ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น KBANK
เข้าชม : 26

กำไร Q2/63 ทรุดมากกว่าคาด KBANK หนักสุด เอเซียพลัส เตือน Q2 ต้องจับตาตัวเลข NPL

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 21 กรกฎาคม 2563  11:27 น.
ข่าวนี้ที่ 1 : กลุ่มแบงก์ตั้งการ์ดสูง ฉุดกำไร Q2/63 ทรุดมากกว่าคาด 
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ก.ค. 63 7:28: น.

 

กลุ่มแบงก์ทยอยประกาศงบ Q2/63 กำไรออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด เหตุตั้งสำรองสูงปรี๊ด รองรับเอ็นพีแอลส่อแววพุ่ง KBANK หนักสุดกำไรต่ำคาด 66%  ตามด้วย TISCO 14% และ TMB แม้กำไรโตแต่ยังต่ำกว่าคาด 6% ด้าน "เอเซียพลัส" เตือนโค้ง 2 จับตาหนี้เน่าและลูกหนี้ที่ขอพักชำระหนี้  


*** กสิกรไทย กำไร Q2/63 ลดลง 78% YoY

        ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน)หรือ KBANK  รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 ที่ 2,175 ล้านบาท ลดลง 78% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,928 ล้านบาท  ส่งผลงวด 6 เดือน มีกำไรสุทธิ 9,550 ล้านบาท ลดลง 52.18% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 19,973 ล้านบาท เหตุตั้งสำรองเพิ่มขึ้นรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต พร้อมติดตามคุณภาพหนี้ใกล้ชิด

       นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KBANK เปิดเผยผ่านเอกสารเผยแพร่
ว่า งวดครึ่งปีแรกธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 45,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 6.50% 

       แต่ธนาคารใช้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการพิจารณาสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss) เพิ่มจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 16,937 ล้านบาท หรือ 111.97% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดครึ่งปีแรกปี 2563 ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 10,423 ล้านบาท หรือ 52.18% แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 4,142 ล้านบาท หรือ 8.12% ส่วนใหญ่เกิดจากการเติบโตของสินเชื่อ 
    
        ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 2/63 มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้จำนวน 25,378 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนจำนวน 4,806 ล้านบาท หรือ 23.37% แต่สำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพิ่ม จำนวน 8,320 ล้านบาท หรือ 70.08% จากไตรมาสก่อน ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่จำนวน 2,175 ล้านบาท 


*** NPL งวดครึ่งปีอยู่ที่ 3.92% จากสิ้นปี62 ที่ 3.65%

       ณ วันที่ 30 มิ.ย.63 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 3,585,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 291,911 ล้านบาท หรือ 8.86% ส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของสินเชื่อ และการเพิ่มขึ้นของรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ สำหรับเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (% NPL gross) ณ วันที่ 30 มิ.ย.2563 อยู่ที่ระดับ 3.92% จากสิ้นปี 62 อยู่ที่ระดับ 3.65% โดยธนาคารได้มีการติด
ตาม ให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งควบคุมดูแลคุณภาพสินเชื่อของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างใกล้ชิด

       อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ระดับ 155.68% โดยสิ้นปี 2562 อยู่ที่ระดับ 148.60% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคาร อยู่ที่ 18.09% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.38%

 
*** ทหารไทย กำไร Q2/63 เพิ่มขึ้น 61% 

      ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2/63 มีกำไรสุทธิ 3,095 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,917 ล้านบาท ส่งผลงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 7,258.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,496 ล้านบาท

     ไตรมาสนี้รายได้รวมลดลง 8.9% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ )จากการชะลอตัวของกิจกรรมทางธุรกิจจากวิกฤตโควิด และตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่ขาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มเติม 4,972 ล้านบาท จากแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบันและสภาพเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ส่งผลให้รอบ 6 เดือน ECLอยู่ที่ 9,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน 

      ไตรมาสนี้มีการตั้งสำรองสูงขึ้น เนื่องจากการตั้ง ECL เพิ่มเติม 1.6 พันล้านบาท สำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ โดยมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด 3.15 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 2% ของพอร์ตเงินลงทุนทั้งหมดของธนาคาร

     ไตรมาส 2/ 63 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 13,045 ล้านบาท ลดลง 6.9 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แต่เพิ่มขึ้น 105.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 2.88% ใ ลดลง 24 bps จากไตรมาส 1/ 63 จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ และการปรับลดการคำนวณดอกเบี้ยแท้จริง (EIR) ภายใต้โปรแกรมความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19

    ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 3,523 ล้านบาทในไตรมาส 2/63 เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรอบ 6 เดือน 2563 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 7,705 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 59.6% จาก 4,828 ล้านบาทช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากการรวมงบการเงินของธนาคารธนชาต

     ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 63 สินทรัพย์รวมของธนาคารและบริษัทย่อยมีจานวนทั้งสิ้น 1,893,152 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า มีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ลดลง 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้าและ ทรงตัว จากสิ้นเดือน ธ.ค.62

    อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) ตามงบการเงินรวมอยู่ที่ 2.34% ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 63 ลดลงจากสิ้นเดือน มี.ค.63 และร้อยละ 2.35 ณ สิ้นปี 2562 ขณะเดียวกันอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพตามงบการเงินเฉพาะอยู่ที่ 2.21%

 

*** TISCO กำไร Q2/63 ลดลง 25.84%  

     บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาส 2/63 มีกำไร 1,333.38 ล้านบาท หรือ 1.67 บาท/หุ้น ลดลง 25.84% เทียบ YoYที่มีกำไร 1,798.15 ล้านบาท หรือ 2.25 บาท/หุ้น 

     ส่วนงวด 6 เดือนปี 63 มีกำไร 2,819.44 ล้านบาท หรือ 3.52 บาท/หุ้น ลดลงจากงวดครึ่งปีแรกปี 62 ที่มีกำไร 3,527.75 ล้านบาท หรือ 4.41 บาท/หุ้น  

     ทั้งนี้ หากแยกกำไรสุทธิจากการดำเนินงานใน Q2/63 จะมีกำไร 988.93 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากรายได้เงินปันผล และรายได้ค่าธรรมเนียมบริการ ส่วนกำไรที่ลดลงมาจากผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19
          Q2/63 มีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสเดียวกันปี 62 แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 19.9%  ด้านสินเชื่อ ณ 30 มิ.ย.63 มีจำนวน 2.28 แสนล้านบาท ลดลง 9.7 พันล้านบาท หรือ 4.1% จากไตรมาส 1/63 จากการหดตัวของสินเชื่อรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางที่ชะลอตัวตามเศรษฐกิจ

       Q2/63 บริษัทมีสินเชื่อด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs)ทั้งหมด 7.48 พันลบ. เพิ่มขึ้น 1.39 พันลบ. หรือ 23% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า ส่วน NPL อยู่ที่ 3.28% เพิ่มขึ้นจาก 2.56% ใน Q1/63 เพิ่มขึ้นจากลูกหนี้ในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ - สินเชื่อจำนำทะเบียน 


*** กำไรกลุ่มแบงก์ ต่ำกว่าที่โบรกฯ คาดไว้มาก

       กำไรที่ธนาคารที่ประกาศออกมาต่ำกว่าที่ตลาดการณ์ไว้มาก โดยเฉพาะ KBANK กำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 66%  ตามด้วย TISCO 14% และ TMB ต่ำกว่าที่คาด 6% 

       บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า KBANK รายงานกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 66% โดย Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมาย 109.22 บาท   เช่นเดียวกับ TMB กำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 6% โดย Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมาย 1.12 บาท  
      บล.ทรีนี้ตี้ คาดกำไร KBANK 6,787 ล้านบาท ดีขึ้น 3% QoQ , ลดลง 32% YoY 
      บล.ฟิลลิป คาดกำไร KBANK 8,600 ล้านบาท ดีขึ้น 30.2% QoQ,ลดลง 13.7% YoY      
      บล.กรุงศรี กล่าวว่า  กำไร KBANK แย่กว่าที่ Consensus คาดไว้ 59% (5.3 พันล้านบาท) ส่วน TMB ต่ำกว่าที่ Consensus คาด 9.8% 
      บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส กล่าวว่า กำไรไตรมาส 2 ของ TISCO ต่ำกว่าที่ดีบีเอสฯ และตลาดคาดไว้
ที่ 1.7 พันล้านบาท และ 1.5 พันล้านบาท ตามลำดับ แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 87 บาท
      บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า กำไร TISCO ต่ำกว่าที่โนมูระฯ และตลาดคาด 14% กดดันจากค่าใช้จ่ายสำรองมากกว่าคาด และสินเชื่อหดตัวกว่าคาด โดย TISCO จัดชั้นลูกหนี้ เข้มงวดกว่ามาตรการผ่อนผันของ ธปท. เป็นผลให้ Gross NPLs ใน Q2/63 เพิ่มขึ้น 23% QoQ NPL ratio เพิ่มเป็น 3.3% และ credit cost เป็น 149bps  
 

*** เอเซียพลัส เตือน Q2 ต้องจับตาตัวเลข NPL   

       บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องให้น้ำหนักและติดตามสำหรับงบการเงินกลุ่มแบงก์ในงวด Q2/63 ประกอบด้วย ตัวเลข NPL และสินเชื่อที่ถูกจัดชั้นเป็น Stage 2 ของแต่ละธนาคาร, ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของแต่ละธนาคาร ตามด้วยมูลหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ (Loan payment holiday) ของแต่ละธนาคาร หากคิดเป็นสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับพอร์ตสินเชื่อและยังไม่ได้จัดชั้นตาม TFRS 9 อาจทำให้งบการเงินยังไม่สะท้อนความจริง , เป้าหมายทางการเงินปี 2563 ของแต่ละธนาคาร รวมถึงผลกระทบต่ออัตราส่วนเงินกองทุน (CAR) และการจ่ายเงินปันผลในปี 2563


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ