ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น MAKRO
เข้าชม : 10

MAKRO เผย Q1/63 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.7% YoY หลังยอดขายยังเพิ่มขึ้น รับสาขาใหม่

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 15 พฤษภาคม 2563  13:24 น.
MAKRO เผย Q1/63 กำไรยังโต 10.7% รับสาขาใหม่ - กักตุนสินค้าช่วยหนุน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 63 8:46: น.

 

MAKRO เผย Q1/63 กำไร 1,680.86 ลบ. โต 10.7%  หลังยอดขายยังเพิ่มขึ้น รับสาขาใหม่ - การกักตุนสินค้าช่วงโควิด แต่กลุ่มฟู้ดเซอร์วิสสะดุด หลังผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมปิดกิจการ 

   นางเสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร สายงาน Group Shared Service บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เปิดเผยผลประกอบการงวด Q1/63 มีกำไร 1,680.86  ล้านบาท หรือ 0.35 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 10.7% จากงวดเดียวกันปี 2562 ที่มีกำไร 1,518.41 ล้านบาท หรือ 0.32 บาท/หุ้น  

     บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดขายรวม 55,159 ล้านบาท เติบโต 8.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลหลักจากการเปิดสาขาใหม่ทั้งในและต่างประเทศรวม 6 สาขาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจแม็คโครในประเทศ   เมื่อรวมกับรายได้ค่าบริการและรายได้อื่นรวมจำนวน 1,149 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 56,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  4,509 ล้านบาท หรือ  8.7% 

   สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบเชิงลบต่อยอดขายของบริษัทฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จากยอดขายที่ชะลอตัวลงในกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการที่มีความเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว  แต่ความวิตกกังวลของผู้บริโภคต่อมาตรการควบคุมของรัฐบาลและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำใหผู้บริโภคส่วนใหญ่ซื้อสินค้าล่วงหน้า (panic buying) โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารแห้งในช่วงเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งส่งผลในเชิงบวกต่อยอดขาย

   ด้านกลุ่มธุรกิจฟูด เซอร์วิส ได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรงจากโควิด-19 ซึ่งส่งผลในวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก สายการบิน โรงแรม และร้านอาหาร  ส่งผลให้ยอดขายของกลุ่มธุรกิจฟูดเซอร์วิส ลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

----------------------------

บล.เคจีไอ : MAKRO แนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 37.50 บาท
11/05/2563
ผลประกอบการ 1Q63: ต่ำเกินคาด

กำไรสุทธิของ MAKRO ใน 1Q63 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (+11%YoY แต่ -18% QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 13% และต่ำกว่า Bloomberg consensus 5% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าที่คาดไว้ โดยผลประกอบการ 1Q63 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา

lmpact
SSSG อยู่ระดับปานกลาง
  ยอดขายของ MAKRO ใน 1Q63 อยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท (+9%YoY, +1%QoQ) โดยอุปสงค์ที่อ่อนแอของกลุ่ม HORECA ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ถูกชดเชยด้วยผลบวกจากการกักตุนสินค้า และทำให้ SSSG ใน 1Q63 โต 7% (เทียบประมาณการของเรา 1Q63 ที่ 6.5% และสมมติฐานปี 2563 ที่ 1.5%) ทั้งนี้ จากข้อจำกัดเพื่อควบคุมการระบาดของ Covid-19 บริษัทไม่เปิดสาขาใหม่ในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนสาขารวมอยู่ที่ 140 สาขา (ประเทศไทย 134 สาขา และ ต่างประเทศอีก 6 สาขา)

อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น YoY เป็น 10.1%
  อัตรากำไรขั้นต้น 1Q63 อยู่ที่ 10.1% (+0.2ppts YoY, -1.0ppts QoQ) ต่ำกว่าประมาณการของเราที่ 10.6% (สมมติฐานปีนี้ของเราที่ 10.5%) จาก product mix (สินค้าประเภทที่ไม่ใช่อาหารซึ่งปกติจะมี margin สูงกว่าสินค้ากลุ่มอื่นคิดเป็นสัดส่วน 8% ของยอดขาย ต่ำกว่าระดับปกติที่ ~10%) และผลกระทบจาก Covid-19 ต่อธุรกิจ Food service ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7% YoY เป็น 4.4 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายที่ 8% จาก i) 6 สาขาใหม่ ii) ค่าใช้จ่ายด้านคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการขายผ่าน Omni-channel iii) ค่าใช้จ่ายจากการจัดตั้งและดำเนินธุรกิจในระยะเริ่มต้นในจีนและเมียนมา และ v) ค่าใช้จ่ายพิเศษสำหรับการบริหารจัดการให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ในช่วง Covid-19

การดำเนินการหลังผ่อนคลายมาตรการ lockdown ยังมีความท้าทาย
  ถึงแม้ว่าร้านค้าที่ขายสินค้าจำเป็นจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ lockdown ประเทศในวงจำกัด แต่ผลประกอบการของ MAKRO ก็ยังจะถูกกระทบบางส่วนจาก i) อุปสงค์ที่อ่อนแอจากกลุ่ม HORECA (~30% ของรายได้ของ MAKRO) ตามภาวการณ์ท่องเที่ยวที่อ่อนแอ และ ii) ยอดการจับจ่ายใช้สอยในภาคครัวเรือนลดลงเนื่องจากมีคนตกงานมากขึ้น เรามองว่าการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีน้ำหนักอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการหลังการผ่อนคลายมาตรการ lockdown

Valuation & Action
  เรายังคงคำแนะนำถือ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF สิ้นปี 2563 ที่ 37.50 บาท โดยใช้ WACC ที่ 8.2% R(f) ที่ 3.1% และ LT-growth ที่ 2.0%

Risks
  เศรษฐกิจชะลอตัวลง ราคาสินค้าเกษตรลดลง ขยายสาขาได้ช้ากว่าแผน วัฒนธรรมการบริโภค ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการใน

-------------------------------------

บล.โนมูระ พัฒนสิน : MAKRO แนะนำ`ทยอยขาย` TP ที่ 35.0 บาท
11/05/2563
MAKRO (NEUTRAL, TP 35.0) กำไรสุทธิ 1Q20 เป็น 1,681ลบ.โต+11%y-yใกล้เคียง
กำไรสุทธิ 1Q20 ออกมาที่ 1,681 ลบ. (+11%y-y แต่ -18%q-q)
ใกล้เคียงกับเราคาด โดย y-y โตจากกระแสการกักตุนสินค้าก่อนการประกาศ lockdown ผลักดันยอดขายสาขาเก่ายังโตต่อในอัตราเร่ง +7% จาก +6.2% ใน 4Q19 ส่วน q-q กำไรลงเพราะเริ่มเห็นผลกระทบจาก COVID-19 การใช้บริการของลูกค้า HoReCa ก็เริ่มลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัว q-q ทั้งนี้ เราประเมินกำไรผ่าน Peak ไปแล้ว โดยคาดกำไรไตรมาสที่เหลือจะค่อยๆโตแผ่วลงตามทิศทาง SSSG ที่จะไม่เด่นเท่า 1Q20 และจะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาแรกในเมียนมาร์และสาขาอื่นในต่างประเทศมากขึ้นใน 2H20F ดังนั้น เราจึงคงคาดกำไรสุทธิปี 20F อ่อนตัว -2%y-y ในขณะที่ราคาหุ้นก็ไม่มี upside gain เหลือแล้ว จึงคงคำแนะนำ "ทยอยขาย"

----------------------------------

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี : MAKRO แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 43.00 บาท
12/05/2563
MAKRO รายงานผลประกอบการแข็งแกร่งตามคาดใน 1Q20 โดยมี SSSG เป็นบวก, GPM เพิ่มขึ้นและอัตราส่วน SG&A ต่อรายได้ลดลง
  เราเชื่อว่าราคาหุ้นน่าจะรับรู้แนวโน้มที่ผลประกอบการจะอ่อนตัวใน 2Q20 เพราะ P/E ในปัจจุบันเท่ากับ -1SD ของค่าเฉลี่ยห้าปี
  ยังแนะนำ “ซื้อ” MAKRO แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 43 บาท

--------------------------------

บล.ทิสโก้ : MAKRO แนะนำ`ถือ` มูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท (DCF)

12/05/2563
MAKRO : อัตรากำไรต่ำกว่าคาดและแนวโน้มท้าทาย

 

MAKRO รายงานผลประกอบการ 1.68 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% YoY แต่ลดลง 18.4% QoQ โดยผลประกอบการต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดที่ 1.78 และ 1.79 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยมีประเด็นสำคัญคือ
    • ยอดขายเพิ่มขึ้น 8.8% YoY เป็น 5.6 หมื่นล้านบาทใน 1Q20 หนุนโดย SSSg ที่เพิ่มขึ้น 7% โดยการดำเนินงานหนุนโดยยอดขายอาหารสดที่เพิ่มขึ้น 10% YoY และคิดเป็นสัดส่วน 38.5% ของยอดขายรวม และมีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น 6 สาขาในปีก่อน และพัฒนาระบบการค้าออนไลน์
    • อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 20bps YoY เป็น 10.1% ในช่วง 1Q20 ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดที่ +60bps แต่เพิ่มขึ้นจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยที่ SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 20bps YoY เป็น 8% แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นและเปิดสาขาเพิ่มจากปีก่อนก็ตาม
    • ผลประกอบการ 1Q20 ของ MAKRO ไม่ได้มีการเปิดสาขาใหม่ ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสมีสาขาทั้งสิ้น 134 สาขาในไทย (Makro 79 สาขา, Makro Food Service 28 สาขา, Eco Plus 15 สาขา, Makro Food Shop 5 และ Siam Frozen 7 สาขา) และมี 6 สาขาในต่างประเทศ

  การตุนอาหารจะเริ่มหมดผลใน 2Q20F และทำให้ SSSg กลับมาหดตัวได้อีก ทั้งการดำเนินงานในต่างประเทศยังถูกกดดัน
  สำหรับผลประกอบการ 2Q20F เราคาดว่า SSSg จะอ่อนแอลง QoQ เนื่องจากยอดขายของ non-food ที่ลดลง ประกอบกับผลของการกักตุนสินค้าที่หายไปหลังภาครัฐเริ่มผ่อนคลายการปิดเมือง ทำให้เราคาดว่า SSSg จะอ่อนแอลงหลังจากที่เติบโตในไตรมาสก่อน และทำให้เป็นช่วงที่ผลประกอบการต่ำสุดของปี และด้วยการระบาดของโรคในต่างประเทศ ทำให้เรามองว่าการขยายสาขาจะชะลอตัวลง และทำให้เราแนะนำเพียง "ถือ" โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 35.00 บาท (DCF)

 

 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ