ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น RBF
เข้าชม : 8

RBF งบ Q1/63 กำไรสุทธิไม่รวมกำไรพิเศษ เติบโต +54% Q-Q, +77% Y-Y

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 21 พฤษภาคม 2563  10:31 น.
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : RBF แนะนำซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.30 บาท
18/05/2563
หุ้นเด่นวันนี้ : RBF
• แนะนำซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.30 บาท
  • กำไรดีกว่าคาดมากโดยอยู่ที่ 147 ลบ. ถ้าหักรายการพิเศษ กำไรปกติเป็น 154 ลบ. +54% Q-Q, +77% Y-Y แม้ธุรกิจโรงแรมจะถูกกระทบจาก COVID-19 แต่ชดเชยได้จากธุรกิจหลักคือวัตถุแต่งสีแต่งกลิ่นและกลุ่มแป้งและซอสที่เติบโตดีมาก ขณะที่อัตรากำไรดีขึ้นจากการคุมต้นทุนและรายจ่าย และปรับ product mix
  • แนวโน้มกำไร 2Q20 ชะลอ Q-Q เพราะ lockdown แต่บริษัทเน้นคุมค่าใช้จ่ายเข้มข้น ล่าสุดรง.ที่อินโดนีเซียเริ่มผลิตแล้ว เราปรับกำไรปีนี้ขึ้น 16% เป็น 505 ลบ. +32% Y-Y ปัจจุบันมี PE 19 เท่า PEG เพียง 0.6 และ EV/EBITDA ต่ำเพียง 10 เท่า

-----------------------------

RBF โค้งแรกโตแบบไม่คาดคิด แต่จะมีเซอร์ไพรซ์อีกหรือไม่?
18/05/2563
RBF เป็นหุ้นที่เหมือน"ม้าพยศ" เพราะในช่วงต้นปี ผู้บริหารยังกลัวว่าโควิด-19 จะทำให้ผลงานต่ำกว่าเป้า ต่อมากลับมองว่าจะกระทบธุรกิจไม่มาก แต่เมื่องบออกมากลับโตมากกว่าที่คาดกันไว้เสียอีก ดังนั้นการพยากรณ์ผลประกอบการของหุ้นที่สุดจะคาดเดาได้เช่นนี้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องยาก จึงควรศึกษาแนวโน้มในอนาคตกันไว้ให้ดี!
*** ราคาฟื้นเร็วมาก หลังดิ่งแรงในช่วงก่อนประกาศงบ


ราคาหุ้นของ บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ฟื้นตัวขึ้นมาแรงมากในวันนี้ แตะระดับสูงสุดรอบเช้าที่ 5.30 บาท และปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 5.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.26 บาท หรือ +5.3% จากวันทำการก่อนหน้าที่ดิ่งแรงจาก 5.25 บาท ลงไปแตะ 4.84 บาท


การที่ราคาหุ้นฟื้นแรงเช่นนี้ ก็เพราะงบ RBF ออกมาเซอร์ไพร์สตลาดนั่นเอง โดยไตรมาส 1/63 ทำกำไรสุทธิไปได้ถึง 154 ล้านบาท โต +54% QoQ และ +77% YoY สาเหตุหลักๆก็คือ สินค้าประเภทวัตถุแต่งสีแต่งกลิ่น(+28.1% YoY) รวมถึงกลุ่มแป้งและซอส(10.8% YoY)ที่เติบโตได้ดีมาก เพราะลูกค้าเร่งสั่งซื้อเพื่อป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดแคลน ทำให้กำไรขั้นต้น(GPM)ปรับตัวดีขึ้นมาเป็น 43.2% จาก 37.2% ในช่วงเดียวกันปีก่อน


*** ไตรมาส 2/63 อาจโดนกระทบจากการส่งออก แต่ยังโตต่อ YoY


จากมุมมองของบล.ฟินันเซีย ไซรัส เชื่อว่า ไตรมาสที่ 2/63 แนวโน้มกำไรจะออกมาอ่อนตัว QoQ เพราะมองว่าผลกระทบของโควิด-19 จะเริ่มมากขึ้น ส่วนแรกคือลูกค้ากลุ่ม Food Service และการขนส่งที่ล่าช้าขึ้นโดยเฉพาะการส่งออก จากมาตรการ Lockdown ในเดือนเม.ย. - พ.ค. ขณะที่ธุรกิจโรงแรมสองแห่ง จะขาดทุนมากขึ้นเพราะไม่ได้เปิดบริการทั้งสองแห่ง 


แต่อย่างไรก็ดีจะเติบโตสูงมากแบบ YoY เพราะฐานที่ต่ำในปีก่อน และมีแผนลดต้นทุนค่าใช้จ่ายลง คาดมีค่าใช้จ่ายคงที่ ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อเดือน ก่อรไปสู่การฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง เพราะโรงงานในอินโดนีเซียเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการผลิตแล้ว ส่วนเวียดนามจะต้องรอให้โควิด-19 คลี่คลายก่อน


*** นักวิเคราะห์เล็งปรับประมาณการ แต่รอดูความชัดเจนว่าธุรกิจแค่"ฟลุ๊ค"หรือไม่?


สิ่งที่ต้องยอมรับสำหรับ RBF ก็คือราคาหุ้นมักจะซื้อขายกันแบบที่ไม่มีอัพไซด์จากราคาเหมาะสมตลอด แต่หลังจากที่ผลประกอบการออกมาเกินคาดจึงทำให้นักวิเคราะห์ต้องยอมปรับประมาณขึ้นอีก


บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับเพิ่มกำไรปกติปีนี้อีก 16% เป็น 505 ล้านบาท คิดเป็นเติบโต +32% YoY พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายปีนี้เพิ่มเป็น 6.3 บาท(เดิม 5.5 บาท) แนะนำ ซื้อลงทุน


บล.เคทีบี ระบุมีโอกาสที่จะปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้น เพราะไตรมาสแรกทำไปได้ถึง 40% ของประมาณการทั้งปีแล้ว แต่อาจต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้บริหารก่อนในประเด็นการเติบโตระยะยาว ทั้งรายได้ อัตรากำไร และธุรกิจโรงแรม


*** ผู้บริหารเริ่มมั่นใจ! อาจได้เห็นการปรับประมาณการขึ้นอีก


จากการสำรวจนักวิเคราะห์หลายรายยอมรับว่า RBF ทำกำไรออกมาได้ดีกว่าคาดมาก ยกตัวอย่างเช่น บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคทีบี ที่ยอมรับว่าผลประกอบการออกมาดีกว่าที่คาดไว้ถึง 47% แต่ยังกังวลว่าธุรกิจที่เติบโตเป็นเพราะ "โชคช่วย" หรือเปล่า?


เรื่องนี้ไม่แปลกนัก ... เพราะผู้บริหารไม่ได้วางแผนรับมือกับโควิด-19 มาก่อน โดยในช่วงเดือนก.พ.63 ผู้บริหารยังออกมาเปิดเผยว่า อาจจะต้องปรับลดเป้ารายได้ในปีนี้ลงจากโต 10 - 12% เพราะกังวลว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 อยู่เลย ต่อมาในเดือนมี.ค.63 ผู้บริหารออกมาเปิดเผยว่าโควิด-19 ไม่ได้กระทบกับธุรกิจของ RBF มากอย่างที่กังวลจึงคาดว่าจะทำรายได้โต 10 - 12% ได้ตามเป้าหมาย


แต่ล่าสุดเดือนพ.ค.นี้ผู้บริหารกลับเปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอานิสงส์จากภาวะการขาดโปรตีนของโลก เพราะโควิด-19 ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่ในต่างประเทศต้องปิดโรงงานไป ทำให้คำสั่งซื้อจำนวนมากเข้ามาในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นลูกค้าของ RBF


ดังนั้นจากข้อมูลนี้อาจทำให้ผลประกอบการของ RBF ดีกว่าคาดได้อีกในไตรมาสถัดๆไปของปีนี้


หลังจากนักวิเคราะห์เข้าประชุมกับผู้บริหารที่มั่นใจเต็มเปี่ยมในขณะนี้ ย่อมมีบางส่วนหันมาปรับประมาณการขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่จุดตัดสินจริงๆ ที่แม้แต่ผู้บริหารก็อาจตอบไม่ได้ก็คือ ภาวะโปรตีนขาดในตลาดโลกจนคำสั่งซื้อเข้ามาในไทยจำนวนมาก เป็นแค่ปัจจัยชั่วคราว หรือจะทำให้ไทยผงาดเป็นผู้ส่งออกในด้านนี้จริงกันแน่? ซึ่งหากเป็นอย่างหลัง ราคาหุ้นอาจปรับตัวขึ้นไปได้อีกในอนาคต!

--------------------------


บล.ทิสโก้ : RBF แนะนำ“ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 6.60 บาท
20/05/2563
RBF : แนวโน้มน่าสนใจ

ธุรกิจอาหารน่าสนใจ แนวโน้มดี
  ผลประกอบการ 1Q20 ที่ดีกว่าคาด และดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มของลูกค้าอุตสาหกรรมและการส่งออก ธุรกิจเครื่องปรุงรสที่มีการเติบโตดีใน 1Q20 และยังเติบโตได้อีกจากอัตราการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 80% และมีอัพไซด์จากโรงงานที่อินโดนีเซียจะเพิ่มอัตราการผลิตเป็น 70 – 80% จากเดิมที่ 50 – 60% เนื่องจากพันธมิตรใหม่ SAN-EI-GEN F.F.I,INC ที่เข้ามาใน 3Q20F ทำให้เราปรับประมาณการ และมูลค่าที่เหมาะสมของ RBF ขึ้นเป็น 6.60 บาท แนะนำ “ซื้อ”

อัตรากำไรคงเดิม และผลกระทบจากโรงแรมลดลงใน 2Q20F
  อัตรากำไรในช่วง 1Q20 อยู่ที่ 43.2% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 36.3 – 38.1% หนุนจาก 1) สัดส่วนของเครื่องปรุงกลิ่นและสีที่เพิ่มขึ้นเป็น 40% จากเดิม 35% และ 2) ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงจากการปรับแผนการซื้อวัตถุดิบ ทำให้อัตรากำไรของส่วนนี้เพิ่มขึ้นจาก 14 – 15% เป็น 20% และคาดว่าอัตรากำไรจะดีต่อเนื่องใน 2Q20F ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมการดำเนินงานไม่แย่เหมือนที่คิดจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐฯ และแผนในการลดต้นทุนของบริษัท

เราปรับผลประกอบการขึ้น 16 – 17% สำหรับปี 2020 – 21F
  ด้วยอัตรากำไรที่ดีกว่าคาดทำให้เราปรับอัตรากำไรขึ้น 310 – 360bps จาก 38 – 38.4 เป็น 41.6 – 41.5% สำหรับปี 2020 – 2021F เพื่อสะท้อนผลของสัดส่วนผลิตภัณฑ์ และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มแป้งและซอส แต่เราปรับลดรายได้ปี 2020F ลง 2.1% เพื่อสะท้อนผลของ COVID-19 และฝุ่นควันเชียงใหม่ รวมการดำเนินงานจากเวียดนามที่ล่าช้า แต่เรายังคงคาดว่าผลประกอบการจะเพิ่มขึ้น 42% และ 13% เป็น 500 ล้านบาท และ 563 ล้านบาท สำหรับปี 2020 -21F ตามลำดับ

  เราแนะนำให้ “ซื้อ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 6.60 บาท อิง PER ที่ 26.3 เท่าสำหรับปี 2020F โดยมีความเสี่ยงคือ 1) การปิด lockdown 2) กำแพงการค้า 3) การขยายกิจการที่ล่าช้า

---------------------------------


 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ