ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น EA
เข้าชม : 25

ล่าสุด EA ได้เซ็นสัญญา MOU ผลิตรถ EV ให้กับ สปป. ลาว 400,000 คัน ปี 63

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 24 มกราคม 2562  14:27 น.
EA โบรกฯ มองกำไรนิวไฮต่อเนื่องถึงปี 63 จับตาสตอรี่ขายรถยนต์ไฟฟ้า
หุ้น EA ร่วงสวนนักวิเคราะห์คาดกำไรนิวไฮต่อเนื่องถึงปี 63 แม้ธุรกิจโรงไฟฟ้าเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเติบโต แต่โครงการแบตเตอรี่มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ยังมีสตอรี่ขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ สปป.ลาว

           ราคาหุ้นบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ล่าสุดปิดที่ 41.75 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 4.02% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 171% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า  

           EA และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจหลัก 5 ธุรกิจ 1.) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซล (B100) กลีเซอรีนบริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้ 2.) ธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 3.) ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 4.) ธุรกิจบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย) 5.) ธุรกิจวิจัย และพัฒนา (ผ่านกลุ่มบริษัทย่อย)

           ผลการดำเนินงานของ EA กำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดได้ต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่เข้าซื้อขาย จากที่มีกำไรเพียง 107 ล้านบาท ในปี 55 ขึ้นมาเป็น 3.8 พันล้านบาทในปี 60 จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ COD ตามแผน ล่าสุดงวด 9 เดือนปี 61 มีกำไรสุทธิ 4.2 พันล้านบาท มากกว่าปีก่อนทั้งปี เป็นการคอนเฟิร์มว่าในปีนี้บริษัทฯ จะทำกำไรนิวไฮอีกครั้ง 

           ด้านราคาหุ้น EA โดยภาพรวมแล้วเป็นขาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และเพิ่งทำ All Time High ถึง 71.25 บาท ไปเมื่อเดือน ม.ค. 61 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะร่วงลงทำจุดต่ำสุดที่ 27.50 บาท ในเดือน ก.ค. ซึ่งถือว่าเป็นการแตะระดับราคาเหมาะสมต่ำสุดที่โบรกเกอร์ประเมินไว้ จากการให้มูลค่าเฉพาะธุรกิจโรงไฟฟ้าและไบโอดีเซล ไม่นับรวมโครงการแบตเตอรี่ที่จะเป็น s-curve ครั้งใหม่ของบริษัท โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้หุ้น EA เคลื่อนไหวไซด์เวย์อยู่ในระดับ 40-50 บาท 

           ล่าสุดหุ้น EA มีแรงเทขาย ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นโดยรวม ในขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์ มองแนวโน้มการเติบโตของบริษัท จะทำกำไรนิวไฮได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 63 โดยปีนี้จะเป็นช่วงสุดท้ายของธุรกิจไฟฟ้า และเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้น ขณะที่ธุรกิจไบโอดีเซลจะกลับมาผงาดอีกครั้ง   

           บล.ฟิลลิป ระบุในบทวิเคราะห์ มองว่าธุรกิจไฟฟ้ากำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการเติบโต หลังจากปี 62 เป็นต้นไปกำไรจะเริ่มทรงตัว โดยปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตที่ 404 MW หลักมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 278 MW และพลังงานลม 126 MW อย่างไรก็ตามบริษัทยังเหลือกำลังการผลิตที่เตรียมรับรู้รายได้ภายในปี 61 และปี 62 ราว 170 MW และ 90 MW ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโตในแง่กำลังการผลิต 42% และ 17% และหลังจากนั้นเป็นต้นไปบริษัทจะไม่มีกำลังการผลิตเพิ่มเติมเข้ามาอีกต่อไป จากการสอบถามบริษัท บริษัทจะยังคงตามล่าหากำลังการผลิตใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักจะมาจากโครงการในต่างประเทศอย่างประเทศเวียดนามเป็นหลัก ซึ่งทางฝ่ายมองเป็น Upside ส่วนเพิ่มของธุรกิจไฟฟ้าในอนาคต 

           ขณะที่มองธุรกิจแบตเตอรี่กำลังเดินไปในทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นหลังจากบริษัทเริ่มดำเนินการก่อสร้างคลังสินค้าเก็บแบตเตอรี่และกำลังจะเริ่มเตรียมงานก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่เฟสที่ 1 โดยทางฝ่ายคาดว่าทุกอย่างจะเริ่มมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลาย 3Q62 ซึ่งเป็นช่วงที่โรงงานแบตเตอรี่จะแล้วเสร็จและมีการ Test run เป็นครั้งแรก โดยการก่อสร้างโรงงงานผลิตแบตเตอรี่ตั้งอยู่บนพื้นที่ของบริษัทเอง และคาดสามารถรับรู้รายได้ภายในปลายปี 62 

           นอกจากนั้น ล่าสุดบริษัทได้เซ็นสัญญา MOU ส่งมอบรถ EV แก่ สปป. ลาว 400,000 คัน โดยจะทยอยรับรู้รายได้ ซึ่งยังต้องรอความชัดเจน ทางฝ่างมองเป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับธุรกิจผลิตรถยนต์ EV เช่นกัน 

           ด้านธุรกิจไบโอดีเซลที่เคยเป็นตัวกดดันภาพรวมกำไรมาตลอดจากราคาน้ำมันปาล์มที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากภาวะ Supply ล้นตลาด ทางฝ่ายเชื่อว่าหลังจากนี้เป็นต้นไป ธุรกิจไบโอดีเซลจะเริ่มกลับมามีอนาคตอีกครั้ง หลังจากบริษัทเริ่มจับ Product line ใหม่อย่าง Green Diesel ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นดีกว่า และสามารถนำไปใช้ได้กับรถหลายประเภทมากกว่าเมื่อเทียบกับ B100 ที่สามารถนำไปใช้กับรถบรรทุกได้เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันบริษัทเริ่มก่อตั้งโรงงานผลิต Green diesel แล้ว คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 62 

           บล.ฟิลลิป มองแนวโน้มกำไรปี 61 ของ EA ที่ 5,973 ลบ. ปี62 ที่ 7,676 ลบ. และปี 63 ที่ 8,454 ลบ. สดใสต่อเนื่อง หลักมาจากเตรียมรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงามลมหนุมานที่เตรียมทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 61 ถึงต้นปี 62 คาดว่าจะสนับสนุนกำไรสุทธิปี 61 และปี 62 ที่ 970 ลบ. และ 2,300 ลบ. ตามลำดับ หลังจากนั้นธุรกิจแบตเตอรี่เฟสที่ 1 ขนาดกำลังการผลิต 1 GW จะเป็นตัวสนับสนุนการเติบโตหลักในปี 63 โดยคาดว่าจะสร้างกำไรได้ราว 500 ลบ. และเพิ่มเป็น 1,800 ลบ.ในปี 64 บนสมมติฐานของ Capacity Factor เริ่มต้นที่ 65% ในปี 63 และขยับขึ้นเป็น 75% ในปี 64 

           แนะนำ "ซื้อ" ราคาพื้นฐานปี 62 ที่ 56 บ./หุ้น อิง SOTP Upside 19.83% หลักมาจากธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานลมที่ 8.0 บ./หุ้น ธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 13.5 บ./หุ้น ธุรกิจไบโอดีเซลที่ 3.0 บ./หุ้น และ ธุรกิจแบตเตอรี่ที่ 31.5 บ./หุ้น

           หุ้น EA นับว่ายังมีสตอรี่ให้ติดตามอีกมาก แต่ในแง่ของราคาหุ้นก็สุดเหวี่ยงไม่แพ้กัน ดังนั้นการเข้าลงทุนนอกจากจะพิจารณาพื้นฐานแล้ว อาจต้องจับจังหวะให้ดีด้วยเช่นกัน


---------------------------------------------------


7/2/2019
*EA

-นสพ.รายงาน ยิ้มรับกระแสข่าวรัฐหนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV หวังดึงยานยนต์ญี่ปุ่นบูม EV ดันยอดใช้แท่นชาร์จไฟฟ้า และแบตเตอรี่ เตรียมขายรถ EV ปลายปีนี้ วางเป้า 3-5 พันคันในปี 2563 แย้มเตรียมเดินหน้าโครงการนำร่องโรงไฟฟ้าโซลาร์พ่วงแบต ตลาดในประเทศจ่อ COD โครงการหนุมานเพิ่มอีก 180 เมกะวัตต์ไตรมาส 1 ดันผลงานนิวไฮ

อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/iq05/2950957

 
s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ