ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น SSP
เข้าชม : 24

SSP โรงไฟฟ้าที่ถูกลืม ถึงเวลาเป็นโรงไฟฟ้าที่ถูกรัก

โพสต์เมื่อ: วันพุธ 16 ตุลาคม 2562  14:28 น.
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : SSP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี63 ที่ 11.60 บาท
30/09/2562
What’s new?

    ► ลงนามสัญญาร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลม ประเทศเวียดนาม จำนวน 48 MW เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 62 
    ► ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตเท่าตัวเป็น 400 MW ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า
    ► ปัจจุบันกำลังการผลิตในมือทั้งหมดเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าตัวภายใน 5 ปี

Our view
    ► ด้วยกำลังผลิตที่รอ COD จะหนุนกำไรปกติทำ New high ไปถึงปี 2565
    ► มี Upside โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ประเทศเวียดนาม จำนวน 48 MW
    ► ราคาหุ้นยังซื้อขายที่ PER 2563 ต่ำเพียง 8.1 เท่า และเท่าราคา IPO ถือว่า Laggard ต่อกลุ่มอย่างมาก

โรงไฟฟ้าที่ถูกลืม ถึงเวลาเป็นโรงไฟฟ้าที่ถูกรัก
แข็งแกร่งด้วยเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเกินเท่าตัว
  ปัจจุบัน SSP มีกำลังการผลิตที่ COD แล้วทั้งหมด 128 MW (112MWe) ทั้งในและต่างประเทศ และคาดจะ COD อีก 60 MW เป็น 188 MW ภายในปี 2565 ถือว่ามีกำลังการผลิตที่ COD แล้วเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปี บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิต 400 MW ภายในปี 2567 ล่าสุด SSP ได้ลงนามในสัญญาบริษัทร่วมกับ TTVN เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 48 MW โดย SSP ที่ถือสัดส่วน 80% ในประเทศเวียดนาม ด้วยทุนจดทะเบียนราว 528 ลบ. เราคาดยังไม่รวมโครงการดังกล่าวไว้ในประมาณการ เบื้องต้นคาดมีส่วนเพิ่มจากราคาเป้าหมายอีก 1.50 – 2.50 บาท

กำไร New high ถึงปี 2565 แถม Upside จากโครงการใหม่
  ด้วยฐานกำลังการผลิตปัจจุบันเพียง 128 MW ทำให้การได้โครงการใหม่ๆ ขนาดเพียง 20 – 30 MW ถือว่ามีความสำคัญต่อ SSP อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่าจะทยอยประกาศต่อเนื่องจากนี้ โดยเฉพาะในเวียดนาม และอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ด้วยกำลังการผลิตในมือที่รอทยอย COD ต่อเนื่องไปอีก 3 ปี (2563 – 2565) ปี 2563 รับรู้โครงการในเวียดนามและมองโกเลียเต็มปี พร้อม COD โครงการ Yamagane 1 ขนาด 30 MW ใน 3Q63 คาดกำไรปกติที่ 877 ลบ. (+35.4%) ทำระดับสูงสุดใหม่ ปี 2564 COD โครงการ Leo 1 ขนาด 20 MW คาดกำไรปกติเติบโต 13.7% และปี 2565 มีโครงการ Leo 2 ขนาด 10 MW เริ่ม COD หนุนกำไรปกติเติบโตอีก 12.1% ยังไม่รวมโครงการลมในเวียดนามอีก 48 MW คาดจะ COD ภายในปี 2565

กำลังการผลิตเพิ่มมา 3 เท่า แต่ราคายังเท่า IPO เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ”
  กำไรปกติ 1H62 อยู่ที่ 287 ลบ. เติบโตถึง +11% YoY ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ 72% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 44% ของกำไรปกติที่เราประมาณการณ์ทั้งปีที่ 648 ลบ. (+38.8% YoY) แตะระดับสูงสุดใหม่ และคาด EBITDA ทะลุ 1,000 ลบ. เป็นครั้งแรก โดยใน 3Q62 แม้จะเป็น Low season ของแดดตามผลของฤดูกาล แต่มีการรับรู้ผลประกอบการเต็มไตรมาสของโครงการ Binh Nguyen ในเวียดนาม ขนาด 40 MW (ถือ 80%) และโครงการ Khunsight Kundi ในมองโกเลีย ขนาด 15 MW (ถือ 75%) ทำให้กำไรปกติ 3Q62 อาจไม่ลดลง QoQ และโตสูง YoY ประมาณการกำไรปี 2563 ของเราที่ 877 ลบ. อีกทั้งยังไม่รวมโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยประกาศเพิ่มเติมอีกช่วงที่เหลือของปีนี้ ทีราคา 7.70 บาทเท่ากับราคา IPO แต่มีกำลังการผลิตที่ COD แล้วมากกว่า ณ วัน IPO ถึง 3.2 เท่า ปัจจุบันซื้อขายที่ PER 2563 เพียง 8.1 เท่า Laggard กลุ่มค่อนข้างมาก จึงเป็นโอกาสในการลงทุน เราประเมินมูลค่า SSP ด้วยวิธี DCF ที่ WACC 4.1% ด้วย Terminal growth 0% ได้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2563 ของ SSP ที่ 11.60 มี Upside gain 51% เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ”

----------------------------------

บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : SSP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 12 บาท
04/10/2562

 

Action  
  เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 12.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 5.0%, terminal growth = 0%) คาดกำไรปกติ 3Q19E ที่ 206 ล้านบาท (+66% YoY, +7% QoQ) แม้ 3Q19 จะเป็นช่วง low season แต่ได้แรงหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโซล่าเวียดนาม 40MW และ COD โครงการโซล่ามองโกเลียในไตรมาสนี้ทำให้กำไรเติบโตได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้เรายังคงประมาณการปี 2019 โดยเบื้องต้นประเมินมีโอกาสเกิด upside ราว 7% หาก plant performance ช่วง low season และโครงการมองโกเลียไม่ต่างจากประมาณการของเราอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ 4Q19 มีลุ้นได้โครงการลมในเวียดนาม 48MW ซึ่งหากสำเร็จจะเป็น upside ให้กับหุ้นอีกราว 2 บาท

  ราคาหุ้นช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลงราว 9% คาดมาจากการ take profit หลังโครงการโซล่าร์มองโกเลียซึ่งเป็นโครงการสุดท้ายในปี 2019 COD แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตามด้วยระดับราคาปัจจุบันที่เทรด PER อยู่เพียง 10x เราประเมินน่าดึงดูดหากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่เทรด PER 20x นอกจากนี้ในปี 2020 บริษัทมีกำหนด COD โครงการโซล่าร์ญี่ปุ่นอีกกว่า 67MW (+55% YoY) ซึ่งจะมาเป็น key driver หนุนผลประกอบการปี 2020 เติบโตกว่า 40% YoY 

Event: 3Q19E earnings preview
 คาดกำไรปกติ 3Q19E เติบโตได้ QoQ จากกำลังการผลิตใหม่แม้เป็น low season คาดกำไรปกติ 3Q19E ที่ 206 ล้านบาท (+66% YoY, +7% QoQ) เติบโตโดดเด่น YoY จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่า 62MW (+105% YoY) ในขณะที่ QoQ เติบโตได้แม้เข้าสู่ช่วง low season จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของโครงการ Binh Nguyenโซล่าร์เวียดนาม 40MW และการ COD โครงการ Khonshigh โซล่าร์มองโกเลีย 11MW เมื่อต้น 3Q19 ที่ผ่านมา

Implication
 คงประมาณการปี 2019 ครึ่งปีหลังเติบโตต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่ 692 ล้านบาท (+39% YoY) โดยกำไรปกติ 9H19E คิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปี เบื้องต้นเราประเมินมีโอกาสเกิด upside ต่อประมาณการกำไรทั้งปี 2019 ของเราราว 7% ภายใต้เงื่อนไข
1) ช่วง low season ใน 3Q19E จะไม่กระทบ plants performance จนทำให้งบออกมาต่ำกว่าเราคาดอย่างมีนัยสำคัญ
2) โครงการ Khonshigh โซล่าร์มองโกเลียทำ capacity factor ได้ 20-22% ทั้งนี้ทุกโครงการที่มีกำหนด COD ในปี 2019 ของบริษัทได้เปิดดำเนินการครบแล้ว

 ลุ้น upside จากโครงการลมในเวียดนามเพิ่มเติมใน 4Q19 เมื่อ 24/9/19 บริษัทลงนามสัญญาร่วมพัฒนาโครงการลม offshore 48MW กับ Troung Thanh Vietnam Group โดย SSP ถือหุ้น 80% (equity 38MW) โดยโครงการดังกล่าวมีอายุสัญญา 20ปี FiT 0.098 เหรียญสหรัฐต่อหน่วย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขอใบอนุญาตคาดสามารถเซ็น PPA ได้ใน 4Q19 ซึ่งหากสำเร็จประเมินจะสร้าง upside ให้กับหุ้นอีกราว 2 บาทต่อหุ้น (อิง EIRR 12%)

Valuation/Catalyst/Risk
  ราคาเป้าหมายที่ 12.00 บาท อิงวิธี DCF (average WACC 5.0%, no terminal growth) โดย Key catalyst ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าอยู่ที่การ COD โครงการ Solar farm ที่ญี่ปุ่น (Yamaga 1-2, Leo) ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วนฯรวม 67MW ในปี 2020 ซึ่งเป็น 3 โครงการสุดท้ายที่บริษัทได้รับ PPA แล้วในปัจจุบัน และการเจรจาโครงการลมในเวียดนาม (คาดเจรจาอยู่ราว 100MW)  หากสำเร็จจะเป็นอีก Potential upside

 
Analyst: Poonpat Chaikumhan, CFA (Reg. no. 038730)


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ