ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น EKH
เข้าชม : 17

EKH เผยปี 64 ลงทุน 100 ลบ.สร้างโรงพยาบาลผู้สูงอายุ เปิดบริการ ต้นปี 65

โพสต์เมื่อ: วันพุธ 30 ธันวาคม 2563  11:56 น.
EKH เผยปี 64 ลงทุน 100 ลบ.สร้างโรงพยาบาลผู้สูงอายุ เปิดบริการปี 65
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -23 ธ.ค. 63 11:53 น.

EKH เผยปี 64 มีแผนใช้งบลงทุน 100 ลบ. สร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางผู้สูงอายุ คาดเปิดให้บริการต้นปี 65 ส่วนผลงาน Q4/63 ดีกว่า Q3/63 หลังยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ยอมรับรายได้-กำไรสุทธิปีนี้ลดลง หลังเจอผลกระทบโควิด-19 

  นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการ บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) หรือ EKH เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ปี 64 บริษัทคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางของผู้สูงอายุ บนพื้นที่ถนนพระราม 2 เพิ่มเติมอีกจำนวน 1 แห่ง โดยมีขนาดจำนวน 30 เตียง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จช่วงปลายปีหน้า และเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 65 ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการบริษัทให้เติบโตมากขึ้นในอนาคต

         สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปีหน้ายังไม่สามารถระบุได้ เพราะสถานการณ์ยังคาดเดาได้ยากลำบาก ซึ่งหากการแพร่ระบาดของโควิด-19 จบได้รวดเร็วเชื่อว่าผลงานก็คงไม่น่ามีปัญหา

         ส่วนผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 4/63 น่าจะออกมาดีกว่างวดไตรมาส 3/63 ที่มีรายได้ที่ระดับ 156 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 15.89 ล้านบาท หลังจากจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

   ประกอบกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครในปัจจุบัน ซึ่่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงพยาบาล แต่กลับได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากจำนวนผู้ป่วย และ ผู้เข้ามารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โดยล่าสุดโรงพยาบาลเอกชัยมีจำนวนผู้ที่เข้ามาตรวจโควิด-19 ทะลักกว่า 300-400 คนต่อวัน และ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการผลักดันรายได้ให้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

   ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการปีนี้ บริษัทยอมรับว่า รายได้รวม และ กำไรสุทธิจะปรับตัวลดลงมากกว่าครึ่ง จากปี 62 ที่มีรายได้ 911 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 160 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ลูกค้าจากต่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้ามารักษาในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะในส่วนของการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งยังต้องรอดูว่าภาครัฐจะเปิดให้เข้ามาได้เมื่อไหร่ 

-----------------------------

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : EKH แนะนำซื้อ ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6 บาท
25/12/2563

 

4Q20E ฟื้นตัวดีจากไวรัส RSV และตรวจคัดกรอง COVID-19, 2021E IVF เริ่มกลับมา
  เราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.00 บาท (เดิม 5.80 บาท) อิงวิธี DCF (WACC 9%, terminal growth 3%) เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นจากการจัด Group conference call กับ EKH วานนี้ (24 ธ.ค.20) โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
1) EKH ได้รับผลกระทบจำกัดจากการ lock down จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ครั้งนี้
  โดยผู้ป่วย IPD/OPD ไม่ได้ลดลงเหมือนในช่วง 2Q20 (COVID-19 รอบแรก) แต่เพิ่มขึ้นจากไวรัส RSV ที่ระบาดหนักในเด็กเล็ก ทำให้ปัจจุบัน IPD utilization rate พุ่งสูงขึ้นเป็น 70% จาก 3Q20 ที่ 40%,
2) เราคาด EKH มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการคัดกรอง COVID-19 ราว 20 ล้านบาท คิดจากมีผู้เข้ารับการตรวจ COVID-19 ราว 500 เคส/วัน เป็นเวลา 11 วัน (20-31 ธ.ค. 20), และ
3) สถานการณ์ IVF เริ่มดีขึ้น โดยเริ่มมีผู้ใช้บริการทยอยเพิ่มขึ้น

  เราได้ปรับกำไรสุทธิปี 2020E เพิ่มขึ้น +50% เป็น 52 ล้านบาท จาก 4Q20E ที่จะฟื้นตัวดีกว่าคาดมาก และปรับกำไรสุทธิปี 2021E ขึ้น +4% เป็น 96 ล้านบาท จากการปรับ GPM ขึ้น
ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ยังคง underperform SET -10% ในช่วง 3 เดือน ปัจจุบันราคาหุ้นได้รับรู้ปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว โดยเราปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จาก valuation ที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันเทรดที่ 2021E PER = 29x (-0.75SD below 5-yr average PER ที่ 34x)

   ขณะที่ peer เทรดที่ 2021E PER = 40x ประกอบกับผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวจากผู้ป่วย IPD

Event: Group conference call
   COVID-19 หนุนการตรวจคัดกรองพุ่งสูง เรามีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นจากการจัด Group conference call กับ EKH วานนี้ (24 ธ.ค.20) โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1) เราคาด EKH มีรายได้จากการคัดกรอง COVID-19 ราว 20 ล้านบาท คิดเป็น 3% ของรายได้รวมปี 2020E โดยเราได้ตั้งสมมติฐานมีผู้เข้าตรวจคัดกรอง 500 เคส/วัน เป็นเวลา 11 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20-31 ธ.ค.20 ค่าใช้จ่ายในการตรวจอยู่ที่ 4,150 บาท/เคส ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีศักยภาพรองรับในการตรวจคัดกรอง COVID-19 (Lab) ประมาณ 1,000 เคส/วัน ซึ่งปัจจุบันยังคงมีผู้เข้ามาตรวจคัดกรองประมาณ 500 เคส/วัน

  2) ปัจจุบัน IPD utilization rate พุ่งสูงขึ้นเป็น 70% จาก 3Q20 ที่ 40% เป็นผลจากไวรัส RSV ที่ระบาดหนักในเด็กเล็ก แม้ปัจจุบันสถานการณ์การระบาด COVID-19 ใน จ.สมุทรสาคร จะยังดูน่าเป็นห่วง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง รวมถึงประชาชนในพื้นที่มีความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการที่โรงพยาบาลมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วย IPD/OPD ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะเหมือนในช่วง 2Q20

  3) สถานการณ์ IVF ทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยปัจจุบันเริ่มมีผู้ใช้บริการคนไทยประมาณ 3-4 เคส และคนจีนราว 10 เคส ปรับตัวดีขึ้นจากช่วง 2Q20-3Q20 ที่ไม่มีผู้เข้าใช้บริการเลย

Implication
   ปรับกำไรสุทธิปี 2020E/21E ขึ้น +50%/+4% ปรับกำไรปี 2020E เพิ่มขึ้น +50% เป็น 52 ล้านบาท และปี 2021E เพิ่มขึ้น +4% เป็น 96 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก
1) ปรับ gross profit margin ปี 2020E ขึ้น +200 bps เป็น 27% จากเดิมที่ 25% และปี 2021E +300 bps เป็น 33% จากเดิม 30% ปัจจุบัน IPD utilization rate 4Q20E ฟื้นตัวดีกว่าที่เราคาดเป็น 70% (3Q20 = 40%, 2Q20 = 30%) โดยได้อานิสงส์จากการระบาดของ RSV ในเด็กเล็ก รวมถึงมีรายได้จากการตรวจคัดกรอง COVID-19

  โดยเราตั้งสมมติฐานว่าจะมีผู้เข้ารับการตรวจคัดกรอง 500 เคส/วัน เป็นเวลา 11 วัน (20-31 ธ.ค.20) (จากสถานการณ์ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองราว 400-500 เคส/วัน) ขณะที่ปี 2021E เรายังคงมุมมองการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติจะเริ่มทยอยดีขึ้นใน 2H21E ,และ 2) เราปรับลด SG&A ปี 2020E ลง -23% เป็น 142 ล้านบาท จากเดิมที่ 185 ล้านบาท

 


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ