ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น BJC
เข้าชม : 12

ฺBJC กำไรสุทธิ Q1/63 ลดลง -48.3%QoQ, -14.9%YoY คาด Q2/63 งบจะแย่ หนักที่สุดของปี 63

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 15 พฤษภาคม 2563  13:04 น.
BJC เผย Q1 กำไรหด 14.9% หลังรายได้จากสินค้าไม่จำเป็นลด-ต้นทุนพุ่ง  
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 พ.ค. 63 9:10: น.

 

BJC เผย Q1/63 มีกำไร 1,279 ลบ. ลดลง 14.9% หลังรายได้กลุ่มสินค้าไม่จำเป็นลดลง มีต้นทุนบริการพุ่ง - ค่าใช้จ่ายออกหุ้นกู้ และซื้อกิจการกดดัน

  บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ หรือ BJC เปิดเผยผลประกอบการงวด Q1/63 มีกำไร 1,279.40 ล้านบาท หรือ 0.32 บ./หุ้น ลดลง 14.9% จากงวดเดียวกันปี 62 ที่มีกำไร 1,504.04 ล้านบาท หรือ 0.38 บ./หุ้น

  BJC เปิดเผยว่า รายได้รวมในไตรมาส 1/63 เท่ากับ 42,328 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เติบโตเล็กน้อย 2 ล้านบาท จากยอดขายและรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น 94 ล้านบาท อยู่ที่ 38,483 ล้านบาท จากกลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค ในขณะที่รายได้อื่นลดลง 234 ล้านบาท อยู่ที่ 3,695 ล้านบาท จากกลุ่มธุรกิจสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ สาเหตุหลักมาจากยอดขายต่อสาขาเดิมลดลง ของกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไม่จาเป็น ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาครัฐเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

  ด้านค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 1/63 เท่ากับ 40,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120 ล้านบาท จากต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น และการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 12,000 ล้านบาทเมื่อเดือนมีนาคม รวมถึงการปรับใช้มาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการการเข้าซื้อกิจการ

-----------------------------

บล.ทรีนีตี้ : BJC แนะนำ`ซื้อ` ราคาเป้าหมาย 45.20 บาท
15/05/2563
ประกาศกำไรลดลง QoQ และYoY อัตราภาษีสูงกว่าตลาดคาด

 

      • กำไรสุทธิไตรมาส 1/2563 เท่ากับ 1,279 ล้านบาท (-48.3%QoQ, -14.9%YoY) มีรายการพิเศษค่าใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการครั้งเดียว 61 ล้านบาท
  • Effective Tax Rate 17.2% สูงกว่าที่ทางบริษัทเคยให้ Guideline ไว้ที่ 10%
  • รายได้ทรงตัว YoY นำโดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์และธุรกิจอุปโภคบริโภค ขณะที่ธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิค และธุรกิจค้าปลีกลดลง SSSG ติดลบที่ -5.3%YoY
  • แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 45.20 บาท ณ ราคาปัจจุบันมี Upside ราว 21.3% Forward PE ราว 19 เท่า

ประกาศกำไรไตรมาส 1/2563 ลดลงทั้ง QoQ และ YoY
  กำไรสุทธิไตรมาส 1/2563 จำนวน 1,279 ล้านบาท (-48.3%QoQ, -14.9%YoY) โดยในไตรมาสนี้มีรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการสุทธิสารภาษีเงินได้จำนวน 61 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าวจะคิดเป็นกำไรปกติเท่ากับ 1,341 ล้านบาท (-10.8%YoY) ปัจจัยจาก
  รายได้จากการขายจำนวน 38,483 ล้านบาท (-5.1%QoQ, +0.2%YoY) ปัจจัยจากรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น +2.9%YoY นำโดยบรรจุภัณฑ์แก้ว ธุรกิจอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น +18%YoY โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ทิชชู่ กระดาษเปียก เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เป็นต้น ขณะที่รายได้อีกสองธุรกิจลดลง ได้แก่ ธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิคลดลง 5.9%YoY และธุรกิจค้าปลีกลดลง -0.9%YoY โดยมี SSSG ติดลบที่ -5.3%YoY จากการปิดพื้นที่ขายสินค้าที่ไม่จำเป็นและการจำกัดเวลาขาย ขณะที่อาหารแห้งที่มีสัดส่วน 62%ของยอดขายกลุ่มค้าปลีกยังเติบโตดีจากการกักตุนสินค้าในช่วงโควิด-19 (รายละเอียดต่อหน้า2)
  อัตรากำไรขั้นต้น 18.9% (-38bps YoY) ลดลงจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีอัตรากำไรขั้นต้น 21.3% (-140bps YoY) ธุรกิจอุปโภคและบริโภคที่ 19.6% (-230bps YoY) และธุรกิจค้าปลีกที่ 16.0% (-30bps YoY) ยกเว้นธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิคที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 33.4% เพิ่มขึ้น140bps YoY และมีค่าใช้จ่ายSG&A ต่อยอดขาย 20.8% (-66bps YoY)
  อัตราภาษี Effective Tax Rate สูงกว่าที่คาดมาก มาอยู่ที่ 17.2% ในไตรมาส 1/2563 จากที่ช่วงต้นปีทาง BJC ให้ Guideline ว่าจะอยู่ที่ราว 10% ต่อเนื่อง 3ปีจากการปรับโครงสร้างภายใน แต่ในไตรมาสนี้ กำไรทั้งโครงสร้างอาจะลดลงจนไม่ได้รับประโยชน์ดังกล่าว ดังนั้นจึงอาจเป็นปัจจัยให้ตลาดปรับประมาณการลดลงในระยะถัดไป

คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 45.20 บาท
  แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 45.20 บาท (วิธี DCF ใช้ WACC 6.2%, TG 2%) Upside ราว 21.3% ระดับ Forward PE ต่ำเพียง 19.0 เท่า อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่ตลาดจะปรับประมาณลงเพิ่มเนื่องจาก (1) คาดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 จะแย่กว่าไตรมาส 1/2563 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (2) Effective Tax Rate สูงกว่าที่คาด
ความเสี่ยง : โควิด-19, Effective Tax Rate สูงกว่าที่ตลาดคาด



--------------------------------------

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : BJC แนะนำ ถือ ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท
15/05/2563
โควิด-19 ส่งผลลบ

 

กำไรหลัก 1Q63 เป็น 1.2 พันล้านบาท ลดลง 20% y-o-y และ52% q-o-q ถือว่าออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้
  มีอัตราการเติบโตสาขาเดิม (SSSG) ที่ยังอ่อนในสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร แต่การตกใจซื้อ (Panic) สินค้าประเภทอาหารในเดือน มี.ค.63 มีส่วนช่วยได้บ้าง
  คาดว่าผลการดำเนินงานใน 2Q63 จะยิ่งอ่อน ผลพวงจาก SSSG จะยิ่งลดลง และรายได้ค่าเช่าปรับลงอีก  

  คงคำแนะนำเพียง ถือ ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF


-------------------------------------

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : BJC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 48 บาท
15/05/2563
กำไร 1Q63 ต่ำกว่าคาดแต่จะฟื้นใน 2H63 

 

ผลประกอบการ 1Q63
  กำไรสุทธิเท่ากับ 1,279 ล้านบาท (-48% QoQ และ -15% YoY) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเตรียมซื้อกิจการ กำไรปกติลดลง 52% QoQ และ 20% YoY เป็น 1,150 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาด 15% เนื่องจากภาษีจ่ายสูงกว่าคาดจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ลดลง กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ สินค้าเวชภัณฑ์&เทคนิค และบิ๊กซี ล้วนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้กำไรลดลง มีเพียงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทำกำไรเพิ่มขึ้นจากการขายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ทิชชู่ และเจลแอลกอฮอล์ ได้มากขึ้น แม้บิ๊กซีได้ผลบวกจากการตุนสินค้าของผู้บริโภค แต่ SSSG ยัง -5.3% เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง รวมทั้งมีการปิดพื้นที่ขายสินค้าไม่จำเป็นตั้งแต่ 22 มี.ค. ทำให้ยอดขายสินค้ากลุ่ม non-food ลง นอกจากนั้น การปิดพื้นที่เช่าบางส่วนก็ทำให้รายได้ค่าเช่าลดลง 7% YoY 

แนวโน้มผลประกอบการ
  คาดกำไร 2Q63 จะต่ำสุดของปี เนื่องจากการล็อกดาวน์ ทำให้การอุปโภคบริโภคลดลง และบิ๊กซีมีการปิดพื้นที่ขายสินค้าไม่จำเป็นและพื้นที่เช่าบางส่วนเป็นเวลาตลอดเดือน เม.ย. ขณะที่ยอดขายบรรจุภัณฑ์คาดว่าจะลดลงจากลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมาเลเซียและเวียดนามที่ชะลอลงตามการบริโภคในช่วงล็อกดาวน์ อย่างไรก็ดี หากมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ คาดว่ายอดขายของ BJC โดยรวมจะค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้น อีกทั้งบิ๊กซีมีการขยายสาขามากขึ้น

คำแนะนำการลงทุน
  กำไรปกติ 1Q63 คิดเป็น 19% ของประมาณการกำไรปีนี้ เราคาดว่ากำไรจะเร่งตัวดีขึ้นใน 2H63 และยังคงประมาณการเดิมที่คาดว่ากำไรปีนี้เท่ากับ 6,416 ล้านบาท ลดลง 12% แต่จะฟื้นตัว 12% เป็น 7,188 ล้านบาทในปี 2564 หุ้นซื้อขายที่ PE 23.3 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับระดับ -1 SD ของ PE เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (DCF) 48 บาท

--------------------------------------

บล.ทิสโก้ : BJC แนะนำ“ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 56.00 บาท (DCF)
15/05/2563
BJC : แนวโน้มดีขึ้น แม้ว่าการดำเนินงานอ่อนแอ
BJC รายงานผลประกอบการ 1Q20 ที่ 1.28 พันล้านบาท ลดลง 14.9% YoY และ 48.3% QoQ ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดที่ 1.37 – 1.45 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษกำไรปกติจะอยู่ที่ 1.34 พันล้านบาท โดยยอดขายค่อนข้างคงที่ PSC โต 2.9% และ CSC โต 18% YoY ในขณะที่ธุรกิจ MSC คงที่ แม้ว่ายอดขายต่อสาขาจะลดลง 5.3% SSSg (จากการเพิ่มสาขาของ Mini Big C) โดยรวมแล้วอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง 40bps YoY หนุนโดยทุกภาคธุรกิจเว้น แต่ H&TSC ที่มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้น 140bps YoY แต่อย่างไรก็ตาม SG&A ต่อยอดขายลง 70bps YoY จากการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น
  แนวโน้มดีขึ้นจากผลประกอบการ 1Q20 จากอัตรากำไรของ PSC ที่เพิ่มขึ้น, ยอดขายของ CSC ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาเชิงรุกแม้ว่าค่าใช้จ่ายพิเศษและภาษีที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยลบ แต่ด้วยอัตรากำไรของ PSC ที่เพิ่มขึ้นเกิน 20% จากยอดขายขวด และกระป๋องที่เพิ่มขึ้น และยอดขายของ CSC ที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าควบคุมธุรกิจขนส่งของ BigC ทำให้รายได้และอัตรากำไรเพิ่มขึ้น การขยายสาขาของ Mini Big C ในเชิงรุกปีก่อน ทำให้ยอดขายคงที่ได้ในปีนี้ และหลังจากที่การบริโภคฟื้นตัวคาดว่าจะทำให้ยอดขาย และอัตรากำไรเพิ่มขึ้นตามได้ สุดท้ายแผนการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ทำให้อัตรากำไรดีขึ้น
  จากยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหารที่ลดลง ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q20F จะเป็นจุดต่ำสุดของปี แนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 56.00 บาท (DCF) จากผลประกอบการที่ฟื้นตัวใน 2H20F

 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ