ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น EPCO
เข้าชม : 9

EPCO เตรียมรับทรัพย์กว่า 1.25 พันลบ. ขายหุ้นโรงไฟฟ้าเวียดนาม ฟูเยี้ยน ให้ BGC โกยกำไร 500 ลบ.

โพสต์เมื่อ: วันพุธ 11 กันยายน 2562  14:50 น.
EPCO บุญหล่นทับ เตรียมรับทรัพย์กว่า 1.25 พันลบ. ขายหุ้นโรงไฟฟ้าเวียดนาม”ฟูเยี้ยน” ให้ BGC

6 ก.ย. 2562

 

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า บอรด์ EPCO ไฟเขียวขายหุ้นโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม”ฟูเยี้ยน” ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 99.216 เมกะวัตต์ ให้กับ BGC มูลค่ารายการรวม 1.259 พันล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีเงินสดรับเพิ่มขึ้น และมีเงินทุนรองรับการขยายธุรกิจ และการลงทุนใหม่ ๆ ในอนาคต รวมทั้งนำไปคืนเงินกู้เพื่อลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุน ฟาก”ยุทธ ชินสุภัคกุล”ประธานกรรมการ มั่นใจผลงานปี 62-63 นิวไฮต่อเนื่อง

นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EPCO ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 75% ของหุ้นทั้งหมด โดยให้ EP ทำการขายหุ้น จำนวน 100% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท โซล่าร์ พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPM ให้กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC  โดยได้ลงนามซื้อขาย (SPA) ในวันนี้ พร้อมได้รับเงินมัดจำ 10% และรับส่วนที่เหลือภายใน 31 ตุลาคม 62 หลัง BGC ทำ due diligence  แล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบัน SPM ถือหุ้น 67%ของหุ้นทั้งหมดในบริษัท Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดย PKS ประกอบกิจการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Xuan Tho 1 (โครงการ XT1) และโครงการ Xuan Tho 2 (โครงการ XT2) มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์  ที่จังหวัดฟูเยี้ยน ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ปัจจุบัน SPM นอกจากถือหุ้นใน PKS แล้วยังถือหุ้นในบริษัท Alternative Energies Kabushiki Kaisha (AEKK) ซึ่งประกอบกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นก่อนการขายหุ้น และหนี้ของ SPM ให้แก่ BGC นั้น ทาง SPM จะต้องทำการขายหุ้น และการลงทุนทั้งหมดที่ถือใน AEKK ให้แก่ EP Group (HK) Company Limited (EPHK) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EP ถือหุ้น100% และคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน กันยายน 2562 ก่อนวันที่ทำรายการซื้อขายหุ้นและหนี้ฯในครั้งนี้

“ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับ EPCO คือทำให้บริษัทฯ มีเงินสดเพิ่มขึ้น และมีเงินทุนเพียงพอเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และการลงทุนใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งสามารถนำไปชำระคืนเงินกู้ เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และจะส่งผลให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อไป”

ประธานกรรมการกล่าวอีกว่า แผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษา และเตรียมความพร้อมขยายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของโครงการลม และโซลาร์ลอยน้ำ  โดยคณะกรรมการมีมติให้จดทะเบียนบริษัทใหม่อีก 2 บริษัทที่ Hong Kongเพื่อการลงทุนในเวียดนามภายใต้ EP Group (HK) Co.,Ltd. ชื่อ EPVN W1 (HK) Co.,Ltd. และEPVN W2 (HK) Co.,Ltd. ขณะที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ คาดว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการที่ EPCOเข้าถือหุ้นใหญ่ในโรงพิมพ์เนชั่น และแตกไลน์การผลิตไปในส่วนของกล่องลูกฟูก ใน Q4/2562 เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ช้อปสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันแนวโน้มรายได้และกำไรในปี 2562-2563 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

----------------------------------

EPCO เผยดีลขายโรงไฟฟ้าให้ BGC โกยกำไรราว 500 ลบ.หนุนปีนี้ผลประกอบการทำนิวไฮ
10 ก.ย. 62

 

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า EPCO เผยมีกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าที่เวียดนามให้กับ BGC ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะมีการบันทึกในปีนี้ หนุนทำให้ผลประกอบการปีนี้เติบดตแบบก้าวกระโดด และทำสถิติสูงสุดอีกรอบ

นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EPCO เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ EPCO ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 75% ของหุ้นทั้งหมด ขายหุ้นและหนี้ทั้งหมดของบริษัท โซล่าร์ พาวเวอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (SPM) ให้กับบริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เป็นมูลค่าประมาณ 1,259 ล้านบาท โดยได้ลงนามซื้อขาย (SPM) พร้อมได้รับเงินมัดจำมาแล้ว 125.90 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ 10 ของมูลค่าสิ่งตอบแทนของสินทรัพย์ที่จำหน่ายไป ส่วนที่เหลือจำนวน 1,133.10 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ 90% จะจ่ายชำระในวันที่โอนหุ้นในบริษัท SPM ให้แก่ผู้ซื้อหุ้นเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้บริษัทฯจะนำเงินที่ได้รับไปชำระคืนเงินกู้ เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทฯ และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และการลงทุนของบริษัทฯ ในอนาคตต่อไป

“ดีลนี้ถือว่าได้รับผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจมาก คิดเป็นกำไรจากการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท  ทั้งนี้โรงไฟฟ้าในเวียดนามที่ขายให้กับ BGC เป็นการขายหุ้นและหนี้ทั้งหมด โดยในช่วงที่เข้าลงทุนเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 2,900 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนครั้งนั้นแบ่งเป็นเงินกู้ 65%  และมาจากเงินลงทุน 35% ซึ่งในส่วนของ SPM ลงทุนในโปรเจ็กดังกล่าว 65%  ใช้เงินลงทุนเพียงประมาณ 710 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ขายออกไปครั้งนี้ ทำให้ได้รับกำไรพิเศษจากการลงทุนประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯ ปีนี้เติบโตแบบก้าวกระโดดและทำสถิตินิวไฮอีกครั้ง

ในปัจจุบัน SPM ถือหุ้น 67%  ของหุ้นทั้งหมดในบริษัท Phu Khanh Solar Power Joint Stock Company (PKS)ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

โดย PKS ประกอบกิจการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Xuan Tho 1 (โครงการ XT1) และ โครงการ Xuan Tho   2 (โครงการ XT2) มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99.216 เมกะวัตต์ (MW) ที่จังหวัดฟูเยี้ยน ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยที่ก่อนดำเนินการซื้อขายหุ้นและหนี้ของ SPM ให้กับผู้ซื้อนั้น SPM จะซื้อหุ้นของ PKS เพิ่ม จากผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งเป็นกรรมการของ Nam Viet Hung Investment Corporation (“NVH”) ในสัดส่วน 2%

ทั้งนี้ โครงสร้างการถือหุ้นของ PKS ก่อนการขายหุ้น ประกอบด้วย  SPM ถือหุ้นในสัดส่วน 67% กับ บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด(มหาชน)  หรือ CSS  ในสัดส่วน 25%   และหุ้นส่วนที่เหลือถือหุ้นโดย Nam Viet Hung Investment Corporation (NVH) ในสัดส่วน 5%  และกรรมการ 1 ท่านของ NVH ถือหุ้นในสัดส่วน 3%



 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ