ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น AOT
เข้าชม : 45

AOT เอ็นดูเขา(คิงเพาเวอร์)...เอ็นเราขาด! การอนุมัติช่วยคิงพาวเวอร์ ครั้งนี้ มีข้อเสียมากมาย

โพสต์เมื่อ: วันจันทร์ 3 สิงหาคม 2563  12:48 น.
AOT เอ็นดูเขา(คิงเพาเวอร์)...เอ็นเราขาด!

3 สิงหาคม 2563 | 09:24

ราคาหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรับลดลง 0.75 บาท มาปิดที่ 51.50 บาท พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายสูงสุดติดอันดับ 2 ของตลาด โดยระหว่างวันราคาหุ้นร่วงไปแตะที่ 50.75 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน ภายหลังบอร์ดบริหาร AOT อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในสนามบิน ซึ่งนักวิเคราะห์กังวลว่ามาตรการครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างหนัก
*** ปรับสูตรช่วย"คิงพาวเวอร์"ข่าวลบต่อกำไร-ราคาเป้าหมาย       


บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิรกรไทย ระบุว่า บอร์ดบริหาร AOT อนุมัติเปลี่ยนวิธีการเก็บเงินการันตีขั้นต่ำจาก คิงพาวเวอร์ โดยจะอิงจากจำนวนผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงที่จำนวนผู้โดยสารยังต่ำกว่าประมาณการจำนวนผู้โดยสารที่ KPD ประเมินไว้ตอนเข้าร่วมประมูล


บล.กรุงศรี ระบุว่า จากการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ครั้งแรกของ AOT เกี่ยวกับการขยายระยะเวลาสินเชื่อจาก 6 เดือนสู่ 12 เดือน โดยฝ่ายวิเคราะห์เห็นผลกระทบที่ไม่มีนัยสำคัญต่อคาดการณ์กำไรและ valuation ต่อ AOT 


อย่างไรก็ตามในการแจ้งครั้งที่ 2 เป็นปัจจัยลบที่ตลาดไม่ได้คาดไว้ โดยการแจ้งครั้งที่ 2 มีประเด็นหลัก 3 ประเด็นคือ (1). การขยายช่วงเวลาการปรับปรุงและตกแต่ง 1 ปีไปจบในวันที่ 31 มีนาคม 2565 (2). การเลื่อนวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดของช่วงการดำเนินงานไปเป็นวันที่ 1 เมษายน 2565 จนถึง 31 มีนาคม 2575, และ (3). การเปลี่ยนวิธีการคำนวณรายได้ขั้นต่ำ (MGT) ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อคาดการณ์กำไรและราคาเป้าหมายของฝ่ายวิเคราะห์


*** คาดสูญเงิน 1.3 แสนลบ. โบรกฯหั่นกำไรตั้งแต่ปี 66-73


บล.กสิกรไทย ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยกับ AOT ที่ให้ส่วนลดเงินการันตีขั้นต่ำโดยไม่เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เนื่องจากคาดว่าผลกระทบต่อ AOT จากการออกส่วนลดครั้งนี้จะอยู่ที่ 133,800 ลบ. ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า AOT น่าจะหาวิธีที่ดีกว่านี้เพื่อชดเชยให้กับทางคิง พาวเวอร์ จากผลกระทบจากโควิด-19


บล.กรุงศรี ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการกำไรลง -6% ถึง -8% ในช่วงปีงบ 66-73 จากการเปลี่ยนแปลงในการคำนวณ รายได้ขั้นต่ำ (MGT) ไปเป็นเปลี่ยนแปลงตามรายได้ต่อหัวในช่วง เม.ย. 65 จนถึง ต.ค.68 และใช้วิธีคำนวณแบบ MAGi formula ตั้งแต่ปี 69 เป็นต้นไป ซึ่งนำไปสู่การลดลงของรายได้รวมและรายได้จากค่าสัมปทานราว 3-5% และ 8-11% ในช่วงปี 66 จนถึงปี 73 ตามลำดับ ซึ่งนำไปสู่สัดส่วนรายได้จากสัมปทานที่ลดลงสู่ระดับ 39% ในปี 66 เทียบกับการประมาณการครั้งก่อนที่ 41%


*** ราคาส่อแววร่วงต่อ เพราะกระทบกำไร 0.35 บาท/หุ้น 


จากการรวบรวมข้อมูลจากโบรกเกอร์ พบว่า แม้บางส่วนจะแนะนำ"ขาย" หรือ "ถือ" แต่กลับมีนักวิเคราะห์เป็นจำนวนไม่น้อยที่แนะนำ ซื้อ AOT ดังตาราง

 

บล. EPS ปี 63 (บ.) EPS ปี 64 (บ.) ราคาเป้าหมาย(บ.) คำแนะนำ
หยวนต้า 0.3 1 52.5 Trading Buy
ทิสโก้ 0.36 - 64 ซื้อ
กสิกรไทย 0.33 0.43 45.5 ขาย
กรุงศรี - - 56 ถือ
กรุงไทย 0.31 -0.21 59 ถือ
บัวหลวง 0.46 0.82 68 ซื้อ
โนมูระ พัฒนสิน - - 59 Trading Buy


บล.ทิสโก้ เชื่อว่า การให้มาตรการช่วยเหลือโดยไม่ผ่านคณะกรรมการจะทำให้ผู้ที่แพ้การประมูลในปี 62 สามารถฟ้องร้องได้ นอกจากนี้ ผลประกอบการที่ผันผวนเพิ่มขึ้นในอนาคตจากการพึ่งพารายได้จากคิงเพาเวอร์ ทำให้ความน่าสนใจของหุ้นลดลง และการวิจัยวัคซีนจะเป็นบวกต่อราคาหุ้น หลังราคาลดลงกว่า 15 บาท จากจุดสูงสุดในเดือน มิ.ย. จึง แนะนำให้ “ซื้อ”


ด้าน บล.หยวนต้า มองว่า แม้ภาพรวมยังอ่อนแอและมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมกดดันการฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่หุ้นใกล้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว AOT เป็นตัวเลือกเด่นหากมีพัฒนาการวัคซีน ขณะที่ราคาเหมาะสมกำลังจะถูกปรับขึ้นเมื่อมีการ Roll over ในไตรมาส 3 ปี 63 เป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป


เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง ที่มองว่าราคาหุ้นจะถูกกดดันจากการปรับลดกำไรในระยะสั้น ซึ่งเราประเมินผลกระทบต่อกำไรที่เสียโอกาสไปราว 0.35 บาท/หุ้น อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับการลงทุนระยะยาวราคาเป้าหมาย 68 บาท


ดูเหมือนว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองข้ามข่าวลบเรื่องการปรับสูตรการเก็บเงินการันตีขั้นต่ำจาก คิงพาวเวอร์ ไปเสียแล้ว และมุ่งไปที่ความหวังเดียวที่จะช่วยให้ราคาหุ้น AOT กลับมารีบาวน์อีกครั้งคือ พัฒนาการของวัคซีนโควิด – 19 ที่ควรจะต้องชัดเจนออกมาในไตรมาส 3/63 นี้


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ