ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น EKH
เข้าชม : 13

EKH กำไรสุทธิ 1Q63 ลดลง 61%QoQ และ 75%YoY แย่กว่าคาด แนวโน้ม Q2/63 งบจะแย่ที่สุดของปี

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 15 พฤษภาคม 2563  13:17 น.
EKH กำไร Q1/63 ที่ 11.25 ลบ. ลุยปรับกลยุทธ์รับมือผลกระทบโควิด-19
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 63 10:43 น.

 

EKH เผยไตรมาส 1/63 กำไรสุทธิลดลงเป็น 11.25 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 187.03 ล้านบาท จากผลกระทบโควิด-19 มั่นใจภาครัฐผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคฯ ประชาชนจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ประเมินสัญญาณต่าง ๆ เริ่มฟื้นตัวได้ปลายไตรมาส 2/63 พร้อมเดินหน้าปรับ-เพิ่มพื้นที่การให้บริการในศูนย์เฉพาะทางตามแผนอย่างเข้มข้น พลิกกลยุทธ์สู้วิกฤติ

  นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยว่า ภาพรวมของผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส1/2563 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563) บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 11.25 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมเท่ากับ 187.03 ล้านบาท

  การที่สถานการณ์การแพร่ระบาดหนักของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบทั่วโลก แต่ในส่วนของ EKH ยังคงดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้อย่างเข้มข้น ทั้งในส่วนของการปรับปรุงพื้นที่ และเพิ่มพื้นที่การให้บริการทางการแพทย์ในศูนย์เฉพาะทาง อาทิ ศูนย์กุมารเวช, ศูนย์ หู ตา คอ จมูก ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์กายภาพบำบัด เพื่อรองรับการเข้ามาใช้บริการของคนไข้ในอนาคต

  รวมทั้ง ยังได้ปรับกลยุทธ์ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเพิ่มบริการตรวจโรคจัดบริการฉีดวัคซีน ส่งตรงถึงบ้านแบบ Delivery ตามด้วยบริการปรึกษาแพทย์ผ่านโทรศัพท์ หรือ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ แบบ Drive Thru จอด ฉีด จ่าย ไม่ต้องลงจากรถ (ตั้งแต่วันนี้-30 มิ.ย.63) เพื่อชดเชยรายได้จากการให้บริการเดิมที่หายไป เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาคนไข้มีความกังวลต่อการเดินทางมาใช้บริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งเชื่อว่าจากการที่ภาครัฐผ่อนปรนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลง จะทำให้ประชาชนผ่อนคลายมากขึ้น และคาดว่าสัญญาณต่าง ๆ จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในปลายไตรมาส 2/2563

  “ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2563 ของบริษัทฯ ที่ประกาศออกมานั้น ถือว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ ส่วนแนวโน้มช่วงที่เหลือของปีนี้ ต้องประเมินสถานการณ์อีกที เพราะนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดหนักของไวรัสโควิด-19 ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวม แต่บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจตามแผนที่ได้วางไว้ ทั้งการปรับปรุงพื้นที่และเพิ่มพื้นที่การให้บริการทางการแพทย์ในศูนย์เฉพาะทางอย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันรายได้และกำไรให้เติบโต อีกทั้งยังได้ปรับกลยุทธ์ด้านบริการ เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ และเชื่อว่าสถานการณ์ต่าง ๆ จะเริ่มผ่อนคลายขึ้นในปลายไตรมาส2/2563 “นายแพทย์อำนาจ กล่าว

  บริษัทฯ ได้กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.00 น.ณ ห้องประชุมสาคร 1 ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลเอกชัย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าร่วมประชุม คือวันที่ 28 พฤษภาคม 2563

----------------------------------

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : EKH แนะนำ`ขาย` มูลค่าพื้นฐานที่ 4.90 บาท
COVID-19 ฉุดกำไร 1Q63 แย่กว่าคาด 

14/05/2563
      ► บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q63 ที่ 11 ล้านบาท ปรับลดลง 61%QoQ และ 75%YoY เหลือ ต่ำกว่าประมาณการของเราและตลาด (อิง Bloomberg Consensus) ที่ 35% และ 44% ตามลำดับ จากอัตรากำไรที่ต่ำกว่าคาด
  ► รายได้จากการให้บริการใน 1Q63 ที่ 183 ล้านบาท ปรับลดลง 18%QoQ และ 8%YoY หลักๆมาจากผลกระทบของการระบาดของ COVID-19 กระทบต่อธุรกิจศูนย์ให้บริการผู้มีบุตรยาก หรือ IVF ของบริษัทลูก EKI โดยลูกค้าจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลักเริ่มหายไปตั้งแต่ในเดือน ก.พ.ที่ประเทศจีนมีการปิดประเทศ (สัดส่วนรายได้จากลูกค้าจีนราว 12% ต่อรายได้รวม)
  ► ประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลง โดยมี EBITDA Margin อยู่ที่ 15.7% ลดลงจาก 1Q62 ที่ 32.5% และต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 20% จาก
1) ผลของรายได้ที่ลดลง
2) ผลของ Product mix สัดส่วนรายได้จากศูนย์เฉพาะทาง IVF ที่มีมาร์จิ้นสูงมีสัดส่วนลดลง รวมถึง
3) ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์กุมารเวช แห่งใหม่ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้น 14%YoY เป็น 47 ล้านบาท และ
4) ไตรมาสนี้จะมีการ mark to market บันทึกขาดทุน ของเงินลงทุนในตราสารหนี้ ราว 4 ล้านบาท จากปกติที่บันทึกเป็นกำไรราว 2 ล้านบาทต่อไตรมาส

Our Take :
  ► แนวโน้ม 2Q63 คาดเป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี นอกจากคนไข้จีนซึ่งเป็นลูกค้าหลักของศูนย์ IVF ที่หายไปเกือบหมด ทำให้คาดต้องแบกภาระขาดทุนจากบริษัทลูก EKI ราว 3 ล้านบาทต่อเดือน (EKH ถืออยู่ 66%) และพบว่าในเดือน เม.ย คนไข้ในประเทศก็ลดลงไปราว 30-40% จากมาตรการ lockdown ของรัฐบาล และคนไม่กล้าเดินทางมา รพ. เพราะกลัวติดเชื้อ ขณะที่บริษัทมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่เมื่อไตรมาสที่ผ่านมา ทำให้ประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลง เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะฟื้นตัวใน 2H63 ขณะที่
  ► ภาพรวมปี 2563 เราประมาณการกำไรที่ 133 ล้านบาท ปรับลดลง 17%YoY ขณะที่กำไร 1Q63 คิดเป็นเพียง 8% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งเราอยู่ระหว่างทบทวนปรับลดประมาณการหลังเข้าพบผู้บริหารในเร็วๆนี้
  ► คงคำแนะนำ "ขาย" ด้วย EKH เป็นหนึ่งใน รพ.ที่ถูกกระทบรุนแรง จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เบื้องต้นเราประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 4.90 บาท (อิงวิธี DCF ที่ส่วนลด WACC ที่ 10.2%) ซึ่งมี Downside risk ในการปรับลดประมาณการ


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ