ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น SSP
เข้าชม : 50

ปี 63 เป้าหมายกำลังการผลิตที่ระดับ 192 MW จากสิ้นปี 62 อยู่ที่ 157 MW

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 6 กุมภาพันธ์ 2563  13:30 น.
SSP คาดรายได้ปีนี้โตกว่า 20% หวังเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 400MW ใน 5 ปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 ม.ค. 63 14:56 น.

 

SSP ลุยวินด์ฟาร์มเวียดนาม หวังดันผลงานสร้างสถิติสูงสุดใหม่ มั่นใจรายได้ปีนี้โตเกิน 20% วางเป้า 3-5 ปี ข้างหน้า กำลังการผลิตโรงไฟฟ้าทั้งใน-ต่างประเทศพุ่งแตะ 400 เมกะวัตต์

  นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2563 ว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าในการขยายการลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 400 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหลายโครงการ ซึ่งในปี 2563 มีเป้าหมายจะมีกำลังการผลิตที่ระดับ 192 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 157 เมกะวัตต์

  สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังลมนั้น จะเริ่มเห็นความชัดเจนของโครงการมากขึ้นภายในไตรมาส 1 ปีนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะดำเนินการโดยบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งในเวียดนาม โดยกลุ่มบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้น 80% และกลุ่ม TTVN มีสัดส่วนการถือหุ้น 20%

  “แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2563 มั่นใจว่ารายได้โตเกิน 20% และกำไรสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ตามจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งเรายังพร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม ถือเป็นวินด์ฟาร์มแห่งแรกของเรา ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการกระจายการลงทุนไปยังพลังงานทางเลือกอื่นๆ” นายวรุตม์กล่าว


----------------------------------

บล.เคทีบี(ประเทศไทย) : SSP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท
22/01/2563
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 5.0%, terminal growth = 0%) เราคาด SSP จะมีกำไรปกติ 4Q19E ที่ 163 ล้านบาท (+50% YoY, +5% QoQ) เติบโต YoY จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 51MW (+73% YoY) ส่วน QoQ เพิ่มขึ้นจากการผ่านช่วง low season ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น ทั้งนี้เรายังคงกำไรปกติ 2019E/20E เติบโตโดดเด่น +29% YoY และ +26% YoY ตามลำดับ ราคาหุ้นช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลง -6% คาดจากผลประกอบการ 3Q19 ที่อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ตามด้วยระดับราคาปัจจุบันที่เทรด PER อยู่เพียง 9x เราประเมินน่าสนใจหากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่เทรด PER = 20x นอกจากนี้เราประเมินผลประกอบการยังอยุ่ในภาวะขาขึ้นเติบโตเฉลี่ย 18% (CAGR 2019E-2022E) หนุนโดยโครงการในญี่ปุ่นกำลังการผลิตตามสัดส่วนรวม 60MW ทยอย COD 2020E-2022E ในขณะที่ key catalysts คือการเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เวียดนามขนาด 48MW (ถือ 80%) มีกำหนด COD ในปี 2021 โดยคาดจะเห็นความชัดเจนใน 1Q20 และหากสำเร็จจะเป็น upside ให้กับหุ้นอีกราว 1.50 บาทต่อหุ้น  

Event: 4Q19E earnings preview
 คาดกำไรปกติ 4Q19E เติบโตได้ QoQ หลังผ่านช่วง low season คาดกำไรปกติ 4Q19E ที่ 163 ล้านบาท (+50% YoY, +5% QoQ) เติบโตโดดเด่น YoY จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นระหว่างปีกว่า 51MW (+73% YoY) ในขณะที่ QoQ เติบโตได้แม้ไม่มีโครงการใหม่เพิ่มเติม เป็นผลมาจากโครงการโซล่าร์ในไทยซึ่งผ่านช่วง low season (3Q เป็นฤดูฝน) และกลับมาผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น QoQ

Implication

 คงประมาณการปี 2019E/20E กำไรโตต่อเนื่อง เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2019E/20E โดยหากกำไร 4Q19E ออกมาตามคาดจะทำให้กำไรปกติปี 2019E อยู่ที่ 641 ล้านบาท (+29% YoY) อยู่ในกรอบประมาณการของเรา ในขณะที่กำไรปกติปี 2020E คงไว้ที่ 793 ล้านบาท (+26% YoY) ได้รับแรงหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้า Binh Nguyen (เวียดนาม 40MW COD 2Q19) และ Khonshign (มองโกเลีย 11MW COD 3Q19) และการ COD โรงไฟฟ้าโซล่าร์ Yamaga (ญี่ปุ่น 27MW COD 2Q20E)  ซึ่งทำให้กำลังการผลิตตามสัดส่วน ณ สิ้นปี 2020E อยู่ที่ 148MW (+22% YoY)

 โครงการลมในเวียดนามคาดชัดเจนใน 1Q20E จะเป็น upside เมื่อ 24/9/19 บริษัทลงนามสัญญาร่วมพัฒนาโครงการลม offshore 48MW กับ Troung Thanh Vietnam Group โดย SSP ถือหุ้น 80% (equity 38MW) โดยโครงการดังกล่าวมีอายุสัญญา 20ปี FiT 0.098 เหรียญสหรัฐต่อหน่วย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อขอใบอนุญาตคาดสามารถเซ็น PPA ได้ใน 1Q20E ซึ่งหากสำเร็จประเมินจะสร้าง upside ให้กับหุ้นอีกราว 1.5 บาทต่อหุ้น (อิง EIRR 12%) ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีกำหนด COD ในปี 2021E

Valuation/Catalyst/Risk
  ราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท อิงวิธี DCF (average WACC 5.0%, no terminal growth) โดย Key catalyst ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าอยู่ที่การ COD โครงการ Solar farm ที่ญี่ปุ่น (Yamaga 1-2, Leo) ขนาดกำลังการผลิตตามสัดส่วนฯรวม 67MW ในปี 2020 ซึ่งเป็น 3 โครงการสุดท้ายที่บริษัทได้รับ PPA แล้วในปัจจุบัน และการเจรจาโครงการลมในเวียดนามและมาเลเซีย (คาดเจรจาอยู่ราว 100MW)  หากสำเร็จจะเป็นอีก Potential upside

------------------------------

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : SSP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 11.60 บาท
06/02/2563
What's new?

► กำไรปกติ 4Q62 คาดที่ 135 ลบ. ลดลง 11.7% จากผลของฤดูกาล แต่เติบโต 22.9%YoY จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศเวียดนามและมองโกเลีย รวมกันราว 55 MW
          ► มี Upside จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 48 MW คาดจะมีรายละเอียดชัดเจนภายใน 1Q63

Our view
          ► ปี 2563 เป็นปีแรกที่รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศเวียดนามและมองโกเลียเต็มปี
          ► คาด COD เพิ่มอีก 1 โครงการ คือ โครงการ Yamaga ขนาด 30 MW (27 MWe) ทำให้กำลังการผลิตทั้งปี 2563 เป็น 158 MW (139 MWe)
          ► ปัจจุบัน ซื้อขายบน PER2563 ต่ำเพียง 7.5 เท่า และคาดให้เงินปันผลปี 2562 ที่ 0.28 บาทต่อหุ้น หรือ Yield 3.9%

4Q62 ยังโตสูง YoY
4Q62 ลดลง QoQ แต่เติบโต YoY
          คาดรายได้ใน 4Q62 ที่ 363 ลบ. ลดลง 8.5%QoQ แม้ค่าความเข้มแสงในไทยจะดีจากภาวะภัยแล้ง แต่ถูกกดดันจากความอ่อนแสงทั้งในประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม และมองโกเลีย ซึ่งเป็นผลมาจาก Seasonal effect แต่เติบโต 14.4%YoY จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศเวียดนาม (40 MW) และมองโกเลีย (15 MW) ซึ่ง COD ไปเมื่อ มี.ค. 62 และ ก.ค. 62 ตามลำดับ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 4Q62 เป็น 66.0% ลดลงจาก 66.6% ใน 3Q62 และลดลงจาก 70.3% ใน 4Q61 เพราะอัตรากำไรขั้นต้นในโครงการใหม่ๆ ต่ำกว่าจากการรับค่าไฟเป็น FiT แทน Adder ด้านค่าใช้จ่าย SG&A/Sales คาดที่ 12% ทรงตัว QoQ แต่ลดลงจาก 15% ใน 3Q61 เพราะมีค่าใช้จ่ายจากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างโซลาร์บนหลังคา (EPC) อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้บริษัทอาจมีการบันทึก FX loss ใน 4Q62 คาดที่ 18 ลบ. คาดกำไรสุทธิที่ 117 ลบ. ขณะที่กำไรปกติคาดที่ 135 ลบ.   (-11.7%QoQ, +22.9% YoY)

1Q63 ทรงตัว QoQ แต่เติบโต YoY จากการหนุนของ 2 โครงการ
          แนวโน้มกำไรปกติใน 1Q63 คาดทรงตัว QoQ จากผลของฤดูกาล แต่เติบโต YoY เพราะมีการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนาม ขนาด 40 MW ซึ่ง COD ไปเมื่อ มี.ค. 2562 และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศมองโกเลีย ขนาด 15 MW ซึ่ง COD ไปเมื่อ ก.ค. 2562

มีกำลังการผลิตเติบโตอีกมากกว่า 20% ในปี 2563
          ปี 2563 เป็นปีแรกที่รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เวียดนามและมองโกเลียเต็มปี อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ Yamaga ขนาด 30 MW (27 MWe) ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตทั้งปี 2563 เป็น 158 MW (139 MWe) จาก 128 MW (112 MWe) หรือเพิ่มขึ้นราว 23.4% คาดจะ COD ภายใน 1H63 เราคาดกำไรปกติทั้งปี 2563 ที่ 877 ลบ. เติบโต 35.4% YoY มี Upside จากโรงไฟฟ้าพลังงานลม ประเทศเวียดนาม ขนาด 48 MW โดย SSP มีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 80% คาดจะมีรายละเอียดชัดเจนภายใน 1Q63 ซึ่งเรายังไม่รวมไว้ในประมาณการ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 11.60 บาท ปัจจุบันซื้อขายบน PER2563 ต่ำเพียง 7.5 เท่า  คาดการณ์เงินปันผลทั้งปี 2562 ที่  0.28 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทนถึง 3.9%


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ