ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น SSP
เข้าชม : 44

SSP เผยโซลาร์ฟาร์ม มองโกเลีย 16.4 MW COD แล้ว 6 ก.ค.62

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 8 กรกฎาคม 2562  12:09 น.
SSP เผยโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มในมองโกเลีย จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์แล้ว

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ก.ค. 62 9:09: น.

 

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า โครงการ Khunsight Kundi ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ในประเทศมองโกเลีย กำลังผลิตติดตั้ง 16.4 เมกะวัตต์ ที่บริษัทลงทุนผ่านบริษัท Sermsang Sunstainable Singapore Private Umited (SSSG) ในสัดส่วน 75% ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว เมื่อวันที่ 6 ก.ค.62

  โครงการดังกล่าว มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 15 เมกะวัตต์ กับ National Dispatch Center (NDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของมองโกเลีย มีหน้าที่โดยตรงในการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคเอกชน มีราคารับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ Feed-in Tariff (FIT) เท่ากับ 0.162 เหรียญสหรัฐต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง

-----------------------------

10/07/2562
บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : SSP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท

 

 

 Action
  เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC 5.0%, no terminal growth) โรงไฟฟ้ามองโกเลียโรงแรก COD เรียบร้อยคาดทำให้ตลาดคลายความกังวลอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ SSP เป็นหุ้น Laggard ที่น่าสนใจโดยปัจจุบันเทรด PER อยู่ที่ราว 11X เท่านั้นเมื่อเทียบค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่เทรดราว 20X พร้อมกับกำไรที่เติบโตโดดเด่นกว่า 30% CAGR 2018-21 จากกำลังการผลิตที่มี PPA รองรับแล้วทั้งหมด  ส่วนผลการดำเนินการ 2Q19 คาดกำไรปกติที่ 165 ล้านบาท (+10% YoY, +27% QoQ) จาก 1) กำลังการผลิตที่เพิ่มระหว่างปี และ 2) เข้าสู่ช่วง High season ซึ่งทำให้ Portfolio ของบริษัทซึ่งเต็มไปด้วย Solar projects ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น ในขณะที่ 2H19 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้โครงการหลักซึ่ง COD ไปในช่วงกลางปี (Solar farm ที่เวียดนามและมองโกเลีย)

Event: 2Q19E earnings preview
 คาดกำไรสุทธิใน 2Q19 เติบโตโดดเด่น โดยกำไรปกติประเมินที่ 165 ล้านบาท (+10% YoY, +27% QoQ) เติบโต YoY จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 54MW YoY (96% YoY) โดยเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Solar farm Binh Nguyen (เวียดนาม) ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วน 39.7MW ซึ่งเป็นโครงการหลักในปีนี้เมื่อเดือน พ.ค.19 ในขณะที่เทียบ QoQ กำไรเติบโตได้จากการเข้าสู่ช่วง High season ของ Solar farm ทั้งในไทยและญี่ปุ่น

Implication
   คงกำไรสุทธิปี 2019 และคาด 2H19 เติบโตโดเด่นต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่ 692 ล้านบาท (+39% YoY) แม้ประมาณการ 1H19 คิดเป็น 43% ของประมาณการทั้งปี แต่ Key driver ใน 2H19 จะมาจากการรับรู้รายได้เต็มจากโครงการ Solar farm Binh Nguyen (เวียดนาม) ซึ่ง COD ใน 2Q19 และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Solar farm Khonshign (มองโกเลีย) 11MW ซึ่ง COD เมื่อ 8/7/19 ที่ผ่านมา และส่งผลให้กำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม ณ สิ้นปี 2019 อยู่ที่ 121MW (+73% YoY)

Valuation/Catalyst/Risk
  ราคาเป้าหมายที่ 12.00 บาท อิงวิธี DCF (average WACC 5.0%, no terminal growth) โดย Key catalyst ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าอยู่ที่การ COD โครงการ Solar farm ที่ญี่ปุ่น (Yamaga 1-2, Leo) ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วนฯรวม 67MW ในปี 2020 ซึ่งเป็น 3 โครงการสุดท้ายที่บริษัทได้รับ PPA แล้วในปัจจุบัน และการเจรจาโครงการลมในเวียดนาม (คาดเจรจาอยู่ราว 100MW)  หากสำเร็จจะเป็นอีก Potential upside



--------------------------------

22/07/2562
*SSP
-นสพ.รายงาน หุ้นโรงไฟฟ้าพี/อีถูก แต่ยังโตแรง ผู้บริหารยังเดินหน้าโต 30-40% ต่อเนื่อง แย้มหลังขายไฟมองโกเลียมีกองทุนนอกติดต่อขอข้อมูล ชี้โอกาสคว้า PPA โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอีกเพียบ ทั้งเวียดนาม ต่อยอดมองโกเลีย วางเป้า IRR ไม่ต่ำกว่า 12-13%

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3017578 

---------------------------

23/07/2562
บล.เอเชีย เวลท์ : SSP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายตามวิธี DCF ที่ 11 บาท
หุ้นเด่นวันนี้ : SSP ปิด 8.65 บาท; ซื้อ; AWS TP 11.00 บาท

คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/62 ของ SSP เท่ากับ 160 ล้านบาท (+5%YoY และ +29%QoQ) เติบโตโดดเด่น หนุนโดย
(1) High Season ของ Solar Farm เนื่องจากฤดูร้อนในปีนี้ทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่นยาวนานกว่าปีก่อน ทำให้การรับรู้รายได้ของ Solar Farm ดีขึ้น
(2) การรับรู้รายได้ Solar Farm ขนาดกำลังการผลิต 49.6 MW ในเวียดนาม ตั้งแต่เดือน มิ.ย.62
นอกจากนี้เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/62 จะเติบโตขึ้น YoY และ QoQ จากการเริ่ม COD โรงไฟฟ้า Solar Farm ขนาด 16.4 เมกะวัตต์ ประเทศมองโกเลีย ตั้งแต่ 6 ก.ค.62 ทำให้ Install capacity ของ SSP เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส จาก 90.4 MW เป็น  140 MW ในไตรมาสที่ 2/62 และเพิ่มเป็น 157 MW ในไตรมาสที่ 3/62 และเป็น 196 MW ในปี 2563 และ 232 MW ในปี 2564-2565 เราแนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายตามวิธี DCF ที่ 11.00 บาท

           SSP มีความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยมีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างเต็มตัวจากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal โดย SSP มีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 8.70 บาท และ 9.15 บาท ตามลำดับ จุด Stop Loss อยู่ที่ 8.30 บาท (Resistance: 8.75, 8.90, 9.05; Support: 8.50, 8.35, 8.20)


 
s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ