยมาจากทั้งการลงทุนทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ ซึ่งอาศัยจุดแข็งของบริษัท คือ ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ความได้เปรียบด้านต้นทุน มีพันธมิตรธุรกิจระดับโลก และ การได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงจากสถาบันการเงินระดับนานาชาติ อีกทั้ง ยังมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนในไทยกว่า 10 ปี โดยในส่วนการลงทุนต่างประเทศมุ่งเน้นประเทศที่มีศักยภาพ เติบโตสูง และ ความต้องการพลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม มองโกเลีย และ อุซเบกิสถาน”นายสมประสงค์ กล่าว สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 1 ในปี 63 บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ประโยชน์จากค่าเงิน ทำให้เมื่อเปรียบเทียบกับงบการเงินในธุรกิจโรงไฟฟ้าในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทจะมีรายได้รวม 185.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.85% จากรายได้รวม 164.25 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปี 62 และ มีกำไรสุทธิ 91.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.34% จากกำไรสุทธิ 78.83 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปี 62 โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิสูงประมาณ 48.86% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มโรงไฟฟ้า "สำหรับการ M&A ที่ผ่านมาเราก็เติบโตแต่เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะเติบโตจากการพัฒนาเอง ซึ่งการที่เราเข้าตลาดก็อาจจะเห็นโอกาสการเติบโตจาก M&A บ้างในปีนี้หรือปีหน้า แต่ภาพยังไม่ชัดเจน หากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง " นายสมประสงค์กล่าว |
|




