ยินดีต้อนรับ กรุณา สมัครสมาชิก หรือเข้าสู่ระบบ

Home » หุ้น DOD
เข้าชม : 162

DOD ดึงทีมผู้เชี่ยวชาญการตลาดระดับ TOP5 ของประเทศมาเป็นพาร์ทเนอร์ สรุป Q1/62

โพสต์เมื่อ: วันพฤหัสบดี 21 กุมภาพันธ์ 2562  15:03 น.
DOD ดึงทีมการตลาดระดับ TOP5 ลุยขายตรง คาดสรุป Q1/62

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 ก.พ. 62 9:50: น.

   นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ดึงทีมการตลาดมือฉมังระดับ TOP 5 ของประเทศ ร่วมเป็น Strategic Partner ทางธุรกิจ ในการจัดตั้ง บริษัทย่อย เพื่อดำเนินธุรกิจ ด้านการพัฒนาสินค้าและกระจายสินค้า หวังเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า  ได้ง่ายยิ่งขึ้น คาดการจัดตั้งแล้วเสร็จในไตรมาส1/2562  งวดปี 2561  มีกำไรสุทธิ 306.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.40 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

   - ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯได้มีมติ จัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาสินค้าและกระจายสินค้า ภายใต้ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท โดย DOD ถือหุ้น 80%  ส่วนอีก 20% ถือหุ้นโดย ผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการทำการตลาด ออนไลน์ และ ออฟไลน์ ที่ติดลำดับ TOP 5 ของประเทศ โดยสาเหตุที่ บริษัทฯได้ดึงพันธมิตร ดังกล่าวเข้ามาร่วมเป็น Strategic Partner เพื่อจัดตั้ง บริษัทย่อย ในครั้งนี้ เนื่องจาก ทางบริษัทฯ เล็งเห็นถึง ศักยภาพ และความเชี่ยวชาญ ในการเป็นผู้นำด้านการตลาด ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ ในการขายผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพ ที่ครบวงจร โดยมีทีมสมาชิก ซึ่งเป็นผู้นำด้านการวางแผน เพื่อขยายตลาด ไปยังกลุ่มลูกค้า ทั้งออนไลน์ และ ออฟไลน์ เกือบ 500 ราย ซึ่งทีมดังกล่าว สามารถทุบสถิติ ในการสร้างยอดขาย ติดลำดับต้นๆ ของประเทศมาแล้ว 

   -  การที่ DOD ได้ทีมพันธมิตรระดับชั้นนำของวงการมาร์เก็ตติ้ง มาเสริมทีม นอกจากเป็นการช่วยผลักดัน และ หนุนความแข็งแกร่ง ของDOD แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นผู้นำด้านการให้บริการ One Stop Service Solution อีกด้วย ซึ่งแผนกลยุทธ์ เพื่อขยายไลน์ธุรกิจ ในรูปแบบดังกล่าว จะเป็นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยคาดว่าการดำเนินการจัดตั้งบริษัทย่อย จะแล้วเสร็จได้ภายในไตรมาส 1/2562 นี้

   -  DOD มุ่งเน้นที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ โดยให้บริการครบวงจร แบบ One Stop Service Solution ดังนั้น บริษัทฯจึงเล็งเห็นว่า การเพิ่มช่องทางการตลาด ในการขยายธุรกิจ จึงเป็นอีกหนึ่ง ในแผนการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อตอบโจทย์การให้บริการที่ครบวงจร กับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับบริษัทฯ เพราะนอกจากจะเป็นผู้ผลิตแล้ว บริษัทฯยังมีช่องทางการตลาดให้กับกลุ่มลูกค้า เพื่อขยายตลาดแบรนด์สินค้าของลูกค้า ไปยังช่องทางใหม่ๆเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะสอดรับกับในช่วงที่ผ่านมาที่ DOD ได้รับเลือก เป็นผู้ประกอบการไทย เพียงรายเดียว ที่ร่วมลงนามเซ็น MOU กับ CNR MALL และสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร - วิตามิน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย –  ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ และเครื่องสำอาง ผ่านช่องทางการจำหน่าย TV shopping ของ CNR MALL ช่องสถานีโทรทัศน์ CCTV ในประเทศจีน

   - โดยแผนกลยุทธ์ การต่อยอดทางธุรกิจดังกล่าว ก็ยังหมายรวมถึง การร่วมมือทางธุรกิจ กับ บมจ.เอ็นพีพีจี   (ประเทศไทย) หรือ NPPG ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรม ด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ชนิดอ่อนตัว ทั้งแบบซอง ม้วน ฉลากและฝา ในช่วงก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน  เนื่องจากการได้ NPPG มาร่วมเป็น Strategic Partner เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตบรรจุภัณฑ์  ในการรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่ บริษัทแตกไลน์ ไปสู่ธุรกิจเครื่องสำอางและสกินแคร์  จากการเข้าซื้อกิจการ บริษัท พีซีซีเอ แล็บบอราเทอรี่ จำกัด (PCCA)

   -   นโยบายในการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ โดยการมุ่งเน้น ขยายไปยังไลน์ธุรกิจใหม่ๆนั้น ยิ่งเป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นถึง การเป็นผู้นำธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอางและสกินแคร์ แบบครบวงจร ของ DOD สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่องทางที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น  ซึ่งนั่นก็จะเป็นไปตามแผนนโยบาย ของบริษัทฯที่เคยให้ไว้ว่า เราจะเป็นบริษัทฯที่มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ในอนาคต 

   - ผลการดำเนินงานประจำงวดปี 2561 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561ว่า บริษัทฯมีรายได้รวม 673.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.23% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 388.56 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 306.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.40 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 142.19 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 61.51 % เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.53 %  

   - สาเหตุที่บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯมีการย้ายที่ตั้งโรงงานใหม่ ตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทฯมีกำลังการผลิต ในการรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ได้ เพิ่มมากขึ้น  โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิต อยู่ที่ประมาณ 1,000,000 กล่องต่อเดือน และสามารถรองรับการผลิตได้เต็มที่กว่า 1,600,000 กล่องต่อเดือน หรือคิดเป็นประมาณ 70% ของกำลังการผลิตทั้งหมด จากการรับจ้างพัฒนาและผลิต (ODM) ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทฯมีออเดอร์ใหม่ จากกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น  ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการย้ายฐานผลิตเดิม มาผลิตและออกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ๆกับทางบริษัทฯ เนื่องจากมาตรการคุมเข้มของ อย.ที่ตรวจสอบโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ไม่ได้มาตรฐาน


s


คุณต้องสมัครสมาชิก ถึงจะโพสกระทู้ได้

สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ