ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น BEM
เข้าชม : 51

BEM ศักดิ์สยาม เตรียมสรุปขยายสัปทานทางด่วน BEM ปลายเดือน ส.ค.

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 11 กรกฎาคม 2562  11:13 น.
10/07/2562

*BEM

-นสพ.รายงาน "อาคม" ตีกลับผลเจรจาต่อสัญญาทางด่วน 30 ปี จำนวน 3 โครงการ แลกกับการยุติข้อพิพาทและล้างหนี้พิพาท 5.9 หมื่นล้านบาท ให้กทพ.ตรวจสอบใหม่ ตามข้อสังเกต อัยการสูงสุด ในประเด็นเข้าข่ายโครงการร่วมทุนซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ปี 62 หรือไม่ พร้อมลุ้นรมว.คมนาคมคนใหม่ พิจารณาแนวทาง

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3013243 

---------------------------

15/07/2562
*BEM
-นสพ.รายงาน ราคาหุ้น BEM รูดหนัก 3.64% หลังมีความไม่แน่นอนในการขยายสัมปทาน 30 ปี หลัง "อาคม" รมว.คมนาคม ตีกลับเรื่องไปยัง กทพ. ฟาก "ไพรินทร์" ทิ้งทวนรมช.คมนาคม แจงยิบข้อกังขาขยายสัมปทาน BEM 30 ปี ยันเจรจาสัมปทานแลกยุติทุกข้อพิพาท คือทางออกดีสุดกว่าจ่ายเงินแพ้คดี

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3015051 

------------------------

13/08/2562
*BEM
-นสพ.รายงาน  "ปลัดคมนาคม" เตรียมปิดดีลข้อพิพาททางด่วน BEM วันที่ 16 ส.ค.นี้ ส่งซิก "กทพ." เจรจาขยายสัมปทานแลกยุติทุกคดี มาถูกทางแล้ว พร้อมรายงาน "ศักดิ์สยาม" ไม่เกิน 27 ส.ค. 2562 ฟาก BEM ปิดงบไตรมาส 2 ฟันกำไรแหลก 3,118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218% หนุนงวด 6 เดือนทำกำไร 3,977 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% ลุยจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 6 สตางค์

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3026546 

------------------------------

19/08/2562
*BEM
-นสพ.รายงาน "กทพ." ยันคณะทำงานคมนาคมเจรจา BEM จบแล้ว ไม่รื้อคุยใหม่ ลุยต่อสัญญา 30 ปี ฟาก "คมนาคม" สั่งงานเพิ่มให้ กทพ.แจงความจำเป็นทำทางด่วน 2 ชั้น พร้อมคิดโปรโมชั่นลดค่าผ่านทางกับ BEM มั่นใจสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุปแน่

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3029620 

----------------------------

22/08/2562
*BEM
-นสพ.รายงาน "ศักดิ์สยาม" เตรียมสรุปขยายสัปทานทางด่วน BEM ปลายเดือน หลังแย้มใกล้เคียงแนวทางที่กรรมาธิการ ส.ส.เสนอ ด้านนักวิเคราะห์ มั่นใจผลการดำเนินงาน Q3/2562 ฟื้น คงประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2562 โต 55.64% คงคำแนะนำ "ซื้อ" คาดทั้งปีปันผลที่ 0.14 บาท

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/3031336

s
RE : BEM ศักดิ์สยาม เตรียมสรุปขยายสัปทานทางด่วน BEM ปลายเดือน ส.ค. [ ความเห็นที่ 1]
โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 15 สิงหาคม 2562  11:28 น.
`ปลิว`เชื่อ กทพ.ยืดสัมปทานแลกยุติข้อพิพาท BEM เป็นทางออกดีที่สุด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ส.ค. 62 16:07 น.

 

“ปลิว”มั่นใจ กทพ.ขยายสัมปทานทางด่วน BEM ยุติข้อพิพาทด้วยมูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท เป็นทางออกที่ดีที่สุด และวิน-วิน ทั้งรัฐ-ประชาชน และ BEM ได้รับการเยียวยา

  นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่ว่า จากการที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ชดเชยรายได้ ช่วงปี 2542-2543 ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) ซึ่งเป็นบริษัทลูก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากทางแข่งขันกรณีก่อสร้างดอนเมืองโทลล์เวย์ ส่วนต่อขยายจากอนุสรณ์สถาน-รังสิต มูลค่ากว่า 4.3 พันล้านบาท และคดีนี้จะมีผลต่อเนื่องจนจบสัมปทานทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ดในปี 2569 คระรัฐมนตรีมีมติให้ กทพ.เจรจายุติข้อพิพาทกับ BEM เพื่อบรรเทาความเสียหายของรัฐโดยเร็วที่สุด

  จนเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 กทพ.และ BEM ได้บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทโดย กทพ.จะแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเพื่อขยายสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน ABC ส่วน D และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ออกไปอีก 30 ปี และ BEM ต้องยุติข้อพิพาททั้งหมดกว่า 1.37 แสนล้านบาท และลงทุนก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) และแก้ปัญหาจุดตัดจราจรบนทางด่วนขั้นที่ 2 อีก 31,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาจราจร ปัจจุบันการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับดูแล (มาตรา 43) ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2556 และสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอ ครม.พิจารณา

  โดยข้อพิพาทที่มีกับ กทพ.เป็นเรื่องเกิดมานานมากกว่า 25 ปี เกิดจากการที่ กทพ.ในอดีตทำผิดสัญญาทำให้บริษัทได้รับความเดือดร้อน ที่ผ่านมาได้พยายามเจรจากันมาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ทุกเรื่องบริษัทชนะที่อนุญาโตตุลาการแล้วแต่ กทพ.ก็ไม่ยอมรับจนเรื่องไปถึงชั้นศาลปกครอง ดังนั้นครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่สุดเพราะรัฐบาลมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาซึ่งทางบริษัทก็พร้อมร่วมมือเต็มที่ และเชื่อว่าถ้าสู้คดีกันต่อ บริษัทมีโอกาสชนะสูงมาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อประเทศชาติ รัฐก็เสียหาย ประชาชนเดือดร้อน แต่ถ้ายุติได้ รัฐไม่เสียหาย ประชาชนได้ประโยชน์ บริษัทได้รับการเยียวยาพอสมควรได้ทำธุรกิจต่อไป เป็นสิ่งที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย

  “ผลการเจรจาครั้งนี้ถือว่า เป็นประโยชน์ต่อรัฐ และ กทพ. เป็นอย่างมาก ถือว่าไม่มีความเสียหายใดเกิดขึ้น ส่วนประชาชนก็ได้ประโยชน์จากทางด่วนที่ดีขึ้น ค่าผ่านทางก็ไม่แพง ส่วนบริษัทก็ได้รับการชดเชยและได้ดำเนินธุรกิจที่มีความถนัดต่อไป ทุกฝ่ายจึงเชื่อมั่นว่าการขยายสัมปทานยุติข้อพิพาทครั้งนี้เป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด”

  นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล กรรมการบริหาร BEM กล่าวเสริมว่า ข้อพิพาทที่มีระหว่างบริษัท กับ กทพ. 17 คดี เกิดจาก 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องผลกระทบจากทางแข่งขัน และเรื่องการไม่ปรับค่าผ่านทางตามสัญญาเรื่องทางแข่งขันมีผลกระทบกับสัญญาทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด ตั้งแต่ปี 2542 จนสิ้นสุดสัญญาในปี 2569 มูลค่าข้อพิพาทถึงสิ้นปี 2561 เท่ากับ 78,908 ล้านบาท ขณะที่ข้อพิพาทการไม่ปรับค่าผ่านทางตามสัญญาเรื่องนี้จะเกิดทุกๆ 5 ปี จนจบสัมปทานทั้ง 3 สัญญา มูลค่าข้อพิพาทถึงสิ้นปี 2561 เท่ากับ 56,034 ล้านบาทเมื่อรวมกับเรื่องอื่นๆ มูลค่าข้อพิพาทถึงสิ้นปี 2561 รวมเท่ากับ 137,517 ล้านบาท ซึ่งหาก กทพ.ต่อสู้ทุกคดีจนถึงที่สุด ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นไปอีกเพราะสัญญาสัมปทานยังไม่จบ มีเงินต้น-ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอีกมาก

  “ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นไม่ใช่ค่าโง่ เพราะไม่ได้เกิดจากการทำสัญญาที่ผิดพลาดหรือมีการทุจริตแต่อย่างใด สัญญาสัมปทานก็เป็นสัญญาที่เป็นธรรมระหว่างรัฐและเอกชน ทั้งเรื่องทางแข่งขันและการปรับค่าผ่านทางเป็นเรื่องสัญญาที่ตกลงกันไว้ รัฐอาจมีความจำเป็นและเหตุผลในการสร้างดอนเมืองโทลล์เวย์ส่วนต่อขยายไปรองรับเมืองที่จะขยายออกไป หรือเกรงว่าการขึ้นค่าผ่านทางจะกระทบประชาชน แต่เมื่อเกิดผลกระทบกับบริษัทแล้ว กทพ.ไม่ได้ชดเชยตามสัญญา ก็เกิดการผิดสัญญาขึ้นนำไปสู่การพิพาทในท้ายที่สุด กรณีเช่นนี้น่าจะถือเป็นค่าเบี้ยวมากกว่าค่าโง่ เพราะไม่มีใครโง่หรือฉลาดในเรื่องนี้”

  ทั้งนี้ในการเจรจา กทพ.ขอนำข้อพิพาทเรื่องผลกระทบทางแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดแล้วมาเจรจาเท่านั้น โดยมูลค่าข้อพิพาททั้งหมดระหว่าง กทพ.และ BEM ยุติกันที่ 58,873 ล้านบาท ถือว่าน้อยมาก ต่ำกว่ามูลค่าข้อพิพาทเรื่องทางแข่งขัน (ณ สิ้นปี 2561) 78,908 ล้านบาท และต่ำกว่าเงินต้นของมูลค่าข้อพิพาทเรื่องทางแข่งขันจนจบสัมปทาน (ปี 2569) ประมาณ 100,000 ล้านบาท โดยถือว่าเรื่องอื่นๆที่ฟ้องร้องอยู่และจะเกิดขึ้นในอนาคตจนจบสัมปทานบริษัทยุติทั้งหมด

   ปัจจุบันมีหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด เช่น คดีไม่ปรับค่าผ่านทาง ทางด่วนขั้นที่ 2 ปี 2546 และคดีชดเชยรายได้นับจากวันเปิดใช้งานพื้นที่ส่วนแรกของทางด่วนขั้นที่ 2 กทพ.จะขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน ABC ส่วน D และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ดออกไป สัญญาละ 30 ปีแทนการจ่ายเงิน ส่วนบริษัทมีหน้าที่ให้บริการและบำรุงรักษาทางด่วนเดิมทั้ง 3 สายทาง และแก้ไขปัญหาจราจรโดยลงทุนก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) จากงามวงศ์วานถึงพระราม 9 ระยะทาง 17 กิโลเมตร ก่อสร้างช่อง Bypass แก้จุดตัดจราจรบริเวณอโศก 2 จุด ขยายพื้นผิวจราจรบริเวณมักกะสันและพระราม 6 อีก 2 จุด รวมมูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้จะไม่เกินค่าผ่านทางการใช้ Double Deck เพิ่ม เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และบริษัทต้องรับผิดชอบความเสี่ยงในรายได้จากปริมาณการใช้รถที่ต้องลดลงจากนโยบายส่งเสริมระบบขนส่งทางราง ของรัฐบาล โดยต้องแบ่งรายได้ให้ กทพ.ตามสัญญา แต่เนื่องจากการก่อสร้าง Double Deck ต้องรอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ผ่านความเห็นชอบก่อน กทพ.จึงแบ่งสัญญาเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เพื่อยุติข้อพิพาท (ขยายสัญญาจนถึง ต.ค.2578) และส่วนที่ 2 การก่อสร้าง Double Deck (ขยายสัญญาออกไปจนครบ 30 ปี) ซึ่งลงนามสัญญาเมื่อรายงาน EIA ผ่านบริษัทเชื่อว่า กทพ.และกระทรวงคมนาคมคงจะเร่งสรุปเรื่องนี้ เสนอ ครม.เพราะเป็นประโยชน์สูงสุด และผ่านความเห็นชอบของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนแล้ว


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ