ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น JKN
เข้าชม : 32

JKN อยู่ระหว่างการศึกษาเข้าลงทุนธุรกิจเครื่องดื่มชาหมัก คาดชัดเจนใน Q2/64

โพสต์เมื่อ: วันอังคาร 1 มิถุนายน 2564  16:58 น.
30 ธันวาคม 2563 | 13:42 น.
https://www.efinancethai.com/HotStocks/HotStockMain.aspx?id=ajNQbFU5a2dINDg9

หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้น JKN เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ สวนทางผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น โดยนักวิเคราะห์คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ยังเดินหน้าเติบโต YoY ยาวไปจนถึงปี 64 จากการรุกตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น และแตกไลน์ธุรกิจใหม่ แต่จังหวะนี้จะเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนหรือไม่? ต้องติดตาม!

*** ราคาแกว่งตัวแคบ 1 สัปดาห์
 

ราคาหุ้น บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ช่วงเช้าวันนี้ (30 ธ.ค.63) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 7.90 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 7.75 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ -0.64% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 30.90% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า โดยราคาหุ้นปรับตัวลงตามทิศทางดัชนี (SET Index) นอกจากนี้ ราคาหุ้น JKN ยังแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบมาร่วม 1 สัปดาห์


*** กำไร Q4/63 เดินหน้าโต YoY
 

แม้ว่าปี 63 หลายบริษัทจะประสบปัญหากำไรสุทธิหดตัวรุนแรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ JKN กลับเป็นบริษัทที่กำไรสุทธิเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ โดยกำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 63 อยู่ที่ 264.26 ล้านบาท ทำลายสถิติกำไรสุทธิสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ของบริษัทที่เคยทำไว้ในปี 62 จำนวน 252.81 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ของ JKN ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 50.23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ให้ลูกค้าต่างประเทศกลุ่มใหม่ ประกอบด้วย อียิปต์, บรูไน, ไต้หวัน, ศรีลังกา, บังกลาเทศ, แอฟริกาใต้, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ภูฏาน และกลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา

ขณะที่ ประสิทธิภาพการทำกำไรของ JKN ในช่วงไตรมาส 4/63 ยังดีขึ้น จากต้นทุนค่าลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินรายได้ปี 63 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิ คาดทำได้ 329 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้กำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ของ JKN มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คาดลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 84.01 ล้านบาท เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีเป็นช่วง low season ของธุรกิจ JKN โดยประมินกำไรสุทธิปี 63 ที่ 321 ล้านบาท เติบโตขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


*** ปี 64 ยังโตไม่หยุด
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรสุทธิปี 64 ของ JKN อยู่ที่ 382 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี 2 ปัจจัยหลักหนุนดังนี้

1.JKN มีแผนขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น

2.JKN มีแผนแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ในการผลิต จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพความงาม และสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยเข้าซื้อหุ้น ในบริษัทเจเคเอ็นโกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด คาดว่าจะแล้วเสร็จในครึ่งแรกของปี 64

สำหรับธุรกิจดังกล่าวปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนราว 15 ล้านบาท ขณะที่ปี 64 JKN จะมุ่งเน้นขายสินค้า 4 กลุ่ม ได้แก่สินค้าด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงาม, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่ม Energy Drink โดย JKN ตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจใหม่ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ JKN ที่ 374 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าลิขสิทธิ์ขยายตัว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, รายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ รายได้ต่างประเทศขยายตัว 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขายคอนเทนต์ซีรีส์อินเดีย, ฟิลิปปินส์ ไปยัง OTT platform ต่างประเทศเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวจากปีก่อนมาอยู่ที่ 43.8%

ขณะที่ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ JKN เปิดเผยวว่า ได้ตั้งงบลงทุนปี 64 ราว 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้ซื้อคอนเทนต์ 800 ล้านบาท, ผลิตรายการวาไรตี้เอง 6 รายการ จำนวน 100 ล้านบาท, และผลิตซีรีย์สยามรามเกียรติประมาณ 100 ล้านบาท


*** เตรียมลดความเสี่ยง สร้างรายได้หลัก 3 ทาง


นายจักรพงษ์ กล่าวว่า ในอนาคต JKN หวังมีรายได้จาก 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วยคอนเทนต์, คอมเมิร์ซ และแลนด์มาร์ค ซึ่งอนาคตอยากให้ JKN ประกอบธุรกิจแบบเอ็นเตอร์เตอร์เทนเมนต์พร๊อพเพอร์ตี้ คล้ายกับดีสนีย์ โดยปัจจุบัน JKN อยู่ระหว่างการศึกษาเข้าลงทุนธุรกิจเครื่องดื่มชาหมัก ร่วมกับพันธมิตรอีก 2 รายคือ ภูริต ภิรมย์ภักดีในเครือสิงห์ และกฤษศรีชวาลา ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนในไตรมาส 2/64 ว่าจะเข้าร่วมลงทุนหรือไม่ โดยเบื้องต้นอาจใช้เงินลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท

ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงบวก ต่อประเด็นดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยกระตุ้นผลประกอบการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงทางธุรกิจจากเดิมที่ผูกติดกับธุรกิจขายลิขสิทธ์คอนเทนต์เพียงอย่างเดียว


*** ราคาตอนนี้ยังไม่แพง
 

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น JKN underperform SET ราว 7% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมองว่าราคาปัจจุบันน่าสนใจ และ ยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่จะเติบโตดีต่อเนื่องที่ EPS ปี 62 - 65 เติบโตเฉลี่ย 16% และยังเป็นการขยายตัวดี เมื่อเทียบกับกลุ่ม Media นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์ จากรายได้ต่างประเทศที่ดีกว่าคาด


*** โบรกฯ แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"เนื่องจากมองว่ารายได้ และกำไรสุทธิปี 64 ยังคงเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการขยายตลาดต่างประเทศ และแตกไลน์ธุรกิจใหม่

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบี ซื้อ      12.50
หยวนต้า ซื้อ      13.20
ราคาเฉลี่ย 12.85

ราคาหุ้น JKN ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา แกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ ซึ่งยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น ตั้งแต่ไตรมาส 4/63 ไปถึงปี 64 เป็นอย่างน้อย โดยหากนักลงทุนมั่นใจในการเติบโตของ JKN จังหวะนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน เพราะราคาที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์จากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ถึง 63.69%


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ