ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น PLANB
เข้าชม : 10

PLANB คว้าสิทธิบริหารป้ายโฆษณาของกทม. อายุ 10 ปี รายได้ 300 ลบ./ปี คิดเป็นสัดส่วนที่เล็กน้อย คาดกำไร 1Q20 -55% Q-Q, -35% Y-Y

โพสต์เมื่อ: วันศุกร์ 22 พฤษภาคม 2563  12:55 น.
PLANB คว้าสิทธิบริหารป้ายโฆษณาของกทม. จำนวน 1,170 ป้าย อายุ 10 ปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 เม.ย. 63 13:33 น.

บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัทฯ ได้มีการลงนามร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการบริหารจัดการสิทธิใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,170 ป้าย พร้อมปรับปรุงดูแลบำรุงรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ กลุ่ม D จานวน 691 หลัง เป็นเวลาสัญญาทั้งหมด 10 ปี ทั้งนี้ บริษัทฯ จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรับสิทธิใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ฯ ตามที่สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานครกำหนดต่อไป

--------------------------------

PLANB คาด Smart Bus Shelter หนุนรายได้กว่า 300 ลบ./ปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 63 9:00: น.

PLANB ชนะประมูล ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ Smart bus shelter - สิทธิ์บำรุงรักษาศาลาที่พักผดส. 691 จุด  และโฆษณาป้ายกล่องไฟ กว่า 1,170 จุด ด้วยงบลงทุนกว่า 400 ลบ. คาดเพิ่มรายได่กว่า 300 ลบ./ปี  ตลอดสัญญากว่า 10 ปี

   นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการของบริษัทฯ ได้อนุมัติการลงนามร่วมกับ สำนักงานการจราจรกรมขนส่งกรุงเทพฯ เพื่อลงทุนในการสร้างป้ายรถโดยสารประจำทางอัจริยะ และป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์จำนวน 1,170 ป้าย พร้อมลงทุนปรับปรุงศาลาตามแนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพการดำเนินชีวิตของผู้คนหลายล้านคน ประกอบด้วย

   1) ติดตั้ง WIFI เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารที่มานั่งรอ

   2) ปรับโฉมศาลารูปแบบใหม่ที่มีจอแสดงเวลาการมาถึงของรถประจำทาง เพื่อแสดงผลพิกัดของรถบริการสาธารณะ

   3) เพิ่มระบบความปลอดภัยด้วยกล้องวงจรปิด CCTV เพื่อเป็นส่วนหนึ่งการสร้างสาธารณะประโยชน์

   กว่า 15 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสื่อภายนอกที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยการมุ่งเน้นขยายช่องทางที่หลายหลาย ครบวงจร และครอบคลุมในทุกเวลาของการใช้ชีวิตประจำวัน โดยโครงการนี้จะทำให้แพลนบีมีเครือข่ายสื่อที่แข็งแรงขึ้นในกรุงเทพฯ และเพิ่มโอกาสในการเพิ่มรายได้ปีละไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาสัญญากว่า 10 ปี

   บริษัทฯ เชื่อว่าอุตสาหกรรมโฆษณาในประเทศไทยจะกลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหลังผ่านวิกฤต COVID-19 โดยจะเกิดความสมดุลระหว่างสัดส่วนเม็ดเงินของ 3 สื่อหลักมากขึ้น กล่าวคือทีวี ออนไลน์ และสื่อนอกบ้าน จากเดิมที่ปัจจุบันทีวีครองงบโฆษณาสูงสุด มีสัดส่วนกว่า 50% โดยในปัจจุบันแพลนบีมีเครือข่ายทางสื่อนอกบ้านที่แข็งแรงที่สุด ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ

   เพื่อต่อยอดการเติบโตอย่างมั่นคง บริษัทฯ เห็นว่าการทำการตลาดในอนาคตควรมีการพัฒนาคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ผ่านการเพิ่มช่องทางการตลาดแบบมีส่วนร่วมผ่าน กีฬา Artist Management และเกมออนไลน์ และช่วยให้เจ้าของสินค้าสามารถสื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางทั้ง online และ offline รวมถึงสื่อนอกบ้านแบบครบวงจรของบริษัทฯ

   โดยในปีนี้นอกเหนือจากโครงการ Smart Bus Shelter เราก็จะมีการเร่งติดตั้งสื่อในร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven อีก 1,500 สาขา เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในจุดที่เป็น point of sale และร่วมพัฒนาการวัดผล (Measurement) เพื่อเพิ่มมูลค่าของสื่อที่มีด้วยการร่ามกับบริษัท Telco ทำการวิจัยเชิงลึกจาก Cellular Data มาวัดประสิทธิภาพการเข้าถึงของสื่อและต่อยอดพัฒนาระบบการวางแผนสื่อในการเชื่อมต่อพฤติกรรมผู้บริโภคระหว่าง Online และ Offline (O2O) เข้าด้วยกัน

    แม้การระบาดของ Covid-19 จะกระทบต่อธุรกิจคอนเทนต์ในระยะสั้น โดยทำให้ โอลิมปิคโตเกียว 2020 การแข่งขันฟุตบอล Thai League และทีมชาติ และการเลือกตั้ง BNK48 ถูกเลื่อนออกไป แต่บริษัทฯ ยังได้รับความมั่นใจจากคู่ค้าด้วยการร่วมมือสนับสนุนทุกรายการต่อเนื่องและมุ่งเน้นในการบริหารสิทธิการทำการตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่น

   1) สร้างกระแสการแข่งขันโอลิมปิคและพัฒนาคอนเท้นท์ได้ยาวขึ้นไปจนถึงปี 2021 และต่อด้วย Asian Game 2022 เพื่อสนับสนุนทัพนักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง

   2) ปรับปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ Thai League ให้ตรงตามฤดูกาลแข่งขันแบบยุโรปเพื่อเลี่ยงการแข่งขันในหน้าฝนเพื่อคุณภาพการแข่งขันที่ดีขึ้นและเพิ่มปริมาณคนดูในสนาม

   3) เร่งการสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์ผ่าน Content Partner ใหม่เช่น The Ska และไอดอลเกาหลีวง iKON ค่าย YG Entertainment ที่เพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคกับกลุ่มเป้าหมายที่กว้างและตรงจุดมากขึ้น โดยในอาทิตย์ที่ผ่านธุรกิจ Artist Management ของบริษัทได้มีการจัดการเลือกตั้ง BNK48 General Election ของปี 2020 ที่ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีซึ่งตอกย้ำความเหนียวแน่นและความรักของแฟนคลับที่มีให้สมาชิกผ่านการลงคะแนนกว่า 170 ล้านบาท มียอด concurrent view ถ่ายทอดสดกว่า 2 แสน view 

   สำหรับธุรกิจ E-sport และเกมส์ออนไลน์ บริษัทฯ ได้ขยายการแข่งขัน E-league ที่รับสมัครผู้เล่นจากทั่วประเทศและต่อยอดการจัดการแข่งขัน Thai E-League Pro ผ่านเกมส์ PES2020 ผ่านการร่วมมือกับบริษัทเกมชั้นนำอย่าง Konami นอกจากนี้ยังได้เปิดให้บริการเกม Samkok Moe ซึ่งมียอดดาวห์โหลดกว่า 2 แสนครั้ง พร้อมสร้างรายได้กว่า 4 ล้านบาทหลังจากเปิดตัวเพียงแค่ 4 อาทิตย์

   แม้การระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโฆษณาทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บริษัทฯ ยังคงเลือกลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาวและใช้เวลานี้พัฒนาบุคลากรของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มมาตราฐานการให้บริการที่ดีต่อคู่ค้า ด้วยสถานะการเงินที่แข็งแรง บริษัทฯ มีความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในสถานการณ์ปัจจุบันและมั่นใจว่าจะฟื้นตัวกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงทันทีที่สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ

-------------------------------

PLANB บวก 2.65% โบรกฯมองรับข่าวบริหารโฆษณาป้ายรถเมล์ กทม.ไปมากแล้ว
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 63 10:20 น.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB บวกต่อ 2.65% มาที่ 4.64 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท เมื่อเวลา 10.12 น.มูลค่าการซื้อขาย 127.37 ล้านบาท

  บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ PLANB ทำสัญญาบริหารจัดการสื่อป้ายรถเมล์ของ กทม. 1,170 ป้าย สัมปทาน 10 ปี เราคาดโครงการนี้มี net margin 15% หรือคิดเป็นกำไรราว 15 ลบ./ปี หรือประมาณ 3% ของกำไรทั้งปี แต่ราคาหุ้นวานนี้ +5% สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้วจนใกล้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 4.60 บาท แนะซื้ออ่อนตัว

------------------------------

บล.ทิสโก้ : PLANB แนะนำ“ถือ” ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 4.60 บาท
24/04/2563
เข้าบริหารสื่อโฆษณาป้ายรถเมล์ คิดเป็นสัดส่วนกำไรยังเล็กน้อย

 

ภาพรวมเม็ดเงินสื่อโฆษณาปีนี้ไม่สดใสจากผลกระทบ COVID-19
  เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” จากราคาหุ้นปัจจุบันได้ปรับขึ้นแรง +70% ภายใน 1 เดือน และสะท้อนผลประกอบการที่ได้รับผลกระทบ COVID-19 ปีนี้แล้ว ประเด็น 1) บริษัทได้สัมปทานบริหารสื่อโฆษณาป้ายรถโดยสารประจำทาง แต่คิดเป็นสัดส่วนกำไรยังเล็กน้อย 2) คาดกำไรสุทธิ 1Q20F ลดลงและคาดกำไรสุทธิปีนี้ลดลง 41% จากผลกระทบ COVID-19 ส่งผลภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้ถดถอยกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณาปีนี้ เราคาดกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นในปีหน้าหลังจากสถานการณ์ COVID-19 เริ่มดีขึ้น

PLANB ประกาศได้บริหารจัดการสื่อโฆษณาป้ายรถโดยสารประจำทาง
  บริษัทประกาศได้สิทธิสัมปทานในการทำสื่อโฆษณาป้ายที่พักผู้โดยสารรถประจำทางของสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,170 ป้าย อายุสัมปทาน 10 ปี มูลค่าสัมปทาน 300 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เต็มกำลังการผลิตที่ 300 ล้านบาท/ปี และคาดอัตราการใช้สื่อ 65-70% บริษัทวางงบลงทุนในการปรับปรุงป้ายและติดตั้งประมาณ 300 ล้านบาท คาดจะเริ่มดำเนินงานได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ในมุมมองของเรามองเป็นปัจจัยบวกในระยะยาวในแง่ของการขายสื่อโฆษณาสื่อนอกบ้านที่มีหลากหลายเพิ่มขึ้น เราได้รวมโในประมาณการของเราคาดรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังนี้ประมาณ 100 ล้านบาท และปีหน้า 225 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 20 ล้านบาท และ 45 ล้านบาท ตามลำดับ มีผลต่อราคาเป้าหมายเราเพิ่มขึ้น 0.10 บาท

ปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดผลประกอบการปีนี้ลดลง 45%YoY
  เราคาด PLANB จะมีกำไรสุทธิปี 1Q20F ที่ 95 ล้านบาท (-38%YoY, -57%QoQ) จากการคาดรายได้ลดลงคาด 1Q20F อยู่ที่ 1100 ล้านบาท (-8%YoY, -19%QoQ) โดยคาดอัตราการใช้สื่อโฆษณาลดลงอยู่ที่ 60% จากช่วง low season และรายได้ธุรกิจบริหารสื่อลิขสิทธิเพลง iAM และกลุ่มกีฬาซึ่งมีการเลื่อนอีเว้นท์และการแข่งขันออกไปในช่วงเดือนมี.ค. แนวโน้มใน 2Q20F จะได้รับผลกระทบ COVID-19 ชัดเจน เราคาดอัตราใช้สื่อจะลดลงเหลือ 30-40% เราปรับประมาณการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสะท้อนรายได้จากสื่อรถโดยสารประจำทาง คาดผลกำไรสุทธิปี 2020F ลดลง 45% จากผลกระทบ COVID-19 ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ถดถอยกระทบถึงภาพรวมสื่อโฆษณาที่ลดลง เราคาดจะมีอัตราการใช้สื่อโฆษณาลดลง PLANB ในปีนี้ประมาณ 50% ด้านธุรกิจการบริหารจัดการกีฬาและดนตรีคาดจะเลื่อนออกไปจนกว่าสถานการณ์ COVID-19 จะค่อยๆ ดีขึ้นในปีหน้า

เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 4.60 บาท
  เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” จากราคาหุ้นปัจจุบันเท่ากับมูลค่าพื้นฐานของเราแล้ว ประกอบกับในปีนี้คาดสื่อโฆษณาได้รับผลกระทบหนักจากสถานการณ์ COVID-19 เราคาดการใช้จ่ายโฆษณาโดยรวมจะเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นได้ในปีหน้าหลังจากสถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น โดยเฉพาะ PLANB ที่มีเป็นพันธมิตรกับ VGI, MACO ทำให้ทั้งกลุ่มรวมกันเป็นผู้นำสื่อนอกบ้านมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 80% และจากการรลงทุนสื่อโฆษณาในสาขา 7-Eleven ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 4.60 บาท อ้างอิงวิธี DCF (WACC 8.4%) ราคาหุ้นปัจจุบันมี PER20F อยู่ที่ 40X เท่ากับค่าเฉลี่ย PLANB ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 40X บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมี D/E20F ที่ 0.6x ความเสี่ยง : เศรษฐกิจชะลอตัว

--------------------------------

บล.บัวหลวง : PLANB ราคาเป้าหมายในปี 2021 ที่ 6.70 บาท
24/04/2563
PLANB : การเข้าทำสัญญาบริหารป้ายและศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ
  • PLANB ประกาศได้สิทธ์ใช้ป้ายประชาสัมพันธ์ของ กทม. 1170 ปายและศาลารถประจำทางสาธารณะอัจฉริยะ 691 หลัง ระยะเวลา 10 ปี โดยใช้งบลงทุน 314 ล้านบาท และเพิ่ม Media capacity 300-400 ล้านบาทหรือ 5% ต่อปี โดยประเมิน Project IRR ที่ 34%
  • Fundamental : เรามองว่าประเด็นดังกล่าวจะเป็นบวกต่อบริษัทในระยะยาวในการบริหารสื่อนอกบ้านอย่างครบวงจร อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อกำไรในปี 2020 อาจจะไม่มากนัก เนื่องจากภาวะเม็ดเงินโฆษณาในปัจจุบันที่อ่อนแอ แม้ว่าราคาหุ้นในปัจจุบันจะฟื้นตัวขึ้นมาใกล้เคียงกับระดับราคาเป้าหมายปี 2020 ของเราแล้ว แต่หากมองข้ามปีนี้และมองระดับกำไรในปี 2021 ที่คาดจะฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติ อิง PER เฉลี่ยระยะยาวที่ 33 เท่า จะได้ราคาเป้าหมายในปีหน้าที่ 6.70 บาท

-------------------------------

บล.ฟินันเซีย ไซรัส : PLANB แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 4.70 บาท
24/04/2563
     PLANB เราคาดกำไร 1Q20 -55% Q-Q, -35% Y-Y เป็น 100 ลบ. เพราะ COVID-19 กระทบกำลังซื้อ เลื่อนจัดคอนเสิร์ต เลื่อนจัดแข่งฟุตบอลจากปลาย ก.พ. (คาดจัดใหม่ ก.ย.) แนวโน้ม 2Q20 ลดลงอีกและเป็นกำไรต่ำสุดของปีเพราะสื่อโฆษณาในร้าน 7-11 และการเป็น selling agent ให้ MACO เลื่อนไปครึ่งปีหลัง คาดกำไรทั้งปี -37% Y-Y เป็น 467 ลบ. และฟื้นเป็นปกติปีหน้า 889 ลบ. +90% Y-Y ปรับเป้าขึ้นเป็น 4.70 บาท (รวมสัมปทานสื่อป้ายรถเมล์) แนะนำถือ

-----------------------------

บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : PLANB แนะนำ`เก็งกำไร` มูลค่าพื้นฐาน 5.20 บาท
28/04/2563

      ► คาดกำไร 1Q63 ลดลง 54%QoQ และ 33%YoY ซึ่งเดือน มี.ค. เริ่มรับผลกระทบจาก COVID-19
  ► แนวโน้ม 2Q63 คาดเป็นไตรมาสที่แย่สุด รับผลกระทบเต็มไตรมาสจาก COVID-19 แต่คาดผลประกอบการจะเริ่มดีขึ้นในครึ่งปีหลัง
  ► เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 และ 2564 ลดลง 37% และ 19% ตามลำดับ จากผลกระทบ COVID-19

Our view :
  ► แม้แนวโน้มผลประกอบการใน ปี 2563 จะกระทบรุนแรงจาก COVID-19 แต่เรามองว่าตลาดรับรู้แล้วส่วนใหญ่ และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตเด่นในปีหน้า หลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
  ► เราคงแนะนำ "เก็งกำไร" เราปรับลดมูลค่าพื้นฐานจากเดิมที่ 6.50 เหลือ 5.20 บาท สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร

ปี 63 กระทบหนักจาก COVID-19...รอกลับมาปีหน้า
คาดกำไร 1Q63 ลดลง QoQ ,YoY
  เราคาดกำไรสุทธิใน 1Q63 ที่ 103 ล้านบาท ลดลง 54%QoQ และ 33%YoY แม้รายได้ในเดือน ม.ค.- ก.พ ยังเติบโตปกติในระดับ single digit แต่ในเดือน มี.ค. เริ่มรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะธุรกิจ Engagement ได้แก่ Sports Marketing Music Marketing และ E-Sport ซึ่งถูกเลื่อนการจัดงานแสดงออกไป สำหรับรายได้จากโฆษณา สื่อนอกบ้านและสื่อในสนามบิน ลูกค้ามีการตัดงบโฆษณา ขณะที่ส่วนของธุรกิจบริษัทร่วม iAM (BNK48 Office เดิม) ซึ่งบริษัทถือหุ้น 35% มีการเลื่อนงาน Handshake Event ที่เดิมจะจัดวันที่ 7-8 มี.ค.รวมถึงกิจกรรมการตลาดและงานแสดงออกไป ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการ ปรับลดลง 23%QoQ และ 12%YoY เหลือ 1,050 ล้านบาท ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลง จากผลของรายได้ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนบางส่วนมีการบันทึกไปแล้วแม้จะยกเลิกหรือเลื่อนการจัดงานออกไป ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับลดลง จาก 4Q62 และ 1Q62 ที่ 32.1% และ 34.8% เหลือ 27.6%

ปรับลดประมาณการ..จากผลกระทบ COVID-19
  แนวโน้ม 2Q63 คาดผลประกอบการชะลอตัว QoQ และ YoY และเป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี ด้วยกิจกรรมทางการตลาดเกือบทั้งหมดถูกยกเลิก และลูกค้ามีการยกเลิกโฆษณา หรือลดงบโฆษณาลงจากเดิม รวมถึงงานโอลิมปิค ซึ่งบริษัทได้สิทธิในการบริหารสื่อโฆษณา เดิมจะจัดในวันที่ 24 ก.ค. ถูกเลื่อนออกไปหนึ่งปี ทำให้รายได้จากการขายโฆษณาซึ่งเดิมจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาถูกเลื่อนออกไปด้วย อย่างไรก็ตามสถานการณ์ใน 2H63 คาดว่าจะเริ่มดีขึ้น ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มเพิ่มในอัตราที่ลดลง คาดว่ากิจกรรมการตลาดจะกลับมาจัดมากขึ้น รวมถึงลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบโฆษณา และล่าสุดบริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าได้รับงานใหม่ โครงการ "Smart Bus Shelter" จาก สำนักงานการจราจรกรมขนส่งกรุงเทพฯ ในการ 1) สร้างและใช้ป้ายรถโดยสารประจำทางอัจฉริยะและบริหารจัดการพื้นที่สื่อป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ 1,170 ป้าย 2) ปรับปรุงดูแลและรักษาศาลาที่พักผู้โดยสารรถประจำจำนวน 691 หลัง โดยมีระยะเวลาของสัญญา 10 ปี ช่วยเพิ่ม Media capacity ราว 300 ล้านบาท โดยเราประมาณการรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าวใน 2H63 และปี 2564 ที่ 90 ล้านบาท และ 150 ล้านบาท ตามลำดับ อย่างไรก็ตามด้วยผลกระทบจาก COVID-19 ที่รุนแรงกว่าที่เราคาดไว้ ทำให้เรามีการปรับลดประมาณการปี 2563 และปี 2564 ลงจากเดิม 37% และ 19% เหลือ 512 ล้านบาท (-31%YoY) และ 785 ล้านบาท (+53%YoY) ตามลำดับ จากการปรับลดสมมติฐาน รายได้ ลงจากเดิม 29% และ 9% ตามลำดับ (รายละเอียดในตารางที่ 2)

คงคำแนะนำ "เก็งกำไร" รับรู้ข่าวร้ายไปมากแล้ว
  แม้คาดว่าผลประกอบการในปีนี้จะปรับลดลง จากผลกระทบ COVID-19 แต่เรามองว่าตลาดรับรู้ไปแล้ว และคาดว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ PLANB เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากสุดจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมโฆษณา ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่สูงสุดในอุตสาหกรรมสื่อป้ายโฆษณา โดยเราประเมินกำไรปี 2564 จะกลับมาเติบโต 53%YoY เราปรับลดมูลค่าพื้นฐานจากเดิมที่ 6.50 เหลือ 5.20 บาท สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไร อิงวิธี DCF บนสมมติฐาน WACC ที่ 8.6%

 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ