ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น PRM
เข้าชม : 12

ธุรกิจ FSU เพิ่มเรืออีก 2 ลำ และเพิ่มเรือ Domestic tanker อีก 1 ลำ เพิ่มหุ้นใน Big Sea อีก 10%

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 9 กันยายน 2562  14:54 น.
PRM แล่นฉิว! ธุรกิจเรือขนส่งขาขึ้น กูรูอัพกำไรทะลุพันลบ.
 

28 สิงหาคม 2562 | 13:49
 

PRM กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง! หลังโบรกฯกอดคอเพิ่มประมาณการ รับขาขึ้นธุรกิจ ยกจุดเด่นธุรกิจเรือ FSU เซ็นสัญญาแน่นเต็ม 100% ทั้ง 8 ลำ และล่าสุดถือหุ้น Big Sea เพิ่มอีก 80% เร่งกำไรสุทธิปีนี้โตแรงถึง 49% ทะลุ 1 พันลบ.เป็นครั้งแรก

    หุ้น บมจ.พริมา มารีน (PRM) กลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้ง วันนี้ดีดแรงขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบเช้าที่  9.10 บาท และปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 9.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.55 บาท หรือ 6.47% ปริมาณหุ้นซื้อขายคึกคักอย่างมาก เพิ่มขึ้นถึง 296.62% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    PRM ประกอบธุรกิจ 4 หมวด คือ 1.ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์น้ำมันกึ่งสำเร็จรูป และ ปิโตรเคมีเหลว สัดส่วนรายได้ 50.3% 2.ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (FSU)สัดส่วนรายได้ 31.2% 3.ธุรกิจเรือขนส่งที่ให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล สัดส่วน 10.5% 4. ธุรกิจบริหารจัดการเรือ สัดส่วน 8%

    PRM จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯตั้งแต่ปี 60 แต่หลังจากระดมทุนบริษัทยังไม่ได้ลงทุนธุรกิจใหม่ๆมากนัก ทำให้กำไรสุทธิปี 60-61 ทรงตัวอยู่ที่ 717 ล้านบาท และ 711 ล้านบาท ตามลำดับ แต่ในปี 62 กำไรสุทธิกลับมาโตกระโดด ครึ่งปีแรกทำไปได้ถึง 504 ล้านบาท โต 48.54% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

    สาเหตุที่ทำให้กำไรครึ่งแรกปี 62 เติบโตอย่างโดดเด่น มาจากการรับรู้รายได้หลังซื้อกิจการบริษัท บิ๊กซี จำกัด (Big Sea) บริษัทขนส่งทางทะเลอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม เข้ามาด้วยสัดส่วนถือหุ้นง 70% เมื่อก.ค.61 และล่าสุด (13 ส.ค.62) มีสัดส่วนถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 80% แล้ว ทำให้ PRM เป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของตลาดทันที

    ถึงคราวธุรกิจเรือขนน้ำมันเป็นขาขึ้น! นักวิเคราะห์หลายรายทยอยเพิ่มประมาณการ หลังแนวโน้มธุรกิจโตแรงกว่าที่คาด สาเหตุหลักมาจากอานิสงส์มาตรการ IMO 2020

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ขึ้นอีก 18% เป็น 1,060 ล้านบาท โต 49% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากทิศทางไตรมาส 3/62 จะเติบโตทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น ทำให้กำไรสุทธิขึ้นไปทำนิวไฮที่ 307 ล้านบาท โต 51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการขยายฐานกองเรือเพิ่มขึ้น 3 ลำ ซึ่ง 2 ลำ เป็นเรือที่นำมาใช้ในธุรกิจ FSU ที่ได้อานิสงส์จากมาตรการ IMO 2020 เป็นบริการที่มีมาร์จิ้นสูงและมีสัญญารองรับแล้วสามารถสร้างรายได้ในทันที

    ส่วนการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้น Big Sea อีก 10% ไปเมื่อ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา จะเพิ่มกำไรให้อีก 16-20 ล้านบาทต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 2% ของฐานกำไร ขณะที่ธุรกิจอื่นๆของ PRM ก็มีอัตราการใช้เรือในระดับ 90-100% ด้วย 
    แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 13.20 บาท (เดิม 12.40 บาท)

    บล.ทิสโก้ ระบุ เป็นปีของ PRM จากการฟื้นตัวในทุกธุรกิจ ตามการเพิ่มกองเรือ หนุนให้ธุรกิจเรือขนส่งยังแข็งแกร่งเป็นอันดับ 1 ของตลาดด้วยจำนวนเรือ 32 ลำ และธุรกิจ FSU เพิ่มเรือขึ้นมาเป็น 8 ลำ ซึ่งมีสัญญาระยะยาวกับลูกค้าแล้ว และจะได้เห็นความต้องการเข้ามาต่อเนื่องอีกจากอานิสงส์ IMO 2020

    ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าคาด จึงประเมินกำไรครึ่งหลังปีนี้จะโตอย่างน้อย 52% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ทำให้ต้องปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้มาอยู่ที่ 1,037 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 1,346 ล้านบาทในปี 63 
    แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 10.80 บาท อิงจาก PER 20 เท่า

    บล.เคทีบี ประเมินกำไรปกติปี 62-63 เติบโตมาที่ 934 ล้านบาท และ 1,145 ล้านบาท ตามลำดับ แต่มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มประมาณการตามได้อีก เนื่องจากในช่วงปลายปีนี้บริษัทจะเปิดเผยแผนขยายเรือใหม่ของปีหน้า เนื่องจากธุรกิจ FSU ในปี 63 ยังมีอัตราการใช้งานสูงเกือบ 100% ต่อเนื่อง เพราะปริมาณเรือใหม่ในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นได้อย่างจำกัด และสามารถปรับเพิ่มค่าเช่ารือได้อีกด้วย
    แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 10.50 บาท อิง PER 23 เท่า 

    PRM ได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจนจากมาตรการ IMO2020 เพราะเป็นผู้เล่น FSU รายใหญ่ แต่ดีมานด์จัดเก็บและผสมน้ำมันเตากำมะถันต่ำจะหนุนผลประกอบการไปได้อีกไกลแค่ไหนเรื่องนี้ต้องจับตาต่อไป!

----------------------------

บล.บัวหลวง : PRM แนะนำ `เก็งกำไร
28/08/2562

PRM :  Visit Note
          ธุรกิจ domestic oil tanker มาร์จิ้นคาดดีขึ้น หลังจากที่ 2Q/62 อ่อนตัวลงเล็กน้อย เพราะเรือที่รับเข้ามาใหม่ วิ่งในเส้นทางทดลอง ซึ่งตอนนี้เข้าสู่เส้นทางปกติแล้ว ธุรกิจ Floating storage (FSU) จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นจาก 1) การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของเรือใหม่ที่ 2Q รับรู้เพียง 2 เดือน 2) เรือใหม่ อีก 2 ลำ ขนาดลำละ 3 แสนตัน เริ่มมีรายได้แล้วในเดือน ก.ค. และ ส.ค. ตามลำดับ แนวโน้มธุรกิจ FSU จะสดใสไปถึงปีหน้า จากมาตรการ IMO2020 ซึ่งจะหนุนให้เกิดการกักเก็บน้ำมัน low          
          เรามองว่าบริษัทมีแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ตลอดจนถึงปีหน้า ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากมาตรการ IMO2020 ซึ่งกำไรที่แข็งแกร่ง คาดจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นต่อไป แนะนำ เก็งกำไร พิจารณาตามปัจจัยทางเทคนิค รับ 8.2 ต้าน 8.9 stop loss 8.0

-------------------------------

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : PRM แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 13.20 บาท

28/08/2562

คงคำแนะนำ ซื้อ และปรับประมาณการกำไรขึ้น 18%

ทิศทางกำไรไตรมาส 3/62 จะเติบโตทั้งรายได้ และ อัตรากำไรขั้นต้น โดยมีโอกาสที่จะไปทดสอบสถิติสูงสุดของบริษัทที่ 307 ลบ. ในไตรมาส 3/59 ได้ จากฐานกองเรือที่ใหญ่ขึ้นอีก 3 ลำ และส่วนผสมของอัตรากำไรที่สูงขึ้นอีกจากกลุ่มเรือ FSU ที่ขยายใหญ่และได้อุปสงค์จำนวนมากจากกฏเกณฑ์ IMO2020 ผนวกกับการเพิ่มสัดส่วนใน Big Sea อีก 10% เราจึงปรับประมาณการกำไรขึ้น 18% ปีนี้ และ ราคาเหมาะสมปี 2562 DCF (WACC 8.0% g 2.0%) ขึ้น 6% เป็น 13.20 บาท/ หุ้น

ไตรมาส 3/62 สดใส ทั้งรายได้ และ อัตรากำไร คาดกำไรสุทธิโต +51% YoY
  PRM มีโอกาสที่จะทำกำไรได้ระดับ 300 ลบ.+/- ขยายตัวราว +51% YoY ซึ่งใกล้เคียงกับสถิติสูงสุดของบริษัทในไตรมาส 3/59 เนื่องจาก
(1) จะมีเรือให้บริการเพิ่มใหม่ถึง 3 ลำ เป็น 44 ลำ ได้แก่ เรือ Domestic tanker 1 ลำ และ เรือ FSU 2 ลำ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีสัญญารองรับสร้างรายได้ทันที
(2) เรือ FSU 2 ลำนี้ ให้บริการกักเก็บ และผสมน้ำมันสนับสนุนผู้ใช้น้ำมันกำมะถันต่ำตามกฏเกณฑ์ IMO2020 และให้มาร์จิ้นที่สูงต่อ PRM อีกทั้งกองเรือ FSU ก็จะมีส่วนแบ่งรายได้มากขึ้นจากไตรมาส 2/62 ที่ 33% เป็นราว 40% นั่นจะทำให้ อัตรากำไรขั้นต้นรวมจะเร่งขึ้นได้อีกจาก 31.7% ในไตรมาส 2/62 และ 29.0% ในไตรมาส 1/62 เนื่องจากเรือกลุ่มนี้ให้มาร์จิ้นสูงสุดแก่บริษัท
(3) PRM เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นใน Big Sea อีก 10% เป็น 80% เมื่อ 13 ส.ค. ซึ่งเราคาดจะเพิ่มกำไรให้ PRM 16-20 ลบ./ ปี หรือ +2% ของฐานกำไร
(4) หน่วยธุรกิจอื่น แข็งแรง อัตราใช้เรือระดับ 90-100%

คำแนะนำการลงทุน
  หลัง PRM รายงานกำไรไตรมาส 2/62 ที่ดีกว่าคาด 11% โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาด 210bps ผนวกับข้อมูลนำเสนอจากผู้บริหารข้างต้น และผลกำไร 1H62 ได้ผ่านระดับ 53% ของประมาณการของเราไปแล้ว เราจึงปรับประมารการกำไรปี 2562 ขึ้น 18% เป็น 1,060 ลบ. ขยายตัว +49% YoY ส่งผลให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้น 6% เป็น 13.20 บาท/ หุ้น

ความเสี่ยง
  ปริมาณการใช้น้ำมันโดยภาคใต้ โดยเรือกลุ่ม Domestic Tanker มีสัดส่วนรายได้ราว 44% เรือ International Tanker สัดส่วนรายได้ 6% ยังไม่ได้เป็นสัญญาระยะยาว จึงต้องอิงกับค่าระวางตลาด spot


 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ