ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น EA
เข้าชม : 38

EA ยอดจองซื้อรถยนต์ไฟฟ้า MINE Mobility งานมอเตอร์โชว์พุ่งทะลุ 1 พันคัน

โพสต์เมื่อ: วันพุธ 10 เมษายน 2562  13:23 น.
*EA
-นสพ.รายงาน ยอดจองซื้อรถยนต์ไฟฟ้า "MINE Mobility" ในงานมอเตอร์โชว์พุ่งทะลุ 1 พันคัน ดันยอดจองรถยนต์ไฟฟ้ารวม 4,585 คัน แย้มผลงาน Q1 สวย เหตุบุ๊กวินด์ฟาร์มหนุมาน 180 MW จ่อ COD เพิ่มอีก 80 MW หลังสงกรานต์

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/2977050 

----------------------------------------

10/04/2562
*TCAP,KKP,TISCO
-นสพ.รายงาน เจาะอนาคต 3 ลิสซิ่ง TCAP-KKP-TISCO จ่อรับทรัพย์ยอดจองรถมอเตอร์โชว์สูง 4.9 หมื่นคัน หนุนโตแรงไตรมาส 1-2 ชี้คุมสินเชื่อไร้ผลกระทบ ชู TCAP น่าสน จ่อรับกำไรพิเศษจากการขาย TBANK ปันผล 4-5% เคาะเป้า 67 บาท ด้าน TISCO วางเป้า 100 บาท ขณะที่ KKP เป้า 85 บาท พอร์ตสินเชื่อโต 8% ธุรกิจ IB หนุน ปันผลสูงถึง 7.9%

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/2977586 

---------------------------------

9/04/2562

นักวิเคราะห์คำนวณอัตรากำไรสุทธิต่อคันอยู่ที่ 20% จะช่วยหนุนกำไรสุทธิ EA ได้อีก 900 ลบ.

EA ราคาหุ้นดีดทะลุ 50 บาท หลังจบงานมอเตอร์โชว์ กวาดยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า 4,558 คัน โบรกฯ คาดหนุนกำไรเพิ่ม 900 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้ายังมีกำลังการผลิตใหม่หนุนผลงานไตรมาส 1/62 เติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า

    หุ้น บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA ราคาปรับตัวขึ้นแรงพร้อมมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น โดยปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับสูงสุดของวัน  50.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 3.08% มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นเป็นอันดับ 7 ที่ 779.28 ล้านบาท และปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 138.32% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    EA และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ธุรกิจ 1.) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล (B100) กลีเซอรีนบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้ 2.) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 3.) ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 4.) ธุรกิจบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 5.) ธุรกิจวิจัย และพัฒนา (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย)

    โดยในปี 61 มีสัดส่วนรายได้มาจาก ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 61.5% ธุรกิจไบโอดีเซล 28.11% ธุรกิจอื่นๆ 2.88% กำไรทางบัญชีจากการรวมธุรกิจ 7.16% และรายได้อื่นๆ 0.35%

    กำไรสุทธิของ EA เติบโตทำสถิติสูงสุด (นิวไฮ) ต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในปี 56 ซึ่งมีกำไรสุทธิอยู่ที่เพียง 267 ล้านบาทในปีแรก ก่อนที่ปี 57 - 61 กำไรสุทธิจะเติบโตก้าวกระโดดมาที่ 1,608 ล้านบาท 2,686 ล้านบาท 3,251 ล้านบาท 3,817 ล้านบาท และ 4,975 ล้านบาท ตามลำดับ ตามการเพิ่มขึ้นของกำลังผลิตไฟฟ้า

    ด้านราคาหุ้น EA เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 71.25 บาท ในเดือนม.ค.61 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทประกาศว่าจะลงทุนในโรงงานแบตเตอร์รี่และธุรกิจผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงมาแรงแตะระดับต่ำสุด 30.25 บาทในเดือนเม.ย. 61 จากความกังวลต้นทุนการดำเนินงานที่จะสูงขึ้นจากแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของ EA ก่อนที่ราคาหุ้นจะแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยไม่สามารถปรับขึ้นเหนือแนวต้าน 50 บาท ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญได้ 

    วันนี้ EA กลับมาไต่ระดับทะลุ 50 บาท ได้อีกครั้งหลังจบงานมอเตอร์โชว์ 2019 กวาดยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าไปกว่า 4,558 คัน จากยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในงานทั้งหมด 6,166 คัน ขณะที่นักวิเคราะห์คำนวณอัตรากำไรสุทธิต่อคันอยู่ที่ 20% จะช่วยหนุนกำไรสุทธิ EA ได้อีก 900 ลบ.

    รายงานสรุปยอดจองซื้อจากค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมงานพบว่า Motor Show 2019 มียอดจองรถยนต์และจักรยานยนต์รวมทั้งสิ้น 49,278 คัน แบ่งออกเป็น รถยนต์ 37,769 คัน รถยนต์ไฟฟ้า 6,166 คัน และ รถจักรยานยนต์ 5,343 คัน

    ซึ่งยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 6,166 คัน มาจากค่าย MINE Mobility ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EA ไปถึง 4,500 คัน และเป็นยอดจองซื้อค่าย FOMM ทั้งหมด 1,666 คัน ซึ่งสาเหตุที่ยอดจองซื้อ MINE อยู่ในระดับสูงเนื่องจากบริษัทได้ลงนามกับกลุ่มผู้ให้บริการรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสุวรรณภูมิพัฒนา จำกัด  เพื่อตกลงให้จองสิทธิซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 3,500 คัน

    นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EA เคยระบุในงานแถลงข่าว "เปิดตัว รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ " MINE" รุ่น SPA 1" ว่า บริษัทวางแผนการลงทุนในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ตัวแรกที่บริษัทได้เปิดตัวคือ MINE รุ่น SPA 1 ซึ่งตั้งงบลงทุนในเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตและประกอบยานยนต์ไว้ราว 200 ล้านบาท โดยใช้แหล่งพลังงานจะใช้แบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออนของบริษัท เป้าหมายยอดขายในเฟสแรกหรือสิ้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 5 พันคัน ซึ่งหากยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่บริษัทราว 5 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยส่งมอบได้ภายในปี 63

    บล.เคทีบี ระบุ มีมุมมองเป็นบวกกับ EA เพราะยอดจองซื้อรถยนต์ MINE Mobility ของ EA ทำไปได้ถึง 4,500 คัน ซึ่งหากราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่คันละ 1 ล้านบาท และคาดมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 20% จะทำให้ธุรกิจนี้สร้างกำไรสุทธิให้กับ EA อีก 900 ล้านบาท

    ทั้งนี้ เรายังไม่ได้จัดทำบทวิเคราะห์ EA โดยราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus อยู่ที่ 65.21 บาท

    ขณะที่ผลประกอบการหลัก โบรกฯ ชี้ธุรกิจพลังงานยังแรงจากกำลังผลิตใหม่หนุนกำไรฟื้นตั้งแต่ไตรมาสแรก ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 62 จ่อโตแตะ 6.7 พันลบ. จับตาธุรกิจที่อยู่ระหว่างลงทุนจะช่วยหนุนกำไรปี 62 - 64 โตเฉลี่ย 26% 

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ ทิศทางผลการดำเนินงานไตรมาส 1/62 จะฟื้นตัวเด่นจากไตรมาส 4/61 เนื่องจากการเคลื่อนตัวของมรสุมที่เลื่อนจากเดือนธ.ค. 62 มาอยู่เดือน ม.ค.62 และจากการรับรู้กำลังผลิตใหม่จากโครงการพลังงานลมอย่างน้อย 90 MW ทั้งนี้จากการผลักดันกำลังการผลิตใหม่ จะทำให้ทั้งปี 62 คาดกำไรสุทธิจะทำไปได้ถึง 6.7 พันล้านบาท โต 34% จากปีก่อน ปรับลดลงจากเดิม 3 % เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้

    โดยในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 7.5 พันล้านบาท ใช้ลงทุนโรงงานแบตฯ 5 พันล้านบาท, โรงงานโบโอดีเซล PCM Green Diesel 1 พันล้านบาท โครงการเรือไฟฟ้า 1 พันล้านบาท และ สถานีชาร์จ EV station 500 ล้านบาท จาก 300 เป็น 1000 สถานี โดยรายได้จากกลุ่ม PCM จะหนุนรายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส 3/62 ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าคาดจะส่งมอบรอบแรกได้ในปี 63

    แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสม 52 บาท/หุ้น อิง PEG 0.9 เท่า

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ จากการทยอยจ่ายไฟฟ้าโครงการพลังงานลม 260 MW ตั้งแต่ปลายม.ค. 62 และลมที่แรงไปเมื่อต้นปีจากมรสุม จะหนุนกำไรโดดเด่นตั้งแต่ไตรมาส 1/62 ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างลงทุน เช่น โรงไฟฟ้าแบตเตอร์รี่ระยะแรก 1 Gwh และโรงไฟฟ้าโซลาร์เวียดนามและพม่า รวมถึง Green Diesel จะหนุนกำไรปี 62 - 64 โตเฉลี่ย 26%


 
s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ