ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น BAFS
เข้าชม : 9

BAFS กำไร Q1/63 ที่ 154 ลบ.ลดลง 55% ยอดเติมน้ำมันอากาศยานลดลง คาด Q2/63 เลวร้ายที่สุด

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 21 พฤษภาคม 2563  11:54 น.
BAFS กำไร Q1/63 ที่ 154 ลบ.ลดลง 55% ยอดเติมน้ำมันอากาศยานลดลง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 พ.ค. 63 8:45: น.

 

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/63 มีกำไรสุทธิ 154.5 ล้านบาท ลดลง 55.59% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 347.92 ล้านบาท หลังปริมาณน้ำมันขนส่งผ่านท่อลดลง ตามจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองลดลง จากโควิด-19 ทำรายได้ลดลง

  จากมาตรการห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง ในไตรมาส 1/2563 มีจำนวนรวม 19.6 ล้านคน ลดลงร้อยละ 31.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันอากาศยาน มีอัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 17.3 โดยมีจำนวน 1,333 ล้านลิตร และจำนวนเที่ยวบินที่บริษัทให้บริการเติมน้ำมัน ลดลงร้อยละ 18.8 หรือมีจานวนรวมทั้งสิ้น 64,613 เที่ยวบิน  ปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ที่ขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันของ บริษัท ขนส่งน้ามันทางท่อ จำกัด (FPT) มีอัตราการเติบโตลดลงที่ร้อยละ 16.5 โดยมีปริมาณน้ำมันขนส่งน้ำมันผ่านท่อรวมจำนวน 960 ล้านลิตร

  สถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อกลุ่มบริษัทในส่วนรายได้จากการให้บริการโดยรายได้รวมของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 1/2563 มีจานวนรวมทั้งสิ้น 867.3 ล้านบาท ลดลง 158.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.4 เมื่อเทียบกับรายได้รวมในไตรมาส 1/2562 ที่ 1,025.4 ล้านบาท โดยมีรายได้ค่าบริการจานวน 859.1 ล้านบาท ลดลง 140.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.0 สอดคล้องกับอัตราการเติบโตที่ลดลงของปริมาณน้านรวมที่กลุ่มบริษัทให้บริการ

  ในไตรมาส 1/2563 กลุ่มบริษัทมีต้นทุนบริการ 424.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.5 เป็นการเพิ่มขึ้นของ 1) ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจาหน่ายของ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง รถเติมน้ำมัน และค่าเสื่อมราคาของโครงการขยายท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคเหนือของ FPT 2) ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา และ 3) ค่าแรงงานทางตรงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ร้อยละ 50.6 ลดลงจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 61.2

  นอกจากนี้มีค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวม 72.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 122.9 เนื่องจากในปีนี้มีการรับรู้ดอกเบี้ยที่เกิดจากเงินกู้ของโครงการ NFPT ระยะที่หนึ่ง (บางปะอิน-พิจิตร) ที่เปิดดาเนินการแล้ว และดอกเบี้ยหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2563


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ