ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น ICHI
เข้าชม : 26

งบ Q1/62 ดีขึ้น เพราะลดค่าใช้จ่ายการตลาดในอินโดฯ รุก CLMV รับ OEM

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 25 มิถุนายน 2562  13:23 น.
ICHI โชว์งบ Q1/62 กำไรสุทธิ 114 ล้านบาท โต 247% มองผลงาน Q2/62 โตต่อ

16/05/2562

 

ICHI ประกาศงบ Q1/62 กำไรสุทธิโต 247.1% อยู่ที่ 114.2 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.7% จากการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ แผนการรุกตลาดส่งออกเป็นไปตามเป้าหมาย มีสัดส่วน 32.4 % ของรายได้จากการขายทั้งหมด ด้านบริษัทย่อย อิชิตัน อินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งขาดทุนลดลง สะท้อนผลประกอบการของ ICHI ในปีนี้แข็งแกร่ง มอง Q2/62 ยังดีต่อเนื่อง หนุนทั้งปีผลงานคืนฟอร์ม

   นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตันกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เปิดเผยถึง ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2562  กำไรสุทธิอยู่ที่ 114.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 247.1% หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 32.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.5% ของรายได้จากการขาย เนื่องจาก มุ่งเน้นบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการผลิต การตลาด ประกอบกับแผนการรุกตลาดส่งออกเป็นไปตามเป้าหมาย  ด้านบริษัทย่อย อิชิตัน อินโดนีเซีย มีส่วนแบ่งขาดทุนลดลง สะท้อนผลประกอบการของ ICHI ในปีนี้ให้แข็งแกร่ง

  โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,319.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยราว 0.2 % จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,321.5 ล้านบาท โดยอิชิตัน ได้ปรับกลยุทธ์โครงสร้างบริหารสินค้าในแต่ละแบรนด์ และการออกสินค้าใหม่กระตุ้นตลาด คาดจะสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงต่อจากนี้ให้เติบโตขึ้น

  บริษัทฯ มีต้นทุนขายอยู่ที่ 1,060.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเท่ากับ 80.4% จากต้นทุนขายในงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,095.9 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วน 82.9% ของรายได้จากการขาย โดยปรับลดลง 2.5% เนื่องจากประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น ต้นทุนการจัดจำหน่ายอยู่ที่ 95.5 ล้านบาท เทียบกับงวดดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 141.6 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายต่อยอดขายในไตรมาส 1/2562 อยู่ที่ 7.2% ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 10.7% เนื่องจากบริษัทฯ มีการวางแผนการใช้โฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ

   นอกจากนี้ บริษัทฯ มีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในการร่วมค้าของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2562 อยู่ที่ 6.4 ล้านบาท ลดลง 24.9 ล้านบาท เทียบกับงวดไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 31.3 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการตลาดในประเทศอินโดนีเซีย และสะท้อนภาพรวม บริษัทย่อย อิชิตัน อินโดนีเซีย มีแนวโน้มเติบโตขึ้น

  แนวโน้มไตรมาส 2/2562 คาด ผลประกอบการจะดีต่อเนื่องตามฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อน และมีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี รวมทั้งการออกสินค้าใหม่ ได้แก่ เย็นเย็นฟัน น้ำจับเลี้ยงผสมวุ้นมะพร้าวเฉาก๊วย และน้ำเก๊กฮวยรสน้ำผึ้งผสมวุ้นมะพร้าว, อิชิตันชิวชิว น้ำชาเขียวผลไม้ ผสมวุ้นมะพร้าว 2 สูตรใหม่ รสองุ่นเคียวโฮ และไลม์ ฮันนี่ และ ชิซึโอกะ โฮจิฉะ ชาเขียวคั่วพรีเมี่ยม นำเข้าใบชา 100% จากประเทศญี่ปุ่น ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 12% จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 5,216.2 ล้านบาท

  “ในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดชาเขียวในประเทศชะลอตัว และมีการแข่งขันที่รุนแรง เราจึงงัดกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายอย่างเต็มกำลัง รวมถึงการรุกตลาดส่งออกไปยัง CLMV ซึ่งเป็นผลสำเร็จ ในไตรมาส 1 ปีนี้ เรามีสัดส่วนส่งออกในปัจจุบันอยู่แล้วที่ 32.4% ของรายได้จากการขาย ขณะที่อิชิตันอินโดนีเซียได้รับการตอบรับที่ดี มีการออกสินค้าใหม่กระตุ้นตลาด และสร้างการรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปีนี้ทำได้ 114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 247% เทียบกับทั้งปี 2561 ทำกำไรสุทธิได้ 44 ล้านบาท” นายตัน กล่าว


s
RE : งบ Q1/62 ดีขึ้น เพราะลดค่าใช้จ่ายการตลาดในอินโดฯ รุก CLMV รับ OEM [ ความเห็นที่ 1]
โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 25 มิถุนายน 2562  13:26 น.
ICHI เทรดคึกคัก หลังมีลุ้นกำไรโตครั้งแรกรอบ 5 ปี

17/05/2562

 

 ICHI วอลุ่มหนาแน่น 2 วันติด หลังโค้งแรกกำไรพุ่ง เหตุคุมต้นทุนได้ดี ขณะที่ไตรมาส 2 เข้าไฮซีซั่น ลุ้นปีนี้กำไรปกติกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 5 ปี โบรกฯ อัพเป้าเป็น  4.60 บาท จากเดิม 4.20 บาท แนะซื้อ แต่ยังไม่วางใจงวดครึ่งหลังต้องจับตาทำยอดขายโตแค่ไหน 


     ราคาหุ้นบริษัท อิชิตันกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เช้านี้ซื้อขายคึกคัก ต่อเนื่องจากเมื่อวาน หลังประกาศงบไตรมาสแรกปีนี้ กำไรดีเกินคาด โดยปริมาณการซื้อขายเช้านี้เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อนหน้า และบวกในช่วงเปิดตลาด ก่อนจะปิดตลาดภาคเช้าทรงตัวจากเมื่อวานที่ 4.40 บาท 

    "อิชิตันกรุ๊ป" เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่มแบรนด์  "อิชิตัน" แบรนด์ของเจ้าพ่อชาเขียวผู้โด่งดังอย่าง "ตัน ภาสกรนที" ซึ่งปัจจุบันมีรายชื่อเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ในสัดส่วน 27.74% และนั่งในตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัท 

    ปัจจุบัน ICHI มีผู้ถือหุ้นรายย่อยประมาณ 14,000 ราย จากอดีตประมาณ 19,000 ราย ซึ่งนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น ผู้ถือหุ้นอาจจะต้องผิดหวังกับกำไรของบริษัทที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ไม่ท็อปฟอร์ม  

     กำไรสุทธิจากราว 800 ล้านบาทในปี 58 ค่อยๆ ปรับลงมาเหลือหลัก 300 ล้านบาทในปี 59-60 ก่อนจะลดเหลือ 43.84 ล้านบาทในปี 61 ส่วนยอดขายต่อปีอยู่ในช่วง 5.2-6.3 พันล้านบาท  ด้านราคาหุ้น ICHI ทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 29.75 บาท ในปีแรกที่เข้าตลาดคือปี 57 จากนั้นก็ปรับลงตามผลประกอบการ และทำจุดต่ำสุดตลอดกาลไว้ที่ 2.90 บาทเมื่อต้นเดือน ม.ค.ปี 62 ที่ผ่านมานี้เอง
  
     เช้านี้ราคาหุ้น ICHI มีปริมาณการซื้อขายคึกคัก เพิ่มขึ้นกว่า 100% จากค่าเฉลี่ย 5 วันก่อน และต่อเนื่องจากเมื่อวานที่เพิ่มขึ้น 400% หลังประกาศงบไตรมาสแรกออกมา กำไรดีเกินคาด ราคาหุ้นจึงติดอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนอีกครั้ง 

     อิชิตันกรุ๊ป ประกาศงบ Q1/62 มีกำไรสุทธิ 114.2 ล้านบาท โต 247.1% YoY คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.7% จาก 2.5%  ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาด และหากย้อนไปในอดีตที่ผ่านมาจะพบว่าปกติกำไรต่อไตรมาสจะอยู่ที่หลักสิบล้านบาทเท่านั้น 

     เมื่อพิจารณาปัจจัยหลักที่หนุนกำไรงวดนี้ เห็นได้ว่ามาจาก 3 เรื่องหลัก คือ 1. ต้นทุนขายลด เพราะประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น 2.ต้นทุนการจัดจำ หน่ายลด เพราะใช้งบโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3.ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมที่อินโดนีเซียลดลงมาก แต่ว่ารายได้ไตรมาสแรกยังทรงตัวที่ 1.3 พันล้านบาท 

    ด้านโบรกฯ มีมุมมองบวกต่อกำไรไตรมาส 2 ของปีนี้ เพราะเป็นไฮซีซั่น ครึ่งปีหลังมีแผนเลิกแบรนด์ไบเล่ และ T247 ที่ไม่สร้างกำไรออกไป จึงคาดกำไรปกติปีนี้จะกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 5 ปี แต่ยังคงมุมมองระมัดระวัง และคาดหวังการฟื้นตัวของรายได้ในช่วงที่เหลือของปี

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่าแนวโน้มกำไรน่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 62 เพราะเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ และคาดมูลค่าตลาดชาเขียวจะเริ่มปรับขึ้นได้ หลังจากที่ปรับฐานลงมาค่อนข้างมาก รวมถึงคาดจะเริ่มเห็นลูกค้า OEM มากขึ้น และบริษัทมีแผนส่งออกสินค้าไปจีน โดยเน้นช่องทางออนไลน์ผ่าน JD.Com

    ส่วนในช่วงครึ่งหลังปีนี้ บริษัทมีแผนเลิกแบรนด์ไบเล่ และ T247 ที่ไม่สร้างกำไรออกไป ซึ่งอาจทำให้บริษัทต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายตั้งด้อยค่าแบรนด์ไบเล่ส่วนที่เหลืออีก 9 ล้านบาท (One Time,Non Cash)แต่ระยะยาวมองเป็นบวกเพื่อจะได้ไม่ต้องแบกขาดทุนอีกต่อไป รวมถึงคาดเห็นการฟื้นตัวของบริษัทร่วมที่อินโดนีเซีย และอาจพลิกเป็นคุ้มทุนได้ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ 

    ดังนั้น จึงปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 19% จากเดิม 18% และปรับลดส่วนแบ่งขาดทุนปีนี้เหลือ 40 ล้านบาท ดีขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 110 ล้านบาท นำไปสู่การปรับเพิ่มกำไรปกติปี 62 ขึ้น 13.3% เป็น 273 ล้านบาท เป็นการกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 5 ปี และโตจากฐานที่ต่ำมากเพียง 48 ล้านบาทในปีก่อน 

    โดยยังคงมุมมองระมัดระวัง และคาดหวังการฟื้นตัวของรายได้ในช่วงที่เหลือของปี เพราะการคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายบริษัทจะสามารถลดได้จนถึงระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการโตในอนาคตจะต้องมาจากการเติบโตของรายได้เป็นหลัก รวมถึงการฟื้นตัวของบริษัทร่วม ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 4.60 บาท จากเดิม 4.20 บาท (อิง PEเดิมที่ 22 เท่า) จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ จากเดิม ซื้อเก็งกำไร

     สรุปแล้ว กำไรที่ดีขึ้นของ ICHI หลักๆ มาจากการควบคุมต้นทุน เพราะถ้าดูในแง่ของรายได้ยังทรงตัว หากจะเป็นกำไรที่มีคุณภาพต้องมาจากการทำยอดขายเติบโต ซึ่ง ICHIมีทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งยังเป็นความท้ายทายในช่วงที่เหลืออีก 3 ไตร มาสสุดท้ายของปีนี้


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ