ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น TNH
เข้าชม : 21

TNH เตรียมเปิดศูนย์เฉพาะทาง 2 ศูนย์ คือศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู และศูนย์ตาครบวงจร

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 2 มีนาคม 2564  23:55 น.
Wednesday, September 16, 2020
 

4Q63 เริ่มสร่างไข้…ปีหน้าฟื้นตัวโดดเด่น  

4Q63 เริ่มฟื้นตัว QoQ หลังคลาย lockdown      

          บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 4Q63 (สิ้นสุด 30 ก.ค. 63) ที่ 55 ล้านบาท (+52%QoQ ,-23%YoY) ต่ำกว่าประมาณการของเรา 8% เทียบ YoY ลดลงจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขณะที่ QoQ ดีขึ้น หลังรัฐบาลคลาย lockdown ทำให้คนไข้กลับเข้าใช้บริการมากขึ้น โดยอัตราการเข้าใช้บริการ (Occupancy rate) ของผู้ป่วย OPD และ IPD ปรับเพิ่มจาก 45% และ 33% ใน 3Q63 เป็น  60% และ 38% ตามลำดับ ส่งผลให้รายได้ปรับเพิ่มขึ้น 8%YoY เป็น 457 ล้านบาท ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้น โดย EBITDA Margin อยู่ที่ 18.5% ลดลงเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 19.0% แต่ปรับเพิ่มขึ้น จาก 3Q63 ที่ 13.4% จากผลของรายได้ที่เพิ่ม และนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่าย อาทิ การลดโอทีพนักงาน ค่าใช้จ่ายการตลาด  

          ปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 256 ล้านบาท -19%YoY (ต่ำกว่าประมาณการของเรา 2%) โดยรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการปรับลดลง 7%YoY ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรปรับลดลงจากผลของรายได้ที่ลดลง    

คาดปี 2564 กลับมาเติบโตเด่น

          คงประมาณการผลการดำเนินงานปี 2564 - 2565  โดยคาดแนวโน้ม 1Q64 (สิ้นสุด ต.ค 63) ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่อง QoQ เนื่องจากเข้า high season ของธุรกิจ ซึ่งจะมีไข้ตามฤดูกาล  อาทิ ไข้หวัด ไข้เลือดออก ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น  ขณะที่แนวโน้มปี 2564 เราคาดกำไรฟื้นตัว 17%YoY เป็น 301 ล้านบาท โดยมีประเด็นบวกจาก 1) คาดว่าสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น และด้วยลูกค้าของ TNH กว่า 98% เป็นลูกค้าคนไทยจึงคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะกลับสู่ระดับปกติได้เร็ว 2) กลยุทธ์เพิ่มรายได้จากการเปิดศูนย์เฉพาะทาง 2 ศูนย์ คือศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู  และศูนย์ตาครบวงจร โดยปัจจุบันได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาต และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายใน 1Q64 เราประเมินอัตราการใช้บริการของผู้ป่วย OPD และ IPD ในปี 2564 ที่  81% และ 62% กลับสู่ระดับปกติใกล้เคียงปี 2562   ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการปรับเพิ่ม 7%YoY เป็น 2,141 ล้านบาท ขณะที่ประสิทธิภาพในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นจากผลของรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดย EBITDA Margin ปรับเพิ่มจากปีก่อนที่ 20.1% เป็น 21.8%

คงคำแนะนำ "ซื้อ" 

          เรามองว่าผลประกอบการผ่านช่วงแย่ที่สุดไปแล้ว และคาดกำไรจะกลับมาเติบโตโด่นในปี 2564 ขณะที่ระยะยาวคาดเติบโตตามแผนในการเปิดโรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการให้บริการผู้ป่วย OPD จากเดิม 2,000 คนต่อวัน เป็น 3,000 คนต่อวัน และการให้บริการ IPD จากเดิม 190 เตียงต่อวันไปเป็น 300 เตียงต่อวัน โดยจะเริ่มสร้างในปี 2564  และเปิดให้บริการในปี 2566 ซึ่งได้รวมไว้ในประมาณการแล้ว  ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ซื้อขายที่ P/E ปี 2564 ที่ 20x ยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมโรงพยาบาลที่ 26x โดยยังคงราคาเป้าหมายของปี 2564 ที่ 35.80 บาท โดยใช้วิธี DCF (อิงสมมติฐาน WACC ที่ 6.4% และ LT growth ที่ 1%) ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดปี 2563 (สิ้นสุด ก.ค.63) ที่ 0.45 บาท ต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 1.34% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 พ.ย. 63 และจ่ายปันผลวันที่ 16 ธ.ค.63

ความเสี่ยง 

          1. ประมาณการผลประกอบการของ TNH ในปี 2564 อิงสมมติฐาน สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกเริ่มคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น  ซึ่งหากการแพร่ระบาดรุนแรงและยาวนานกว่าที่คาดอาจมีผลต่อประมาณการผลการดำเนินงานปี 2564

          2. โครงการก่อสร้าง โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 อาจล่าช้ากว่ากำหนด หากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด  มีโอกาสที่บริษัทจะเลื่อนแผนก่อสร้างออกไป 

          3. การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น คาดว่าช่วงปี 63 - 64 จะมีอุปทาน จำนวนเตียงจดทะเบียนเพิ่มมากกว่า 3.2 พันเตียง หรือไม่ต่ำกว่า 7.8%ของเตียงจดทะเบียนโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบัน ที่มีอยู่ 40,720 เตียง

https://www.share2trade.com/?mod=news&file=view&id=20561


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ