ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น RPH
เข้าชม : 37

RPH รพ.ในขอนแก่นเริ่มรับรู้รายได้ ปี 2020 กำไรสุทธิ 94 ล้านบาท -3%YoY ถูกกระทบโควิด-19

โพสต์เมื่อ: วันพุธ 3 มีนาคม 2564  13:38 น.
บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : RPH แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7 บาท
08/12/63
กำไรสุทธิ 3Q20 สูงกว่าเราคาดมาก โมเมนตัมกำไร 4Q20E โตต่อเนื่อง
  เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับประมาณการกำไรสุทธิ และราคาเป้าหมายปี 2021E ขึ้นเป็น 7.00 บาท (เดิม 6.80 บาท อิง PER 34.0x) RPH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q20 อยู่ที่ 21 ล้านบาท (-25% YoY, +469%QoQ) สูงกว่าเราคาดจาก gross profit margin (GPM) ที่ดีกว่าคาด กำไรลดลง YoY จากรายได้ลดลง -10% YoY และ GPM ปรับตัวลดลงจากผลกระทบของ COVID-19 สำหรับกำไรที่ขยายตัว QoQ ส่งผลจากรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น +21% QoQ จากคนไข้เด็กที่เพิ่มขึ้นหลังเด็กเปิดเทอม และ GPM ปรับตัวดีขึ้นจาก occupancy rate ที่เพิ่มขึ้น สำหรับ 4Q20E คาดกำไรสุทธิที่ 32 ล้านบาท (+44% YoY, +54% QoQ) ทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากมีโรค RSV ในเด็กที่ระบาดรุนแรง โดยจังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ระบาดหนักสุดในประเทศไทย ส่งผลให้คนไข้เด็กเพิ่มขึ้น และไข้หวัดใหญ่ระบาดรุนแรง ดังนั้น เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E/21E ขื้น +23% และ +3% เพื่อสะท้อน outlook ที่ดีกว่าคาด เราคาดกำไรสุทธิปี 2020E/21E ที่ 85 ล้านบาท (-11% YoY) และ 112 ล้านบาท (+31% YoY)

  ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น +9% ใน 1 เดือนที่ผ่านมาจากผลประกอบการ 3Q20 ที่ดีกว่าคาด เรามองว่าปี 2020E เป็นปีที่ RPH ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่เราเชื่อมั่นว่าปี 2021E จะเป็นปีทองของ RPH จากผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง (+31% YoY) เรามองว่าราคาในปัจจุบันยังน่าสนใจโดยมี PER21E เท่ากับ 27.8x (เทียบเท่า -1.5 SD below 3-yr average PER) ต่ำกว่า peer ปัจจุบัน มี PER21E ที่ 33.4x

Event: 3Q20 results review
   กำไรสุทธิ 3Q20 สูงกว่าเราคาดมาก RPH ประกาศกำไรสุทธิ 3Q20 อยู่ที่ 21 ล้านบาท (-25% YoY, +469%QoQ) สูงกว่าเราคาดมาจาก gross profit margin (GPM) ที่ดีกว่าคาด กำไรสุทธิลดลง YoY ส่งผลจาก
1) รายได้ที่ปรับตัวลดลง -10% YoY จากรายได้ IPD ที่ปรับตัวลง -16% YoY จากผลกระทบของ COVID-19 ทำให้ผู้ป่วย IPD มาใช้บริการลดลง YoY อย่างมีนัยสำคัญ แต่รายได้ OPD ปรับตัวเพิ่ม +2% YoY,
2) GPM อยู่ที่ 28.2% ปรับตัวลดลง YoY จาก occupancy rate ของ OPD และ IPD ปรับตัวลดลง และ
3) SG&A to total sales ปรับตัวลดลงจาก admin expense ที่ปรับตัวลดลง ด้านกำไรสุทธิที่ขยายตัว QoQ ส่งผลจาก

  1) รายได้รวมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น +21% QoQ จากรายได้ IPD ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น +17% QoQ และรายได้OPD ที่เพิ่มขึ้น +27% QoQ หลังคนไข้เด็กเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงเรียนเปิดเทอม และฤดูฝนทำให้ไข้หวัดระบาด และ
      2) GPM ปรับตัวดีขึ้นจาก high operating leverage เนื่องจาก occupancy rate ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง IPD และ OPD

Implication
   ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E/21E ขึ้น เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2020E/21E ขื้น +23% และ +3% เพื่อสะท้อน outlook ที่ดีกว่าคาด โดยเราคาดกำไรสุทธิ 4Q20E ที่ 32 ล้านบาท (+44% YoY, +54% QoQ) ทำสถิติสูงสุดใหม่ ซึ่งในสภาวะปกติ 4Q จะเป็น low season ของ RPH แต่เนื่องจากมีโรค RSV (Respiratory Syncytial Virus) ในเด็กที่ระบาดรุนแรง โดยจังหวัดขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ระบาดหนักสุดในประเทศไทย ส่งผลให้คนไข้เด็กเพิ่มขึ้น และไข้หวัดใหญ่ระบาดรุนแรงใน 4Q20 สำหรับปี 2020E

  เราคาดกำไรสุทธิที่ 85 ล้านบาท (-11% YoY) บนสมมติฐาน
1) รายได้รวมปรับตัวลดลง -2% YoY จาก i) รายได้เฉลี่ยต่อครั้งทั้ง IPD และ OPD เพิ่มขึ้น +11% YoY และ +5% YoY ตามลำดับ แต่จำนวนผู้ป่วยที่มาใช้บริการต่อวันทั้ง IPD และ OPD ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะใน 1H20 จากผลกระทบของ COVID-19 และ
2) GPM ปรับตัวลดลง จาก occupancy rate ของ IPD และ OPD ที่ปรับตัวลดลงจาก COVID-19 ในช่วง 1H20 และ high operating leverage

  สำหรับปี 2021E เราคาดกำไรสุทธิที่ 112 ล้านบาท (+31% YoY) จาก
1) รายได้รวมขยายตัว +12% YoY โดยรายได้ OPD / IPD เพิ่มขึ้น +11% YoY และ +13% YoY ตามลำดับ จากฐานที่ต่ำในปี 2020E และหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายทำให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจในการเข้ารับการรักษาที่ รพ.มากขึ้น อีกทั้งโรงพยาบาลมีการปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลทุกๆ ปีและ
2) GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 30.2% (GPM 28.2% ในปี 2020E) จาก occupancy rate ที่เพิ่มขึ้น

Valuation/Catalyst/Risk
  คงคำแนะนำ “ซื้อ” RPH และปรับราคาเป้าหมายปี 2021E ขึ้นเป็น 7.00 บาท อิง PER 34.0x (เดิม 6.80 บาท อิง PER34.0x) เรามองว่าปี 2020E เป็นปีที่ RPH ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่เราเชื่อมั่นว่าปี 2021E จะเป็นปีทองของ RPH จากผลประกอบการที่จะกลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง (+31% YoY) เรายังชอบ RPH จากความเป็นผู้นำโรงพยาบาลเอกชนในขอนแก่นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 เรามองว่าราคาในปัจจุบันยังน่าสนใจโดยมี PER21E เท่ากับ 27.8x (เทียบเท่า -1.5 SD below 3-yr average PER) ต่ำกว่า peer ปัจจุบัน มี PER21E ที่ 33.4x

-----------------------------------------

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : RPH แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 6.90 บาท
23/02/63

กำไร 4Q20 เป็น All-time High
  Story : กำไรสุทธิ 4Q20 เท่ากับ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +82%YoY และ +95%QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ 27% สิ่งที่ดีกว่าคาด คือ EBITDA margin ด้านรายได้ 4Q20 เติบโต +11%YoY และ +15%QoQ ส่วน EBITDA marginสูงขึ้นเป็น 32% จาก 25.4% ใน 4Q19 และจาก 24.8% ใน 3Q20 เป็นผลจาก Economy of scale และการลดต้นทุน(ต้นทุนคงที่คิดเป็น 60% ของต้นทุนทั้งหมด) สำหรับทั้งปี 2020 มีกำไรสุทธิ 94 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย -3%YoYเพราะช่วง 2Q-3Q20 ถูกกระทบจากโควิด-19

  ประกาศจ่ายปันผลสำหรับ 2H20 เท่ากับ 0.10 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค.21 (สำหรับทั้งปี 2020 จ่ายปันผล 0.13 บาท/หุ้น โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผล 76% ของกำไรสุทธิ)

  Outlook : ฟื้นตัวในปี 2021...คาดกำไรสุทธิปี 2021 จะเติบโต +24%YoY เป็น 117 ล้านบาท และในปี 2022 เพิ่มขึ้นต่อ +10%YoY เป็น 128 ล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้เติบโต เพราะส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น, มี Economy ofscale และผลกระทบจากโควิดจำกัด โดยมีสัดส่วนคนไข้ต่างชาติต่ำเพียง 1%

  Recommendation : คงคำแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 6.90 บาท มี Upside 22% ณ ราคาปัจจุบันมี P/E ปี 21 ที่26 เท่า ต่ำกว่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 31 เท่า ความเสี่ยงหลัก คือ การแข่งขันที่อาจจะสูงขึ้นจากโรงพยาบาลที่มาเปิดใหม่ในจ.ขอนแก่น และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ